Café Invest
Markets

🔥เปิดกลยุทธ์รับสัญญาณสงบศึก...บนความหวังในวันที่ความเสี่ยงยังไม่จบ

🔥เปิดกลยุทธ์รับสัญญาณสงบศึก...บนความหวังในวันที่ความเสี่ยงยังไม่จบ

🎯แม้ปัจจุบันสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง แต่ล่าสุดเริ่มมีการส่งสัญญาณใช้การทูตเพื่อหาทางออก ซึ่งหากนำไปสู่การลดระดับความตึงเครียดและเริ่มส่งสัญญาณคลี่คลายได้จะเป็น "จุดเปลี่ยนสำคัญ" (Turning Point) ที่ปลดล็อก Geopolitical Risk Premium ที่เคยกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกมาตลอดหลายสัปดาห์ อย่างไรก็ดี INVX มองว่า ภาวะการฟื้นตัวของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงแรกนี้จะเป็นลักษณะ Relief Rally ที่ถูกขับเคลื่อนด้วย Sentiment เป็นหลัก ซึ่งยังมีความผันผวนสูงจนกว่าจะเห็นข้อยุติที่เป็นรูปธรรมชัดเจนกว่านี้ โดยระยะสั้นความคาดหวังเชิงบวกดังกล่าวคาดจะทำให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงกลับมาเป็นบวก ดังนี้

1) ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่เคยพุ่งไปแตะระดับ US$120/bbl ในช่วงกลางเดือน มี.ค. 69 คาดจะปรับฐานลงมาแรงบริเวณ US$80-90/bbl หลังความกังวลภาวะอุปทานพลังงานชะงักงันจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซผ่อนคลายลง ซึ่งช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิต

2) แรงกดดันเงินเฟ้อสูงทั่วโลกคาดจะชะลอตัวลงตามต้นทุนพลังงานที่ลดลง ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกมีช่องว่างในการพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อ Valuation ของสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไป

3) Fund Flow คาดจะไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Havens) เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ กลับเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง อาทิ หุ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นกลุ่ม Emerging Markets ที่โดนเทขายหนักในช่วงก่อนหน้านี้ที่เกิดความขัดแย้ง

🔸มุมมองต่อตลาดหุ้นไทย : ระยะสั้น INVX คาด SET มีโอกาสดีดตัวอย่างรวดเร็ว (ฟื้นตัวแบบ V-Shape) กลับไปทดสอบแนวต้านแรกที่ 1,450-1,480 จุด จากคาดความหวังเชิงบวกต่อการเริ่มเจรจาซึ่งช่วยคลายความกังวลต่อต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและปัญหาห่วงโซ่อุปทานชะงักงันที่จะลามไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี ทิศทางของ SET ระยะถัดไปขึ้นกับควาสำเร็จในการเจรจาเป็นสำคัญว่าจะนำไปสู่ 1) ข้อตกลงสันติภาพที่ถาวร ซึ่งคาด SET มีโอกาสจะปรับขึ้นไปทดสอบที่ 1,500-1,530 จุด ซึ่งเป็นระดับที่สะท้อนการกลับมาของความเชื่อมั่นลงทุนและการฟื้นตัวของกำไร บจ. ที่เคยถูกกดดันจากวิกฤติพลังงานก่อนหน้านี้ หรือ 2) การเจรจาที่ล้มเหลวหรือเกิดการเผชิญหน้าทางทหารอีกครั้ง ซึ่งคาด SET มีโอกาสจะเผชิญแรงขายลดความเสี่ยง (Panic Sell) ลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมหรือต่ำกว่าที่ 1,320-1350 จุดอีกครั้ง

🔸กลยุทธ์การลงทุน : เน้นจัดสรรพอร์ตแบบปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ (Adaptive Allocation)

🔸นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และมีความคาดหวังเชิงบวกต่อผลการเจรจา INVX แนะนำให้ปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับระยะเวลาและความผันผวนที่จะเปลี่ยนรูปแบบไป ดังนี้

  1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์) : เน้นความเร็วและ Tactical Play เพราะเมื่อความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ลดลง สินทรัพย์เสี่ยงจะดีดกลับทันที (Risk-on) โดยเฉพาะหุ้นที่ถูกเทขายหนักในช่วงก่อนหน้า กลยุทธ์ระยะสั้นจึงแนะนำ “เข้าซื้อเก็งกำไร” สำหรับ 1) หุ้นที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันปรับลงแรง และ/หรือ มีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบิน (AAV THAI BA) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) รพ. ระดับบน (BH BDMS PR9) และท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW MINT) 2) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากความเสี่ยงเรื่องห่วงโซ่อุปทานชะงักงันลดลง ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) ยานยนต์ (AH SAT STANLY) วัสดุก่อสร้าง (SCC) และบรรจุภัณฑ์ (SCGP) และ 3) หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมาย Short Covering ซึ่งเป็นหุ้น SET50 ที่มีปริมาณขายชอร์ตเพิ่มขึ้นและราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ในช่วงเกิดวิกฤติ ได้แก่ LH WHA BTS AOT BDMS CPF MINT AWC HMPRO OR ขณะที่แนะนำระมัดระวังแรงขายใน 1) หุ้นพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) หลังราคาน้ำมันปรับฐาน และ 2) ทองคำ (Gold) และหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ (Defense) จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่หายไป
  2. ระยะกลาง (3-6 เดือน): เน้นความทนทานเพื่อสู้กับ Stagflation เพราะแม้สงครามจะสงบ แต่ราคาน้ำมัน Brent ที่ฐานใหม่ (เช่น US$80-90/bbl) ยังคงสูงกว่าอดีต (US$65-70/bbl) ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อฝังตัว (Sticky Inflation) และกระทบกำลังซื้อลดลง กลยุทธ์ลงทนระยะกลางจึงแนะนำ “ทยอยซื้อสะสม” สำหรับหุ้นที่มี High Pricing Power ซึ่งสามารถส่งผ่านต้นทุนหรือปรับราคาขายให้กับลูกค้าได้เร็วเพราะเป็นสินค้าจำเป็น (Defensive) หรือมีคู่แข่งน้อยราย รวมทั้งมีความเสี่ยงจำกัดต่อปัจจัยภายนอก ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN CRC)
  3. ระยะยาว (6-12 เดือนขึ้นไป): เน้นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เพราะวิกฤติในตะวันออกลางที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไป US$120/bbl คาดจะเป็นบทเรียนที่เร่งให้ภาครัฐและธุรกิจทั่วโลกตระหนักถึงความเสี่ยงการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล พร้อมหันไปเตรียมเข้าสู่พลังงานทางเลือกซึ่งเป็น New Normal ด้านพลังงานเร็วขึ้น กลยุทธ์ลงทุนระยะยาวจึงแนะนำ “ซื้อลงทุน” สำหรับหุ้นกลุ่มพลังงานทางเลือก (Renewable Energy) อาทิ ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM GUNKUL) ที่จะได้แรงหนุนจากนโยบายรัฐและอุปสงค์จากภาคเอกชนที่ต้องการลดความผูกพันกับฟอสซิล, กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (WHA AMATA) ที่รองรับฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และกลุ่มติดตั้งสถานีชาร์จหรือ Solar Rooftop

🔸ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลการเจรจาล้มเหลวหรือเกิดการเผชิญหน้าทางทหารอีกครั้ง INVX แนะนำให้ถือเงินสดหรือตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield ท่ามกลางความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยเฟด ซึ่งการเน้นสินทรัพย์ที่มี Duration สั้นจะช่วยลดความเสี่ยงด้านราคา (Duration Risk) รวมทั้งยังเป็นการสะสมความคล่องตัวเพื่อรอเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีในจังหวะที่ราคาย่อลงมาในอนาคต

🔸ความเสี่ยงที่ยังต้องเฝ้าระวัง : แม้สัญญาณการเจรจาจะช่วยหนุน Sentiment ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น แต่ความผันผวนระหว่างทางยังมีอยู่ INVX จึงแนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่า เป็นการสงบศึกชั่วคราวหรือข้อตกลงระยะยาว เพราะปัจจุบันตลาดยังไม่ได้ Price-in ความล้มเหลวของการเจรจา ซึ่งหากการเจรจาเข้าสู่ทางตันหรือมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง สินทรัพย์เสี่ยงจะถูกเทขายอย่างรุนแรงทันที

#InnovestXResearch

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

🔥เปิดกลยุทธ์รับสัญญาณสงบศึก...บนความหวังในวันที่ความเสี่ยงยังไม่จบ | Café Invest