บทความนี้จะพาคุณเข้าใจแนวคิดสำคัญของตลาด Options ที่มือใหม่มักสงสัย — “Time Value” หรือมูลค่าตามเวลา ที่ค่อย ๆ ลดลงทุกวันจนหมดอายุ แม้ราคาหุ้นอ้างอิงจะไม่เปลี่ยนเลยก็ตาม พร้อมยกตัวอย่างสถานการณ์จริงให้เห็นว่า Time Value ทำงานอย่างไร และวิธีบริหารให้ฉลาดขึ้น เพื่อไม่ให้เวลากลายเป็นศัตรูของนักลงทุน
Time Value คืออะไร? ทำไมราคาของ Options ถึงลดลง ทั้งที่ราคาหุ้นยังไม่เปลี่ยน

ทำไมถือ Call Options แล้วราคากลับลด ทั้งที่หุ้นยังอยู่ที่เดิม? คำตอบอยู่ที่ “เวลา” ไม่ใช่ “ทิศทาง”
คุณซื้อ Call Options หุ้น Apple เพราะมั่นใจว่าราคาจะขึ้น แต่ผ่านไปสัปดาห์หนึ่ง หุ้นก็ยังอยู่ที่เดิม — กลับกัน ราคาของ Options ที่ถืออยู่กลับ “ลดลง”
หลายคนคิดว่าตัวเองวิเคราะห์ผิด หรือระบบเทรดมีปัญหา แต่จริง ๆ แล้วมันคือ “ธรรมชาติของออปชั่น” ที่มีสิ่งหนึ่งเรียกว่า Time Value ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปค่า time valueที่ลดลงจะเสมือนเป็นตัวที่ค่อย ๆ “กัดกินมูลค่า” ของ Options ทุกวันเหมือนน้ำแข็งที่กำลังละลาย
Time Value คืออะไร?
ในโลกของ Options ราคาของสัญญา (Premium) ไม่ได้มาจากราคาหุ้นอย่างเดียว แต่ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักคือ
- Intrinsic Value (มูลค่าจริง) – ส่วนต่างระหว่างราคาหุ้นกับราคา Strike (เฉพาะสัญญาที่ “อยู่ในเงิน”)
- Time Value (มูลค่าตามเวลา) – ส่วนเกินที่สะท้อน “โอกาส” ที่ราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวในอนาคต
พูดง่าย ๆ คือ Time Value = ราคาที่คุณจ่ายเพื่อซื้อ “เวลา”
และยิ่งเหลือเวลามาก ราคาก็ยิ่งสูง เพราะตลาดมองว่ายังมี “โอกาสเกิดอะไรขึ้นได้อีกมาก”
ตัวอย่างเห็นภาพ – หุ้นไม่เปลี่ยน แต่ราคา Options ลดลง
สมมติคุณซื้อ Call Options หุ้น AAPL
- ราคาหุ้นปัจจุบัน (Spot): 260 USD
- Strike Price: 260 USD
- อายุสัญญา: 30 วัน
- Premium (ราคาซื้อ): 10 USD
ในวันแรกที่ซื้อ:
- Intrinsic Value = 0 (เพราะหุ้นยังไม่เกิน Strike)
- Time Value = 10 USD
ราคาทั้งหมดคือ “มูลค่าของเวลา”
ผ่านไป 10 วัน หุ้นยังอยู่ที่ 260 USD
แต่ตอนนี้ Time Value เหลือแค่ 7 USD
Options ที่คุณถืออยู่จึงมีมูลค่าลดเหลือ 7 USD
ปัจจัยทางด้านราคาไม่เปลี่ยนแปลง เพราะราคาหุ้นไม่ตก
แต่ขาดทุนจาก “เวลาที่หายไป” (จำนวนวันหมดอายุของออปชันลดลงจาก 30 วัน เหลือ 20 วัน)
ตัวอย่างเปรียบเทียบ “ถือหุ้นจริง” vs “ถือ Call Options”
รายการ | หุ้น AAPL | Call Options AAPL |
|---|---|---|
ราคาหุ้นปัจจุบัน | 260 USD | – |
Strike | – | 260 USD |
Premium | – | 7 USD |
หลัง 10 วัน หุ้นไม่ขยับ | มูลค่าพอร์ต = 260 USD | Premium ลดเหลือ 7 USD |
ผลต่าง | 0 (ไม่ขาดทุน) | ขาดทุน -3 USD (จาก Time Value) |
สรุป: การถือหุ้นไม่เสียค่า “เวลา” แต่การถือ Options ต้องจ่ายค่าพรีเมียม และค่าพรีเมียมนี้จะ “ละลาย” ตามเวลา
ทำไม Time Value ถึงลดลงเรื่อย ๆ
การลดลงของ Time Value เรียกว่า “Time Decay”
ซึ่งไม่ได้ลดแบบเส้นตรง แต่จะ “เร่งเร็วขึ้น” เมื่อใกล้หมดอายุ
ลองนึกภาพ “น้ำแข็งแท่งใหญ่” — ตอนแรกละลายช้า แต่พอใกล้หมดก็ละลายเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ในโลกของ Options ก็เหมือนกัน
ยิ่งใกล้วันหมดอายุ → โอกาสที่ราคาหุ้นจะเปลี่ยนทิศลดลง → Time Value จะละลายเร็วขึ้นมาก
สรุปเป็นภาพจำง่าย:
“Options = น้ำแข็งแห่งเวลา ยิ่งถือไว้นาน มูลค่าของเวลาก็จะยิ่งละลายเร็วขึ้น”
แล้วเราจะบริหาร Time Value ยังไงดี?
- เลือกอายุสัญญาให้เหมาะกับแผนการเทรด
- ถ้ามองระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) → ใช้สัญญาอายุสั้น เช่น อายุออปชันอยู่ในช่วง 30-45 วัน เพื่อให้จ่าย Time Value น้อยและมูลค่าของเวลาไม่ลดลงเร็วจนเกินไป(เทียบกับออปชันอายุน้อยกว่า 30วัน (ค่าของเวลาจะลดลงเร็วกว่าออปชันที่มีช่วงอายุ 30-45 วัน)
- ถ้ามองระยะยาว (หลายเดือน) → ใช้ LEAPS Options เพื่อให้ Time Decay ช้ากว่า
- อย่าถือ Options นานเกินไป
เมื่อได้กำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นแล้ว ควรทยอยขายทำกำไรก่อน Time Value หายหมด - เทรดช่วงที่ตลาดมีเหตุการณ์สำคัญ
ช่วงก่อนประกาศงบ, FOMC Meeting, CPI Report มักมี Volatility สูง
→ ส่งผลให้ ค่าTime Value จะเพิ่มขึ้น → ทำให้ราคา Options แพงขึ้น
หากเข้าและออกให้ถูกจังหวะ ก็สามารถเก็บกำไรได้จากทั้งทิศทางและค่าเวลา
ข้อควรระวังเรื่องความผันผวน
ในทางตรงกันข้ามหากเข้าซื้อออปชันในช่วงที่หุ้นมีความผันผวนของราคาที่สูงกว่าปกติ จำนวนกำไรที่ได้ก็จะลดลงเช่นกันแม้ราคาหุ้นจะไปในทิศทางเดียวกับที่ซื้อออปชั่น เพราะค่าความผันผวนกลับมาที่ระดับปกติ
ตัวอย่าง
สมมติคุณซื้อ Call Options หุ้น Tesla (TSLA)
- Strike = 450 USD
- Premium = 30 USD
- อายุสัญญา 30 วัน
หากผ่านไป 25 วัน ราคาหุ้นยังอยู่ 450 USD
Premium อาจจะเหลือเพียง 10-5 USD เท่านั้น เพราะ Time Value เหลือน้อยมาก (อีกปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาที่เหลือคือค่าความผันผวน)
แต่ถ้าราคาหุ้นพุ่งไป 490 USD ก่อนหมดอายุ
Premium อาจกระโดดขึ้นไป 40 USD หรือมากกว่า เพราะ Intrinsic Value เริ่มเข้ามาแทนที่ Time Value
สรุปคือ:
- ถ้าหุ้นไม่ขยับ → Time Value หาย
- ถ้าหุ้นขยับแรงก่อนหมดอายุ →ค่าTime value เพิ่มจากค่าความผันผวนจึงช่วยเสริมกำไร
การเทรดจริงใน InnovestX
บนแพลตฟอร์ม InnovestX US Options
นักลงทุนสามารถดูข้อมูล “Days to Expiry” และราคาพรีเมียมแบบ Real-time ได้
ช่วยให้ประเมินได้ว่า Time Value เหลือมากหรือน้อย ก่อนตัดสินใจเปิดสถานะ
เช่น ถ้าอยากเก็งกำไรเร็ว (1 - 2 วัน)→ เลือก Weekly Options ที่เหลืออายุ มากกว่า 7 วัน
แต่ถ้าต้องการถือยาว → เลือกสัญญาเดือนถัดไป เพื่อลดผลกระทบจาก Time Decay
Conclusion
Time Value คือ “ต้นทุนของเวลา” ที่นักลงทุนจ่ายเพื่อถือสิทธิ์ในอนาคต
ใครเข้าใจกลไกนี้ จะไม่ตกใจเวลาเห็นราคาลดลงทั้งที่หุ้นยังไม่ขยับ
และจะะสามารถประเมินโอกาสและตัดสินใจในการลงทุน Options ได้ดียิ่งขึ้นหากเทียบกับการซื้อลงทุนโดยเน้นแค่ทิศทางเพียงอย่างเดียว
⚠️ Disclaimer
US Options 🚀 ลงทุน US Options กับ InnovestX ได้แล้ว! ครั้งแรกบน InnovestX ที่ให้คุณเทรด US Options ได้ทั้งบนแอปและ WebTrade สะดวกกว่าเดิม พร้อมเครื่องมือครบมือเหมือนเดิม
✅ เติมเงินเข้า wallet ได้ real-time
✅ ฝาก-ถอน ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง
✅ เครื่องมือเทรดผ่านเว็บไซต์ สามารถใช้ผ่าน PC ให้สามารถเทรดได้แบบมืออาชีพ
✅ มีข้อมูล real-time market data ของ US Options ให้ subscribe ในราคาดีเข้าถึงง่าย เพียง 1.25 USD/Month
✅ ใช้บัญชีเดียวกับบัญชีหุ้นสหรัฐฯ ไม่ต้องเปิดบัญชีใหม่
📱 ดาวโหลดและเปิดบัญชีกับ InnovestX คลิก https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b
📱 รายละเอียดและคู่มือการเปิดใช้บริการ US Options คลิก https://www.innovestx.co.th/us-options
⚠️ คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน US Futures and Options มีความเสี่ยงสูงที่อาจก่อให้เกิดผลขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญจึงไม่เหมาะสมกับทุกคน การซื้อขาย Options ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นหลักทรัพย์ต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงที่มูลค่าสัญญาจะลดลงตามเวลา (Time decay) ความเสี่ยงที่ท่านอาจสูญเสียเงินที่จ่ายเพื่อซื้อสิทธิ์ในตอนแรก (ค่าพรีเมียม) ทั้งหมด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
