Café Invest
Markets

Tesla งบ 3Q26 กำไรดีกว่าคาด แต่ลงทุน AI ชะลอ จับตาดีล SpaceX

Tesla งบ 3Q26 กำไรดีกว่าคาด แต่ลงทุน AI ชะลอ จับตาดีล SpaceX

Tesla รายงานกำไร 3Q26 ดีกว่าคาดจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง โดยมี FSD และ Robotaxi เป็นปัจจัยสนับสนุนระยะยาว แต่รายได้ยังทรงตัว ธุรกิจพลังงานอ่อนแอ และการลดงบลงทุน AI อาจสะท้อนความล่าช้าของโครงการใหม่ ขณะที่ Optimus ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและดีลควบรวม SpaceX ยังไม่แน่นอน จึงยังคงมุมมองระมัดระวัง TSLA เนื่องจากมูลค่าหุ้นพึ่งพาความสำเร็จของธุรกิจ AI และหุ่นยนต์ในอนาคตเป็นหลัก

Tesla งบ 3Q26 กำไรดีกว่าคาด แต่ลงทุน AI ชะลอ จับตาดีล SpaceX

1. กำไร 3Q26 ดีกว่าคาดจากอัตรากำไรขั้นต้นและกระแสเงินสด แต่รายได้ยังทรงตัว

Tesla (TSLA US) รายงานผลประกอบการ 3Q26 แบบผสม โดยรายได้รวมอยู่ที่ $28.05 พันล้าน ลดลง 0.2% YoY และประมาณ 1% QoQ ต่ำกว่าประมาณการ Bloomberg ที่ $28.13 พันล้านเล็กน้อย ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วอยู่ที่ $0.48 ลดลงจาก $0.50 ในปีก่อน แต่สูงกว่าคาดที่ $0.44 ประมาณ 9.1% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอยู่ที่ $787 ล้าน ลดลงประมาณ 43% YoY จากค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา AI หุ่นยนต์ และต้นทุนดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น

อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นสู่ 19.6% จาก 18.0% ในปีก่อน และ 16.8% ในไตรมาสก่อน สูงกว่าตลาดคาดที่ 17.8% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจรถยนต์ไม่รวมรายได้จากสิทธิด้านกฎระเบียบเพิ่มขึ้นเป็น 18.1% จาก 15.4% ในปีก่อน ได้รับแรงหนุนจากสัดส่วนการขายที่ดีขึ้นและรายได้ FSD อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรดำเนินงานลดลงเหลือ 2.6% จากประมาณ 5.8% ในปีก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 39% YoY

ตัวชี้วัด 3Q26

ผลจริง

YoY

เทียบคาด

รายได้รวม

$28.05 พันล้าน

-0.2%

-0.3%

กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว

$0.48

-4%

+9.1%

กำไรสุทธิ

$787 ล้าน

-43%

—

อัตรากำไรขั้นต้น

19.6%

+1.6 จุด%

+1.8 จุด%

กำไรดำเนินงาน

$718 ล้าน

-56%

+19.8%*

กระแสเงินสดอิสระ

$1.53 พันล้าน

-62%

ดีกว่าคาดมาก

*เทียบกับ Bloomberg Consensus $599 ล้าน โดยบางชุดประมาณการมีค่าคาดกำไรดำเนินงานสูงกว่านี้

เราประเมินว่าผลประกอบการสะท้อนความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายที่ดีขึ้น แต่กำไรจากธุรกิจหลักยังถูกกดดันจากการลงทุนขยายธุรกิจ AI ขณะที่รายได้ยังไม่กลับมาเติบโตอย่างชัดเจน

2. รถยนต์เริ่มฟื้นจาก FSD แต่ธุรกิจพลังงานต่ำกว่าคาด

ธุรกิจรถยนต์ยังเป็นแหล่งรายได้หลัก โดยรายได้อยู่ที่ $20.56 พันล้าน ลดลง 3% YoY แต่สูงกว่าตลาดคาดที่ $19.83 พันล้าน หลัง Tesla ส่งมอบรถยนต์ 486,532 คัน ลดลงประมาณ 2% YoY แต่ดีกว่าตลาดคาด และมีคำสั่งซื้อรถยนต์ค้างส่งสูงสุดในรอบ 4 ปี สะท้อนความต้องการที่เริ่มฟื้นตัว แม้บริษัทระบุว่าข้อจำกัดด้านแบตเตอรี่ยังเป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มกำลังผลิต

ปัจจัยบวกสำคัญคือการเติบโตของระบบช่วยขับขี่ FSD โดยจำนวนผู้ใช้งานที่ซื้อสิทธิหรือสมัครใช้บริการเพิ่มขึ้น 67% YoY และ 18% QoQ สู่ 1.74 ล้านราย สูงกว่าคาดที่ 1.57 ล้านราย ขณะที่รถยนต์ส่งมอบใหม่ในอเมริกาเหนือมากกว่า 75% มีการสมัครใช้ FSD ช่วยสนับสนุนอัตรากำไรและรายได้จากบริการ

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจพลังงานกลับอ่อนแอกว่าคาด โดยรายได้ลดลง 16% YoY เหลือ $2.88 พันล้าน ต่ำกว่าคาดที่ $3.91 พันล้านประมาณ 26% ขณะที่ยอดติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานอยู่ที่ 13.7 GWh ต่ำกว่าคาด 15.9 GWh แม้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 33.1% จากการได้รับเงินคืนเกี่ยวกับภาษีและการชดเชยต้นทุนแบตเตอรี่ แต่ปัจจัยดังกล่าวอาจไม่ได้เกิดซ้ำทุกไตรมาส

ธุรกิจ

รายได้ 3Q26

YoY

เทียบคาด

รถยนต์

$20.56 พันล้าน

-3%

+3.7%

พลังงานและระบบกักเก็บ

$2.88 พันล้าน

-16%

-26.3%

บริการและอื่น ๆ

$4.61 พันล้าน

+33%

+7.2%

เรามองว่าระบบ FSD เป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรของธุรกิจรถยนต์ ขณะที่ธุรกิจพลังงานยังต้องพิสูจน์ความสามารถในการขยายรายได้ แม้ความต้องการ Megapack จากศูนย์ข้อมูล AI มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

3. ลดเป้าหมายลงทุนเหลือ $20 พันล้าน แม้กระแสเงินสดดีกว่าคาด แต่ตลาดกังวลการขยาย AI ล่าช้า

Tesla รายงานเงินลงทุน 3Q26 ที่ $4.73 พันล้าน เพิ่มขึ้น 110% YoY แต่ต่ำกว่าตลาดคาดที่ $7.95 พันล้านอย่างมีนัยสำคัญ และลดลงจาก $5.8 พันล้านในไตรมาสก่อน ส่งผลให้บริษัทปรับลดเป้าหมายเงินลงทุนปี 2026 จากมากกว่า $25 พันล้าน เหลือประมาณ $20 พันล้าน หรือลดลงอย่างน้อย 20%

การลงทุนต่ำกว่าคาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระแสเงินสดอิสระพลิกออกมาบวก $1.53 พันล้าน เทียบกับตลาดคาดติดลบเกือบ $5 พันล้าน ขณะที่บริษัทมีเงินสดและเงินลงทุนรวม $45.4 พันล้าน เพิ่มขึ้น $1.9 พันล้าน QoQ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนโครงการใหม่

อย่างไรก็ตาม เรามองว่าการลดเงินลงทุนมีทั้งผลบวกและความเสี่ยง โดยผลบวกคือช่วยลดแรงกดดันต่อกระแสเงินสดและความจำเป็นในการระดมทุน แต่ในอีกด้านหนึ่งอาจสะท้อนความล่าช้าของการติดตั้งกำลังผลิตและโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ตลาดใช้ประเมินมูลค่าหุ้น Tesla ในระยะยาว

ปัจจุบัน Tesla ยังเดินหน้าลงทุนเพิ่มกำลังประมวลผล AI จากประมาณ 265 MW สู่ 400 MW ภายในสิ้นปี 2026 รวมถึงโครงการโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ใน Austin ซึ่งคาดว่าจะเริ่มติดตั้งและทดสอบเครื่องจักรในปี 2027 โดยต้องติดตามว่าการลดเงินลงทุนจะกระทบกำหนดการผลิตเชิงพาณิชย์หรือไม่

4. Robotaxi และ Optimus เริ่มผลิตจริง แต่รายได้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ขณะที่ SpaceX เพิ่มความไม่แน่นอน

Tesla เริ่มนำ Cybercab เข้าสู่บริการ Robotaxi ในเมือง Austin เมื่อเดือน ก.ย. 2026 และมีแผนขยายบริการไปยัง Dallas ในเดือน พ.ย. รวมถึง Phoenix, Las Vegas, San Antonio และ Jacksonville โดยระยะทางสะสมของบริการ Robotaxi แบบไร้ผู้ควบคุมเพิ่มขึ้นเป็น 3.1 ล้านไมล์ ณ วันที่ 18 ต.ค. จากประมาณ 1 ล้านไมล์ในช่วงต้นเดือน ก.ย. สะท้อนความคืบหน้าของการนำเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติไปใช้งานจริง แต่ยังต้องติดตามจำนวนเที่ยวบริการ รายได้ต่อคัน ความปลอดภัย และต้นทุนการดำเนินงานก่อนประเมินศักยภาพกำไร

ด้านหุ่นยนต์ Optimus บริษัทเริ่มผลิตรุ่นคุณภาพระดับเตรียมจำหน่ายที่โรงงาน Fremont แล้ว แต่ Elon Musk ยอมรับว่ายังมีข้อจำกัดด้านการออกแบบมือ ระบบการฝึก AI และห่วงโซ่อุปทาน โดยคาดว่าต้องใช้เวลาถึงช่วงปลายปี 2027 เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญ จึงมองว่าการผลิตในปัจจุบันยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นของรายได้เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ขณะที่ Tesla Semi เริ่มผลิตแล้ว และ Roadster คาดเริ่มผลิตในปี 2028 แต่ยังไม่ใช่แรงขับเคลื่อนกำไรหลักในระยะใกล้

อีกประเด็นสำคัญคือ Tesla และ SpaceX จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการ ซึ่งอาจสร้างความร่วมมือด้าน AI ชิป หุ่นยนต์ และโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลในอวกาศ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีข้อตกลงหรือเงื่อนไขแลกหุ้นที่ชัดเจน และต้องผ่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและหน่วยงานกำกับดูแล โดยความเสี่ยงสำคัญคือการประเมินมูลค่ากิจการ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และโอกาสที่ผู้ถือหุ้น Tesla จะถูกลดสัดส่วนความเป็นเจ้าของหากเงื่อนไขธุรกรรมไม่เหมาะสม

5. มุมมอง InnovestX: งบดีขึ้นบางส่วน แต่ยังระมัดระวังมูลค่าหุ้น Tesla

มุมมองต่ออุตสาหกรรม: เราประเมินว่าการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้ายังเผชิญการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนแบตเตอรี่ แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากซอฟต์แวร์ FSD และระบบขับขี่อัตโนมัติสะท้อนโอกาสสร้างรายได้ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าธุรกิจรถยนต์ ขณะเดียวกัน การลงทุนใน AI และหุ่นยนต์อาจเป็นแรงขับเคลื่อนระยะยาว แต่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและยังมีความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี กฎระเบียบ และระยะเวลาการเข้าสู่ตลาด

มุมมองต่อหุ้นรายตัว: เรามองว่าผลประกอบการ Tesla (TSLA US) มีพัฒนาการเชิงบวกจากอัตรากำไรขั้นต้นและกระแสเงินสดที่ดีกว่าคาด รวมถึงความคืบหน้าของ FSD และ Cybercab แต่รายได้ยังทรงตัว กำไรดำเนินงานลดลง และธุรกิจ Optimus ยังไม่สามารถสร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การลดเงินลงทุนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อกำหนดการขยายธุรกิจ AI โดย Goldman Sachs ยังคงคำแนะนำ Neutral และราคาเป้าหมาย 12 เดือนที่ $360 ซึ่งต่ำกว่าราคาปิดก่อนประกาศงบที่ประมาณ $386.50

สำหรับหุ้นที่เกี่ยวข้อง เราให้น้ำหนักเชิงบวกต่อ Nvidia (NVDA US) จากความต้องการกำลังประมวลผล AI ที่ยังขยายตัว และ BYD (1211 HK) จากความได้เปรียบด้านต้นทุนและการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ขณะที่ Tesla ยังเหมาะกับการลงทุนแบบเลือกจังหวะมากกว่าการเพิ่มน้ำหนักเชิงรุก เนื่องจากมูลค่าหุ้นสะท้อนความสำเร็จของ Robotaxi และ Optimus ไปแล้วในระดับสูง

กลยุทธ์การลงทุน: คงมุมมองระมัดระวัง Tesla โดยติดตามการเติบโตของสมาชิก FSD ความสามารถทำกำไรของธุรกิจรถยนต์ ความคืบหน้า Robotaxi และ Optimus รวมถึงเงื่อนไขการควบรวม SpaceX โดยยังไม่ควรนำมูลค่าเพิ่มจากดีลที่ยังไม่ได้ข้อสรุปมาประเมินเป็นรายได้หรือกำไรที่แน่นอน

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน