Café Invest
Markets

รายได้เทคโนโลยีไต้หวันเดือน มิ.ย. 2026 แข็งแกร่งทั่วห่วงโซ่

รายได้เทคโนโลยีไต้หวันเดือน มิ.ย. 2026 แข็งแกร่งทั่วห่วงโซ่

รายได้บริษัทเทคโนโลยีไต้หวันเดือน มิ.ย. 2026 เติบโตแข็งแกร่งเกือบทุกส่วนของห่วงโซ่ โดยมีแรงหนุนจากการผลิตชิป AI การประกอบเซิร์ฟเวอร์ ระบบระบายความร้อน แผงวงจร และเครือข่ายความเร็วสูง TSMC มีรายได้เพิ่มขึ้น 68% YoY ขณะที่ Hon Hai เพิ่มขึ้น 52% และรายได้ไตรมาส 2 สูงกว่าตลาดคาด ภาพรวมยืนยันว่าการลงทุนด้าน AI ยังดำเนินต่อ แต่ต้องติดตามข้อจำกัดด้านชิ้นส่วน ราคาหุ้นที่อยู่ในระดับสูง และความเสี่ยงจากการสร้างศูนย์ข้อมูลมากเกินความต้องการ

1. ภาพรวมรายได้: การเติบโตเร่งขึ้นอีกครั้งในเดือน มิ.ย.

  • รายได้เดือน มิ.ย. 2026 ของบริษัทเทคโนโลยีไต้หวันสะท้อนว่าการลงทุนด้าน AI ยังขยายตัวแข็งแกร่ง โดยกลุ่มผู้ประกอบเซิร์ฟเวอร์และเจ้าของแบรนด์มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 49% YoY เร่งขึ้นจาก 25% ในเดือน พ.ค. ขณะที่กลุ่มชิ้นส่วนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 79% กลุ่มเครือข่าย 83% แผงวงจร 71% และกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ 36%
  • การเติบโตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะผู้ผลิตชิป แต่กระจายไปยังผู้ประกอบเซิร์ฟเวอร์ ระบบระบายความร้อน รางเลื่อน แผงวงจร และอุปกรณ์เครือข่าย สะท้อนว่าการเพิ่มกำลังประมวลผลของศูนย์ข้อมูลกำลังส่งผ่านคำสั่งซื้อไปยังห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง

1783998070075-795dd62f375babbbb6a45d3996780f72e453cd2883ffb018446888e2bca2abbd.png

2. ผู้ประกอบเซิร์ฟเวอร์ได้แรงหนุนจากระบบ AI รุ่นใหม่

  • กลุ่มผู้ประกอบเซิร์ฟเวอร์มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 49% YoY โดย Quanta เด่นที่สุดที่ +103% ตามการส่งมอบเซิร์ฟเวอร์ AI และระบบประมวลผลขนาดใหญ่ ขณะที่ Gigabyte เพิ่มขึ้น 69%, Inventec 62%, Compal 58%, Asus 56%, Wistron 54% และ Hon Hai 52%
  • Wiwynn เพิ่มขึ้น 30% ซึ่งยังเป็นการเติบโตที่ดี แม้ต่ำกว่าบริษัทบางราย เนื่องจากฐานรายได้เดิมอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว ภาพรวมแสดงให้เห็นว่าคำสั่งซื้อไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ประกอบรายใหญ่ แต่เริ่มกระจายไปยังผู้ผลิตหลายรายตามการเพิ่มจำนวนโครงการศูนย์ข้อมูลและการส่งมอบผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่
  • ในทางตรงกันข้าม HTC มีรายได้ลดลง 9% YoY สะท้อนว่าการเติบโตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไต้หวันยังขึ้นอยู่กับระดับการเชื่อมโยงกับ AI เป็นสำคัญ บริษัทที่พึ่งพาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปยังไม่ได้รับประโยชน์ในระดับเดียวกัน

1783998112049-96816997ab3ffc26e081b83cc38a6c2fcfd405cd718ffd983f31757f719944c6.png


3. Hon Hai ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของเดือน มิ.ย.

  • Hon Hai รายงานรายได้เดือน มิ.ย. ที่ NT$821.8bn เพิ่มขึ้น 52.1% YoY แม้ลดลง 4.4% จากเดือนก่อน โดยเป็นระดับสูงสุดที่บริษัทเคยทำได้ในเดือน มิ.ย. รายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ NT$2.51tn เพิ่มขึ้น 39.8% YoY และ 18.0% QoQ สูงกว่าตลาดคาดที่ประมาณ NT$2.37tn
  • แรงขับเคลื่อนหลักมาจากเซิร์ฟเวอร์ AI และอุปกรณ์เครือข่าย ซึ่งช่วยชดเชยความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคและคอมพิวเตอร์บางส่วนที่อ่อนลง บริษัทคาดว่าการส่งมอบตู้เซิร์ฟเวอร์ AI จะยังเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 ประกอบกับสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศกำลังเข้าสู่ฤดูกาลขายสูง
  • โครงสร้างรายได้ของ Hon Hai จึงเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่โทรศัพท์มือถือเป็นธุรกิจหลัก ไปสู่เซิร์ฟเวอร์ AI และอุปกรณ์เครือข่ายที่กำลังกลายเป็นแหล่งรายได้และการเติบโตสำคัญมากขึ้น

4. ระบบระบายความร้อนและรางเลื่อนเติบโตสูงกว่าผู้ประกอบเซิร์ฟเวอร์

  • กลุ่มชิ้นส่วนมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 79% YoY โดย King Slide เพิ่มขึ้นถึง 221% สูงที่สุดในกลุ่ม จากความต้องการรางเลื่อนสำหรับตู้เซิร์ฟเวอร์ AI ที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักสูง และมีจำนวนชิปประมวลผลต่อระบบเพิ่มขึ้น
  • Asia Vital Components เพิ่มขึ้น 66% และ Auras เพิ่มขึ้น 62% จากความต้องการระบบระบายความร้อนสำหรับเซิร์ฟเวอร์กำลังสูง ส่วน Delta เพิ่มขึ้น 55% จากความต้องการระบบจ่ายไฟและการจัดการพลังงานในศูนย์ข้อมูล
  • ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าคอขวดของเซิร์ฟเวอร์ AI ไม่ได้อยู่ที่ชิปเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการจ่ายไฟ ระบายความร้อน และรองรับน้ำหนักของระบบ ทำให้มูลค่าชิ้นส่วนต่อหนึ่งตู้เซิร์ฟเวอร์เพิ่มขึ้นตามกำลังประมวลผล
  • อย่างไรก็ตาม Largan มีรายได้ลดลง 10% YoY เนื่องจากธุรกิจหลักยังเกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนกล้องและโทรศัพท์มือถือมากกว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI จึงเป็นอีกตัวอย่างของความแตกต่างระหว่างห่วงโซ่ AI กับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป


5. เครือข่ายความเร็วสูงเร่งตัวตามการขยายศูนย์ข้อมูล

  • รายได้กลุ่มเครือข่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 83% YoY โดย LandMark เพิ่มขึ้น 128%, Universal Microwave 89%, WNC 84% และ Win Semi 30%
  • การเติบโตของกลุ่มนี้เป็นผลจากความต้องการรับส่งข้อมูลระหว่างเซิร์ฟเวอร์ที่สูงขึ้น เพราะระบบ AI ขนาดใหญ่ต้องเชื่อมชิปประมวลผลจำนวนมากเข้าด้วยกัน ความเร็วของเครือข่ายจึงมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของศูนย์ข้อมูล
  • LandMark ได้ประโยชน์จากชิ้นส่วนที่ใช้ในระบบสื่อสารด้วยแสง ขณะที่ WNC ได้แรงหนุนจากอุปกรณ์เครือข่ายสำหรับศูนย์ข้อมูล ส่วน Universal Microwave และ Win Semi เชื่อมโยงกับชิ้นส่วนสื่อสารความถี่สูง ภาพรวมจึงสนับสนุนมุมมองว่าการลงทุนรอบนี้กำลังเคลื่อนจากการซื้อชิปไปสู่การเพิ่มความสามารถของเครือข่ายควบคู่กัน


6. แผงวงจรยังเติบโตสูงจากความซับซ้อนของเซิร์ฟเวอร์ AI

  • กลุ่มแผงวงจรมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 71% YoY โดย Elite Material เพิ่มขึ้น 121%, Gold Circuit 78%, Nan Ya PCB 50% และ Unimicron 36%
  • Elite Material ได้ประโยชน์จากความต้องการวัสดุแผงวงจรคุณภาพสูง ซึ่งต้องรองรับการส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงและลดการสูญเสียของสัญญาณ ขณะที่ Gold Circuit ได้แรงหนุนจากแผงวงจรสำหรับเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์เครือข่าย
  • เซิร์ฟเวอร์ AI ใช้แผงวงจรที่มีจำนวนชั้นมากขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น และต้องการวัสดุที่มีคุณภาพสูงกว่าเซิร์ฟเวอร์ทั่วไป ส่งผลให้ทั้งปริมาณการใช้งานและมูลค่าต่อหน่วยเพิ่มขึ้น จึงเป็นบวกต่อผู้ผลิตวัสดุและแผงวงจรที่มีเทคโนโลยีสูง


7. TSMC เป็นผู้นำการเติบโตของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

  • รายได้กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 36% YoY โดย TSMC เด่นที่สุดที่ +68% ในเดือน มิ.ย. ส่งผลให้รายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ประมาณ NT$1.27tn เพิ่มขึ้น 36% YoY และใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด
  • การเติบโตของ TSMC มาจากความต้องการชิปประมวลผล AI ชิปเซิร์ฟเวอร์ และชิปสำหรับอุปกรณ์ระดับสูง บริษัทได้รับประโยชน์ทั้งจากกระบวนการผลิตชิปขั้นสูงและบริการบรรจุชิปขั้นสูง ซึ่งยังมีความต้องการสูงกว่ากำลังการผลิต
  • TSMC มีแผนลงทุนเกือบ US$56bn ในปี 2026 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต โดยประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือการขยายกำลังผลิตชิปรุ่นใหม่และการบรรจุชิปว่าจะทันต่อความต้องการหรือไม่ รวมถึงความสามารถในการรักษาอัตรากำไรท่ามกลางการลงทุนโรงงานในต่างประเทศที่มีต้นทุนสูงกว่าไต้หวัน


8. บริษัทเซมิคอนดักเตอร์อื่นฟื้นตัวไม่เท่ากัน

  • นอกจาก TSMC แล้ว Aspeed เพิ่มขึ้น 67% จากความต้องการชิปควบคุมระบบเซิร์ฟเวอร์ ส่วน MPI เพิ่มขึ้น 65% ตามความต้องการอุปกรณ์ทดสอบชิปขั้นสูง ASE Technology เพิ่มขึ้น 33% จากธุรกิจบรรจุและทดสอบชิป ขณะที่ King Yuan Electronics เพิ่มขึ้น 29%
  • UMC เพิ่มขึ้น 23% สะท้อนการฟื้นตัวของชิปรุ่นทั่วไป แต่ยังต่ำกว่ากลุ่มที่เชื่อมโยงกับ AI โดยตรง ส่วน MediaTek เพิ่มขึ้นเพียง 3% เนื่องจากยังพึ่งพาตลาดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ผู้บริโภคเป็นหลัก
  • GlobalWafers ลดลง 2% YoY แม้ปรับดีขึ้นจากช่วงต้นปี สะท้อนว่าตลาดแผ่นซิลิคอนยังฟื้นตัวช้ากว่าชิป AI เนื่องจากลูกค้าในกลุ่มชิปรุ่นทั่วไปยังมีสินค้าคงคลังและใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่


9. รายได้ชี้ว่าการลงทุน AI ยังไม่ชะลอตัว

  • รายได้เดือน มิ.ย. สนับสนุนมุมมองว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยังดำเนินต่อ โดยงบลงทุนรวมของผู้ให้บริการรายใหญ่อย่าง Alphabet, Amazon, Meta และ Microsoft ถูกประเมินว่าอาจสูงถึงประมาณ US$725bn ในปี 2026
  • การเติบโตของ TSMC, Hon Hai, Quanta รวมถึงบริษัทระบายความร้อน แผงวงจร และเครือข่าย แสดงให้เห็นว่าคำสั่งซื้อกำลังเปลี่ยนจากชิปเดี่ยวไปสู่ระบบครบชุด ตั้งแต่ชิปประมวลผล หน่วยความจำ แผงวงจร ระบบจ่ายไฟ ระบบระบายความร้อน จนถึงการเชื่อมต่อข้อมูล
  • อย่างไรก็ตาม นักลงทุนเริ่มกังวลว่าราคาหุ้นบางบริษัทสะท้อนความคาดหวังสูงมากแล้ว รวมถึงความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลอาจสร้างกำลังประมวลผลมากเกินความต้องการ หรือยังไม่สามารถสร้างรายได้จาก AI ให้คุ้มกับเงินลงทุนได้


10. แนวโน้มไตรมาส 3 ยังเป็นบวก แต่ต้องติดตามข้อจำกัดด้านชิ้นส่วน

  • แนวโน้มไตรมาส 3 ยังแข็งแกร่งจากการส่งมอบเซิร์ฟเวอร์ AI เพิ่มขึ้น การเข้าสู่ฤดูกาลขายสินค้าเทคโนโลยี และการเปิดตัวระบบประมวลผลรุ่นใหม่ Hon Hai คาดว่ารายได้จะเติบโตทั้ง QoQ และ YoY ขณะที่ผู้ประกอบเซิร์ฟเวอร์รายอื่นมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อที่ทยอยเพิ่มขึ้น
  • ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การขาดแคลนหน่วยความจำและชิ้นส่วนสำคัญ ความล่าช้าในการเปิดตัวระบบ AI รุ่นใหม่ ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลว่าการลงทุนศูนย์ข้อมูลอาจสูงเกินไป


มุมมองของ InnovestX

  • รายได้เดือน มิ.ย. 2026 ยืนยันว่าห่วงโซ่เทคโนโลยีไต้หวันยังอยู่ในช่วงเติบโตจาก AI โดยกลุ่มที่โดดเด่นที่สุดไม่ใช่เพียง TSMC และผู้ประกอบเซิร์ฟเวอร์ แต่รวมถึงบริษัทที่แก้ปัญหาคอขวดของระบบ ได้แก่ King Slide ในรางเลื่อน, Delta ในระบบจ่ายไฟ, Asia Vital Components และ Auras ในระบบระบายความร้อน, Elite Material และ Gold Circuit ในแผงวงจร รวมถึง LandMark และ WNC ในระบบเครือข่าย

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน