สรุปสาระสำคัญ
นักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ที่ 36 ของปี 2026 อยู่ที่ 472,898 คน ลดลง 7% YoY และ 4% WoW โดยตลาดจีนอยู่ที่ 72,983 คน (เพิ่มขึ้น 8% YoY แต่ลดลง 12% WoW) ปัจจัยกดดันหลักมาจากการสิ้นสุดช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนของตลาดจีนและไต้หวัน ส่งผลให้ตลาดระยะใกล้โดยรวมชะลอตัวลง ขณะที่นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่พลิกกลับมาลดลง YoY ในช่วง 5 วันแรกของเดือน ก.ย. อาจส่งผลกระทบเชิงลบระยะสั้นต่อกลุ่มโรงพยาบาล อย่างไรก็ดี เรายังคงมุมมองว่ากลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางยังมีแนวโน้มฟื้นตัวใน 2H26 จากการที่โรงพยาบาลได้รับการนัดหมายจากผู้ป่วยเพิ่มขึ้น
ท่องเที่ยว: ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ที่ 36 ของปี 2026 (30 ส.ค. - 5 ก.ย.) ลดลง 7% YoY และ 4% WoW

ประเด็นสำคัญ
- นักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ที่ 36 ของปี 2026 (30 ส.ค. - 5 ก.ย.) อยู่ที่ 472,898 คน (ลดลง 7% YoY และ 4% WoW) โดยตลาดนักท่องเที่ยวจีนอยู่ที่ 72,983 คน (เพิ่มขึ้น 8% YoY แต่ลดลง 12% WoW) ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวอื่นที่ไม่ใช่จีนอยู่ที่ 399,915 คน (ลดลง 9% YoY และ 2% WoW)
- ปัจจัยกดดันสำคัญเกิดจากนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short Haul) ที่ปรับลดลงเนื่องจากการสิ้นสุดช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนของจีนและไต้หวัน ขณะที่นักท่องเที่ยวระยะไกล (Long Haul) เช่น ตลาดยุโรป จะเข้าสู่ช่วงพักตัวหลังสิ้นสุดฤดูท่องเที่ยวภาคฤดูร้อน
- จำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 5 ก.ย. 2026 อยู่ที่ 21.28 ล้านคน ลดลง 3.12% YoY (การคำนวณไม่รวมข้อมูลวันที่ 22-25 มิ.ย. 2025 และ 2026 เนื่องจากระบบข้อมูลขัดข้อง)
- ในช่วงวันที่ 1-5 ก.ย. นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางพลิกกลับมาลดลง 29.8% YoY หลังจากฟื้นตัวต่อเนื่องในเดือน ก.ค. (+8.7% YoY) และ ส.ค. (+14.9% YoY)
มุมมองของเรา
- ทิศทางการฟื้นตัวเป็นไปตามที่เราคาดไว้ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายเดือนจะต้องเฉลี่ยราว 2.3-2.4 ล้านคนใน 3Q26 และ 3.1-3.2 ล้านคนใน 4Q26 จึงจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2026 อยู่ที่ 33 ล้านคน ตามประมาณการของเรา
- เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว โดยมีปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ช่วง High Season ประกอบกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และอีเวนต์ระดับโลก เช่น MF-World Bank Group Annual Meetings (12-18 ต.ค.) และ Tomorrowland Thailand (11-13 ธ.ค.) หุ้นเด่นของเราคือ ERW (ราคาเป้าหมาย 4.3 บาท) CENTEL (ราคาเป้าหมาย 47 บาท) และ AOT (ราคาเป้าหมาย 72 บาท)
- นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่พลิกกลับมาลดลงในช่วงต้นเดือน ก.ย. อาจส่งผลกระทบเชิงลบระยะสั้นต่อกลุ่มโรงพยาบาล โดย BH มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางมากที่สุด (24% ของรายได้) รองลงมาคือ PR9 (9%), BDMS (4%), BCH (3%) และ CHG (2%) อย่างไรก็ดี เรายังคงมุมมองว่ากลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางยังมีแนวโน้มฟื้นตัวใน 2H26 จากการที่โรงพยาบาลได้รับการนัดหมายจากผู้ป่วยเพิ่มขึ้น หุ้นเด่นของกลุ่มการแพทย์ได้แก่ BH (ราคาเป้าหมาย 245 บาท), PR9 (ราคาเป้าหมาย 23 บาท) และ BCH (ราคาเป้าหมาย 13 บาท)
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

