Markets
กลยุทธ์การลงทุน - ผลกระทบเบื้องต้นต่อกรณีขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐ

- ภาพของนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์
- เรามีมุมมองเชิงลบกับนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐเพราะจะกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจและผลประกอบการในช่วง 2H25 และจะยิ่งแย่ลงหากว่ามีการตอบโต่ระหว่างกัน จึงต้องเน้นตั้งรับและกระจายความเสี่ยงเป็นหลัก
- เมื่อแนวโน้มเงินเฟ้อสูงขึ้นทำให้ตัวแปรของนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายที่สนับสนุนตลาดก่อนหน้านี้ทำได้จำกัด
- ผลกระทบของภาษีกระทบในวงกว้างซึ่งจะทำให้แนวโน้มการเติบโตถูกปรับลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียน (แต่ปริมาณการปรับลงยังไม่ชัดเจน) เป็นจากความเสี่ยงเศรษฐกิจหดตัวมีเพิ่มสูงขึ้น
- ตลาดอาจจะมีการฟื้นตัวได้บ้างหากว่ามีการเจรจากับสหรัฐและออกมาในทิศทางที่ดีแต่ก็จะไม่เปลี่ยนแนวโน้มของนโยบายภาษีตอบโต้ เพียงแต่จะได้ลดจากที่กำหนดไว้เดิม
- แนะนำหลีกเลี่ยงกลุ่มยานยนต์ กลุ่มเสื้อผ้ากีฬา กลุ่มบริการทางการเงิน ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มธนาคาร กลุ่มพลังงาน
- แนะนำลงทุนในหุ้นที่มีลักษณะ “3D” ได้ แก่ 1) Domestic (กลุ่มที่มีรายได้ภายในประเทศสูง) 2) Defensive (กลุ่มเชิงรับที่สามารถลดผลกระทบจากความผันผวนปัจจัยภายนอกได้) และ 3) Dividend (กลุ่มที่จ่ายเงินปันผลสูง)
- ตลาดหุ้นสหรัฐแนะนำ Verizon, CVS, Pfizer, UnitedHealth, Costco, Pepsico, Colgate Palmolive
- ตลาดหุ้นยุโรปแนะนำ Siemens, Carrefour, Metro, Deutsche Telekom, BNP Paribas, Enel, Iberdrola
- ตลาดหุ้นจีนแนะนำ Xiaomi, JD.com, Hong Kong Exchange, Trip.com, China Mobile, Tencent, Alibaba
- ตลาดหุ้นไทยแนะนำ CPALL, ADVANC, TRUE, BTG, BCH
