ปริมาณจราจรโดยรวมในเดือนก.ย. ปรับตัวลดลง MoM เนื่องจากโรงเรียนปิดเรียนกลางภาค ยกเว้นรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ในขณะที่ปริมาณจราจรโดยรวมเติบโต YoY ยกเว้นทางด่วน เมื่ออิงกับข้อมูลเหล่านี้ เราคาดว่ากำไรของ BEM และ BTSGIF น่าจะเติบโต QoQ และ YoY ในขณะที่กำไรของ BTS น่าจะปรับตัวดีขึ้น QoQ แต่ยังคงลดลง YoY
ขนส่งทางบก - ปริมาณจราจรเดือนก.ย. ลดลง MoM จากปัจจัยฤดูกาล

ข้อมูลที่เราได้มาจากการพูดคุยกับทาง BTS และ BEM บ่งชี้ว่าการซื้อสัมปทานรถไฟฟ้าคืนอาจจะยังไม่ได้ข้อสรุปในระยะเวลาอันใกล้นี้ เนื่องจากยังไม่มีการเจรจาอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวระบุว่างบประมาณในการซื้อสัมปทานคืนน่าจะอยู่ที่ ~2 แสนลบ. ซึ่งดูสมเหตุสมผล (ดูรายละเอียดในตารางด้านล่าง) BEM เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มขนส่งทางบก โดยให้ราคาเป้าหมายอ้างอิงวิธี SOTP ที่ 10.5 บาท/หุ้น (8.2 บาทสำหรับธุรกิจหลัก, 1.5 บาทสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และ 0.8 บาทสำหรับมูลค่าเงินลงทุน) ในขณะที่เราแนะนำ NEUTRAL สำหรับ BTS โดยให้ราคาเป้าหมายอ้างอิงวิธี SOTP ที่ 5.1 บาท/หุ้น (3.2 บาทสำหรับธุรกิจหลัก และ 1.9 บาทสำหรับมูลค่าเงินลงทุน) นอกจากนี้ เรายังแนะนำ NEUTRAL สำหรับ BTSGIF โดยให้ราคาเป้าหมายอ้างอิงวิธี DDM ที่ 3.9 บาท/หน่วย (WACC 5.9% และไม่มี terminal value)
ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วน – ลดลง MoM แต่ค่อนข้างทรงตัว YoY ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนในเดือนก.ย. ลดลง 1.6% MoM แต่ค่อนข้างทรงตัว YoY ที่ 1.1 ล้านเที่ยว/วัน การปรับลดลง YoY เป็นเพราะโรงเรียนปิดเรียนกลางภาค ในขณะที่ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนเทียบ YoY ได้รับผลกระทบจากการปิดเครือข่ายทางด่วนบางส่วน โดยรวมแล้ว ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนโดยเฉลี่ยใน 9M67 อยู่ที่ 1.1 ล้านเที่ยว/วัน ทรงตัว YoY ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการของเราที่คาดว่าปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนจะอยู่ในระดับทรงตัวในปี 2567
MRT (สายสีน้ำเงิน) – จำนวนผู้โดยสารลดลง MoM จากปัจจัยฤดูกาล จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 437,800 เที่ยว/วัน ลดลง 2.8% MoM แต่เพิ่มขึ้น 4% YoY ส่งผลทำให้จำนวนผู้โดยสารโดยเฉลี่ยใน 9M67 อยู่ที่ 420,600 เที่ยว/วัน เพิ่มขึ้น 10.3% YoY เทียบกับสมมติฐานของเราที่คาดว่าจะเติบโต 15% ในปี 2567 เมื่ออิงกับโมเมนตัมจำนวนผู้โดยสารใน 9M67 เราเล็งเห็น downside เล็กน้อยต่อประมาณการเต็มปีของเรา การวิเคราะห์ความอ่อนไหวบ่งชี้ว่าจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงทุกๆ 5ppt จะส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรปี 2567 ที่เราประเมินไว้สำหรับ BEM (ผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน) ราว 3.6% และจะทำให้ราคาเป้าหมายปรับลดลง 0.1 บาท/หุ้น
BTS (สายสีเขียวหลัก) – จำนวนผู้โดยสารลดลง MoM เช่นเดียวกัน จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 563,300 เที่ยว/วัน ลดลง 4.6% MoM แต่เพิ่มขึ้น 3.0% YoY ส่งผลทำให้จำนวนผู้โดยสารโดยเฉลี่ยใน 6MFY2568 (เม.ย.-ก.ย. 2567) อยู่ที่ 548,500 เที่ยว/วัน (+6.2% YoY) เทียบกับสมมติฐานปี FY2568 ของเราที่คาดว่าจะเติบโต 6.5% ซึ่งเรามองว่ายังคงเป็นไปตามเป้า จำนวนผู้โดยสารโดยเฉลี่ยใน 9M67 อยู่ที่ 551,200 เที่ยว/วัน เพิ่มขึ้น 6.6% YoY
สายสีเหลือง – ปรับตัวดีขึ้น MoM จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 41,700 เที่ยว/วัน เพิ่มขึ้น 2.5% MoM และ 14.3% YoY ส่งผลทำให้จำนวนผู้โดยสารโดยเฉลี่ยใน 9M67 อยู่ที่ 35,600 เที่ยว/วัน และ 6MFY2568 อยู่ที่ 35,700 เที่ยว/วัน เทียบกับสมมติฐานปี FY2568 ของเราที่ 40,000 เที่ยว/วัน ซึ่งเรามองว่าเป็นไปตามเป้า ทั้งนี้ผู้โดยสาร 50% ของสายสีเหลืองเดินทางเชื่อมต่อกับ MRT (สายสีน้ำเงิน) ที่สถานีลาดพร้าว จำนวนผู้โดยสารจะต้องปรับขึ้นมาอยู่ที่ 180,000 เที่ยว/วัน เพื่อให้ถึงจุดคุ้มทุนที่ระดับกำไรสุทธิ
สายสีชมพู – จำนวนผู้โดยสารลดลง MoM จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 58,600 เที่ยว/วัน ลดลง 0.9% MoM ในขณะที่ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบ YoY เนื่องจากสายสีชมพูเพิ่งเปิดให้บริการในเดือนม.ค. 2567 และข้อมูลย้อนหลังไกลที่สุดที่เรามีคือเดือนมี.ค. 2567 จำนวนผู้โดยสารโดยเฉลี่ยในเดือนมี.ค.-ก.ย. อยู่ที่ 53,100 เที่ยว/วัน และ 54,100 เที่ยว/วัน ใน 6MFY2568 เทียบกับสมมติฐานปี FY2568 ของเราที่ 60,000 เที่ยว/วัน ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการเต็มปีของเรา ทั้งนี้สายสีชมพูไม่มีการเชื่อมต่อโดยตรงกับ MRT (สายสีน้ำเงิน) และ BTS (สายสีเขียวหลัก) จำนวนผู้โดยสารจะต้องปรับขึ้นมาอยู่ที่ 180,000 เที่ยว/วัน เพื่อให้ถึงจุดคุ้มทุนที่ระดับกำไรสุทธิ
ความเสี่ยง ESG ที่สำคัญสำหรับกลุ่มขนส่งทางบก ความน่าเชื่อถือของการให้บริการ คือ ความเสี่ยง ESG ที่สำคัญสำหรับกลุ่มขนส่งทางบก เนื่องจากจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อจำนวนผู้โดยสาร

