UBTECH รายงานผลประกอบการ 1H26 แข็งแกร่ง โดยรายได้เพิ่มขึ้น 104% YoY จากแรงหนุนของรายได้หุ่นยนต์ Humanoid ขนาดเต็มที่เพิ่มขึ้น 1,445% YoY และคิดเป็น 46.5% ของรายได้รวม ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 44.7% จาก 35.0% และขาดทุนจากการดำเนินงานลดลง 36% แม้ค่าใช้จ่าย R&D ยังเพิ่มเกือบ 40% YoY เรามองผลประกอบการรอบนี้ เป็นบวกต่อ UBTECH เพราะสะท้อนว่าธุรกิจเริ่มเข้าสู่ช่วงผลิตและส่งมอบเชิงพาณิชย์มากขึ้น พร้อมเห็น Operating leverage ชัดเจน โดยปัจจัยสำคัญต่อราคาหุ้นระยะถัดไปคือการเพิ่มการส่งมอบ Walker S2 การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นเหนือ 40% และความต่อเนื่องของการลดผลขาดทุน ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าบริษัทกำลังเข้าใกล้จุดคุ้มทุนมากเพียงใด
UBTECH 1H26: Humanoid เข้าสู่ช่วงขยายกำลังผลิต รายได้โตเท่าตัวและขาดทุนลดลง

1) ภาพรวมผลประกอบการ 1H26 — ดีกว่าคาดในเชิงรายได้และคุณภาพกำไร
ผลประกอบการ 1H26 ของ UBTECH Robotics (9880.HK) ออกมาในเชิงบวก โดยรายได้เพิ่มขึ้น 104.2% YoY เป็น RMB1.27bn แรงขับเคลื่อนหลักมาจากหุ่นยนต์ Humanoid ขนาดเต็มที่รายได้เพิ่มขึ้นถึง 1,445% YoY และกลายเป็นรายได้เกือบครึ่งหนึ่งของบริษัท ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 44.7% จาก 35.0% ตามสัดส่วนสินค้าอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลขาดทุนจากการดำเนินงานและผลขาดทุนสุทธิลดลง แม้บริษัทยังลงทุนวิจัยและพัฒนาในระดับสูง
สรุปผลประกอบการ
รายการ | 1H26 | 1H25 | YoY |
|---|---|---|---|
รายได้ | RMB1,269mn | RMB621mn | +104.2% |
รายได้จากหุ่นยนต์ Humanoid ขนาดเต็ม | RMB590mn | RMB38mn | +1,445.0% |
สัดส่วนรายได้จากหุ่นยนต์ Humanoid ขนาดเต็ม | 46.5% | 6.1% | +40.4 ppt |
กำไรขั้นต้น | RMB567mn | RMB217mn | +160.9% |
อัตรากำไรขั้นต้น | 44.7% | 35.0% | +9.7 ppt |
ค่าใช้จ่ายขาย | RMB238mn | RMB224mn | +6.5% |
ค่าใช้จ่ายบริหาร | RMB149mn | RMB185mn | -19.3% |
ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา | RMB303mn | RMB218mn | +38.9% |
ขาดทุนจากการดำเนินงาน | -RMB279mn | -RMB439mn | ขาดทุนลดลง 36.4% |
ขาดทุนสุทธิ | -RMB339mn | -RMB440mn | ขาดทุนลดลง 23.0% |
รายได้จากหุ่นยนต์ Humanoid ขนาดเต็มเพิ่มขึ้นจาก RMB38.2mn เป็น RMB590.3mn หลังบริษัทเริ่มเปลี่ยนจากการทดสอบเทคโนโลยีไปสู่การส่งมอบคำสั่งซื้อจำนวนมาก โดยยอดขายเพิ่มเป็น 921 ตัว จากเพียง 45 ตัวในปีก่อน หรือ +1,946.7% YoY
ขณะเดียวกัน ธุรกิจเดิมบางส่วนเริ่มมีความสำคัญลดลง โดยรายได้ Other smart robot products ลดลง 18.8% YoY เหลือ RMB245.8mn โดยเฉพาะหุ่นยนต์ด้านการศึกษา ขณะที่การซื้อกิจการ Fenglong ทำให้บริษัทมีรายได้ใหม่จากเครื่องจักรสวน ชิ้นส่วนยานยนต์และไฮดรอลิก RMB139.2mn ดังนั้นการเติบโต 104% ของรายได้รวมไม่ได้มาจากการเติบโตภายในทั้งหมด
มาร์จิ้นเป็นประเด็นเด่นกว่าการเติบโตของรายได้
อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 9.7ppt YoY เป็น 44.7% เนื่องจากสัดส่วนรายได้จาก Humanoid ขนาดเต็มซึ่งมีมาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ค่าใช้จ่ายขายเพิ่มเพียง 6.5% และค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 19.3% ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายขายต่อรายได้ลดจาก 36.0% เหลือ 18.8% และค่าใช้จ่ายบริหารลดจาก 29.8% เหลือ 11.8% สะท้อนว่าเริ่มเกิด Operating leverage จากการขยายยอดขาย
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้ลดการลงทุนเพื่อทำให้ผลขาดทุนดูดีขึ้น โดยค่าใช้จ่าย R&D ยังเพิ่ม 38.9% YoY เป็น RMB303.1mn จากการพัฒนา Humanoid รุ่นใหม่ แม้สัดส่วนต่อรายได้ลดจาก 35.1% เหลือ 23.9% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อเส้นทางสู่จุดคุ้มทุนในระยะยาว
2) แนวโน้ม — เน้นเพิ่มการผลิต Humanoid มากกว่าการให้เป้ารายได้
ทิศทางธุรกิจยังเป็นการเร่งขยาย Humanoid อย่างชัดเจน โดยบริษัทระบุเป้าหมายกำลังการผลิตประจำปีที่ 10,000 ตัว และอยู่ระหว่างแก้ข้อจำกัดด้านคุณภาพ การผลิตจำนวนมาก และการส่งมอบ เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากหลายอุตสาหกรรม
ขณะที่ ตลาดคาดรายได้ปี 2026 เติบโตประมาณ 94% ซึ่งยังมีความเป็นไปได้ หากคำสั่งซื้อ Humanoid เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยจุดสำคัญใน 2H26 คือการเพิ่มการส่งมอบ Walker S2 และการขยายผลิตภัณฑ์จากโรงงานไปยังภาคบริการและผู้บริโภค
Key assumptions ที่ต้องติดตาม
ปัจจัย | แนวโน้ม | ความสำคัญ |
|---|---|---|
การส่งมอบ Walker S2 | เพิ่มขึ้น | ตัวขับรายได้หลัก 2H26 |
กำลังผลิต Humanoid | เป้าหมาย 10,000 ตัว/ปี | ชี้ความสามารถในการขยายขนาดธุรกิจ |
สัดส่วนรายได้ Humanoid | เพิ่มขึ้น | หนุน Gross margin |
การใช้งานในโรงงาน | ขยายตัว | ตลาดที่มีโอกาสสร้างรายได้ก่อน Consumer |
Walker C / U1 | เริ่มขยายสู่ Commercial และ Household | เพิ่มตลาดระยะกลาง |
R&D | ยังสูง | จำเป็นต่อความสามารถแข่งขัน แต่กดดันกำไร |
Operating leverage | ดีขึ้นตามยอดขาย | สำคัญต่อเส้นทางสู่จุดคุ้มทุน |
กลยุทธ์ในระยะถัดไปไม่ได้จำกัดอยู่ที่ Walker สำหรับโรงงาน บริษัทกำลังสร้างผลิตภัณฑ์ครอบคลุม Industrial, Commercial, Education และ Household ได้แก่ Walker S, Walker C และ U1 พร้อมพัฒนาองค์ประกอบหลัก เช่น มือห้านิ้ว ข้อต่อ ระบบมองเห็น การเปลี่ยนแบตเตอรี่อัตโนมัติ และระบบควบคุมหุ่นยนต์หลายตัวพร้อมกัน
3) มุมมองผู้บริหาร — จากพิสูจน์เทคโนโลยี สู่ใช้งานจริงในโรงงาน
3.1 Mass production เริ่มเป็นเรื่องจริง
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ Humanoid เริ่มเปลี่ยนจากโครงการทดลองมาเป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์ บริษัทระบุว่ารายได้ Humanoid +1,445% มาจากการใช้งานในสถานการณ์ขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น และสามารถเปลี่ยนเทคโนโลยีที่สะสมมาหลายปีเป็น การส่งมอบคำสั่งซื้อจำนวนมาก ได้แล้ว
ตัวเลข 921 ตัวใน 1H26 เทียบ 45 ตัวใน 1H25 จึงเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่าการเติบโตของรายได้เพียงอย่างเดียว เพราะสะท้อนว่าอุตสาหกรรม Humanoid ของจีนเริ่มเข้าสู่ช่วงเพิ่มปริมาณการผลิตจริง
3.2 โรงงานยังเป็นตลาดแรกที่มีความชัดเจนสูงสุด
UBTECH เน้นงานที่สามารถวัดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้ เช่น ขนย้ายวัสดุ โหลดและขนถ่ายสินค้า คัดแยกสินค้า ประกอบชิ้นส่วน และตรวจสอบคุณภาพ โดยบริษัทกำลังใช้หุ่นยนต์หลายตัวทำงานร่วมกันในสายการผลิต แทนที่จะขาย Humanoid เพื่อสาธิตเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
เรามองว่านี่เป็นทิศทางที่สมเหตุผล เนื่องจาก Industrial Humanoid มีโอกาสสร้างรายได้ก่อน Household Humanoid เพราะลูกค้าองค์กรสามารถประเมินต้นทุนแรงงาน ผลผลิต และระยะเวลาคืนทุนได้ชัดกว่า
3.3 AI และข้อมูลเป็นอีกส่วนสำคัญของการแข่งขัน
UBTECH ไม่ได้ต้องการแข่งขันเฉพาะด้านตัวหุ่นยนต์ แต่พัฒนาโมเดล Thinker, Thinker-WM และ Thinker-VLA สำหรับการรับรู้สภาพแวดล้อม เข้าใจคำสั่ง และแปลงคำสั่งเป็นการเคลื่อนไหว พร้อมสร้างศูนย์เก็บข้อมูลจากหุ่นยนต์จริงเพื่อสร้างวงจรข้อมูลสำหรับฝึกโมเดลต่อเนื่อง
การประยุกต์ VLA ในการโหลดและขนถ่ายสินค้ามีอัตราความสำเร็จในห้องทดลองประมาณ 75% ซึ่งถือว่ามีพัฒนาการ แต่ก็สะท้อนอีกด้านว่าความน่าเชื่อถือของ Humanoid ในสภาพแวดล้อมจริงยังต้องปรับปรุงก่อนเข้าสู่การใช้งานขนาดใหญ่เต็มรูปแบบ
4) ประเด็นที่ต้องระวังจากงบรอบนี้
แม้ภาพรายได้และมาร์จิ้นดีขึ้น แต่ยังมี 4 ประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม
ประการแรก การเติบโตไม่ได้เป็น Organic ทั้งหมด เพราะการซื้อ Fenglong และรวมงบตั้งแต่เดือน เม.ย. 2026 สร้างรายได้เพิ่ม RMB139.2mn หรือประมาณ 11% ของรายได้รวม 1H26
ประการที่สอง Credit impairment loss เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น RMB91.1mn จากเพียง RMB1.3mn ส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนวิธีคำนวณ Expected Credit Loss จึงเป็นแรงกดดันต่อกำไรที่ต้องติดตาม แต่ไม่ได้สะท้อนการเสื่อมลงของธุรกิจทั้งหมดโดยตรง
ประการที่สาม การลดลงของค่าใช้จ่ายบริหารส่วนหนึ่งมาจาก Share-based payment ลดลง RMB51.6mn จึงไม่ควรมองการลดลง 19.3% ของค่าใช้จ่ายบริหารเป็นประสิทธิภาพการดำเนินงานทั้งหมด
ประการสุดท้าย Customer concentration ยังสูง โดยลูกค้ารายใหญ่ที่สุดคิดเป็นประมาณ 24% ของรายได้ ทำให้การเลื่อนรับสินค้าเพียงรายเดียวอาจสร้างความผันผวนต่อรายได้ในแต่ละครึ่งปีได้
5) มุมมองของ INVX
เรามองผลประกอบการรอบนี้ เป็นบวกต่อ UBTECH เพราะสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญไม่ใช่เพียงรายได้ +104% แต่คือ Humanoid ขนาดเต็มเพิ่มเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเกือบ 10ppt พร้อมกับขาดทุนจากการดำเนินงานลดลง 36% แม้บริษัทยังคงเพิ่มค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาเกือบ 40% สะท้อนว่าโมเดลธุรกิจเริ่มมี Operating leverage และการผลิตจำนวนมากเริ่มสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจจริง
ทั้งนี้ เราประเมินว่าปัจจัยที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนของราคาหุ้นในระยะถัดไปคือความสามารถในการเพิ่มปริมาณโดยไม่แลกกับอัตรากำไร เราแนะนำติดตาม 3 ตัวเลขหลัก ได้แก่ (1) การส่งมอบ Walker S2 และจำนวน Humanoid ทั้งปี (2) อัตรากำไรขั้นต้นว่ายืนเหนือระดับ 40% ได้หรือไม่ และ (3) ขาดทุนจากการดำเนินงานลดลงต่อเนื่องเพียงใด หากรายได้ยังเติบโตสูงพร้อมอัตรากำไรทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น จะเป็นหลักฐานสำคัญว่าบริษัทกำลังเข้าใกล้จุดคุ้มทุนมากขึ้น
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

