Café Invest
Markets

ท่องเที่ยว: "ไทยเที่ยวไทยพลัส" มีแนวโน้มเลื่อนไปเป็นช่วงเดือนเม.ย. 2027 (จากเดิมคาดเริ่มใช้สิทธิได้ในเดือน พ.ย. 2026)

ท่องเที่ยว: "ไทยเที่ยวไทยพลัส" มีแนวโน้มเลื่อนไปเป็นช่วงเดือนเม.ย. 2027 (จากเดิมคาดเริ่มใช้สิทธิได้ในเดือน พ.ย. 2026)

สรุปสาระสำคัญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า โครงการไทยเที่ยวไทยพลัสมีแนวโน้มเลื่อนการเริ่มใช้สิทธิจากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มในเดือน พ.ย. 2026 ไปเป็นเดือนเม.ย. 2027 เพื่อให้เกิดผลกระตุ้นเศรษฐกิจสูงสุดในช่วง Low season ที่อุปสงค์อ่อนตัวตามฤดูกาล แทนการใช้มาตรการในช่วง High season ที่มีนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว เรามองว่าการเลื่อนมาตรการดังกล่าวจะส่งผลลบต่อ sentiment ของกลุ่มท่องเที่ยวในระยะสั้น อย่างไรก็ดี เรายังคงประมาณการกำไรของกลุ่มท่องเที่ยวไว้เช่นเดิม โดยคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องใน 4Q26 จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการจัดอีเวนต์ระดับโลกในประเทศไทย เรามองว่าการอ่อนตัวของราคาหุ้นเป็นจังหวะสะสม โดยหุ้นเด่นของเราคือ ERW, CENTEL และ AOT

ประเด็นสำคัญ

•กระทรวงการท่องเที่ยวฯ มีแนวโน้มเลื่อนการเริ่มใช้สิทธิโครงการจากเดิมที่คาดจะเริ่มในเดือน พ.ย. 2026 ไปเป็นช่วงเดือนเม.ย. 2027 เพื่อให้เกิดผลกระตุ้นเศรษฐกิจสูงสุดในช่วง Low season ที่อุปสงค์อ่อนตัวตามฤดูกาล แทนการใช้มาตรการในช่วง High season ที่มีนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว

•สิทธิประโยชน์คงเดิม โดยกำหนดจำนวน 1 ล้านสิทธิ์ รัฐสนับสนุนค่าที่พักแบบคงที่ 1,500 บาทต่อคืน สูงสุด 5 คืน พร้อมคูปองดิจิทัลร่วมจ่าย 50:50 โดยเมืองหลักได้รับ 1,500 บาทต่อวัน และเมืองรอง 2,000 บาทต่อวัน

•โครงการยังอยู่ระหว่างหารือรายละเอียดกับภาคเอกชน และยังไม่มีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในระยะอันใกล้

(ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ)

มุมมองของเรา

•เรามองว่าการเลื่อนมาตรการดังกล่าวจะส่งผลลบต่อ sentiment ของกลุ่มท่องเที่ยวในระยะสั้น โดย ERW มีความอ่อนไหวต่อประเด็นนี้มากที่สุด สะท้อนจากราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 5% ในวันนี้ เนื่องจากเป็นหุ้นที่ตลาดคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวมากที่สุด ผ่านเครือข่ายโรงแรมระดับกลางและระดับประหยัดในประเทศไทย

•อย่างไรก็ตาม เรายังคงประมาณการกำไรของกลุ่มไว้เช่นเดิม โดยคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องใน 4Q26 จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง High season และการจัดอีเวนต์ระดับโลกในประเทศไทย

•เรามองว่าการอ่อนตัวของราคาหุ้นเป็นจังหวะสะสม โดยหุ้นเด่นของเราคือ ERW (ราคาเป้าหมาย 4.3 บาท), CENTEL (ราคาเป้าหมาย 47 บาท) และ AOT (ราคาเป้าหมาย 72 บาท)



ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

ท่องเที่ยว: "ไทยเที่ยวไทยพลัส" มีแนวโน้มเลื่อนไปเป็นช่วงเดือนเม.ย. 2027 (จากเดิมคาดเริ่มใช้สิทธิได้ในเดือน พ.ย. 2026) | Café Invest