Café Invest
Markets

🔥สองหน้าของสงคราม: 15-Point Plan กับสัญญาณ De-escalate ที่ชัดเจนขึ้น

🔥สองหน้าของสงคราม: 15-Point Plan กับสัญญาณ De-escalate ที่ชัดเจนขึ้น

🔸ข้อมูลจาก New York Times NYT, CNBC และ Bloomberg ฉบับวันที่ 24–25 มีนาคม 2568 ชี้ให้เห็นว่าสงคราม Operation Epic Fury ที่ดำเนินมากว่า 25 วัน กำลังเข้าสู่จุดหักเหที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่เริ่มต้นความขัดแย้ง เมื่อทรัมป์ยืนยันในทำเนียบขาวว่า “เราอยู่ในระหว่างการเจรจา” และ NYT รายงานว่าสหรัฐฯ ส่งข้อเสนอสันติภาพ 15 ประเด็นให้อิหร่านผ่านคนกลางคือ จอมพล Syed Asim Munir เสนาธิการกองทัพปากีสถาน ผู้ที่ทรัมป์สนิทสนมและพบปะกันถึงสองครั้งในปี 2568

🔸ทีมเจรจาสหรัฐฯ ไม่ใช่ระดับธรรมดา แต่ประกอบด้วยรองประธานาธิบดี JD Vance, รมว. ต่างประเทศ Marco Rubio, ทูตพิเศษตะวันออกกลาง Steve Witkoff และบุตรเขยของ ปธน. ทรัมป์ Jared Kushner ซึ่งบ่งชี้ว่าทำเนียบขาวให้ความสำคัญกับทางออกทางการทูตอย่างจริงจัง ตลาดน้ำมันรับข่าวทันที Brent ดิ่งเกือบ 7% สู่ระดับ $97 ต่อบาร์เรล สะท้อน “Diplomacy Premium” ที่ถูกซื้อล่วงหน้าก่อนดีลจะเกิดขึ้นจริง


🔸สิ่งที่น่าสนใจและเป็นรูปธรรมที่สุดคือเนื้อหาใน 15-point plan ที่แม้จะยังเปิดเผยไม่ครบถ้วน แต่สองแหล่งข่าวระดับ official ที่ให้ข้อมูลกับ NYT ได้เผยโครงร่างสำคัญไว้ว่าครอบคลุมอย่างน้อย 3 เสาหลัก ได้แก่ การยุติโครงการนิวเคลียร์และ Ballistic Missile ของอิหร่านอย่างถาวรและตรวจสอบได้ (ซึ่งทรัมป์ระบุว่าเป็นประเด็นที่ 1, 2 และ 3 ในคราวเดียว), การเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือสากลผ่านได้โดยเสรีตามกฎหมายทะเลสากล และกรอบจัดระเบียบใหม่ที่เปิดทางให้รัฐบาลอิหร่านชุดปัจจุบันยังดำรงอยู่ได้ แต่ในสถานะที่อ่อนแอลงและยืดหยุ่นต่อข้อกำหนดระหว่างประเทศมากขึ้น ซึ่งหากตีความตรง ๆ หมายความว่าทรัมป์ไม่ได้ต้องการ Regime Change อย่างเต็มรูปแบบ แต่ต้องการ Regime Constraint — และนั่นเปิดช่องให้อิหร่านรับข้อเสนอได้โดยไม่เสียหน้าจนเกินไป นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าอิหร่านส่ง “ของขวัญ” ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเส้นทางพลังงานผ่านฮอร์มุซบางส่วนในเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งทรัมป์ยืนยันการรับว่ามีมูลค่ามหาศาล สัญญาณเหล่านี้รวมกันชี้ให้เห็นว่าเส้นทางสู่การยุติสงครามเริ่มมีรูปร่างชัดเจนกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว


🔸อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างไม่ประมาท โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของซาอุดีอาระเบียและ GCC (Gulf Cooperation Council คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต โอมาน กาตาร์ บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ที่ส่งสัญญาณ “พร้อมรบ” มากขึ้นทุกวัน ซาอุฯ แจ้งสหรัฐอย่างเป็นทางการว่าพร้อมโจมตีอิหร่านหากโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและไฟฟ้าของตนถูกโจมตี และมกุฎราชกุมาร โมฮัมหมัด บิน ซาลมาน (MBS) ยังกดดันทรัมป์ให้ดำเนินสงครามต่อไปเพื่อ “ปรับโครงสร้างอำนาจภูมิภาคใหม่” ขณะที่คูเวตเพิ่งถูกโดรนโจมตีถังน้ำมันที่สนามบิน บ่งชี้ว่าความขัดแย้งได้ลุกลามออกนอกพรมแดนอิหร่านแล้ว ฝั่งอิหร่านเองก็แต่งตั้ง Mohammad-Bagher Zolghadr นายทหาร IRGC สายแข็งกร้าว เป็นหัวหน้าความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่แทน Ali Larijani ที่ถูกสังหาร ซึ่งไม่ใช่สัญญาณของฝ่ายที่กำลังเตรียมยอมความ

นอกจากนี้ทรัมป์เองก็ยังส่ง 82nd Airborne Division ราว 2,000 นาย พร้อมนาวิกโยธินเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาค สะท้อนว่าทรัมป์กำลังเดินเกมสองขาพร้อมกัน คือเจรจาบนโต๊ะและกดดันทางทหารใต้โต๊ะ


🔸แม้ความเสี่ยงข้างต้นจะยังมีอยู่ แต่เมื่อชั่งน้ำหนักสัญญาณทั้งหมด แต่ INVX มองว่าโมเมนตัมของการ de-escalate เริ่มมีน้ำหนักมากกว่าในขณะนี้ เหตุผลหลักคือ

ประการแรก ระดับของทีมเจรจา (รองประธานาธิบดี+ รมว. ต่างประเทศ+ Kushner) สะท้อนว่าทรัมป์แสดงความจริงจังต่อกระบวนการนี้ ไม่ใช่แค่พิธีการ

ประการที่สอง ปากีสถานในฐานะตัวกลางมีความน่าเชื่อถือสูง เพราะจอมพล Munir มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดทั้งกับ IRGC และกับทรัมป์

ประการที่สาม ข้อเสนอที่ไม่บังคับ Regime Change เปิดพื้นที่ให้อิหร่านรับได้โดยไม่ต้องยอมแพ้อย่างสมบูรณ์

และประการสุดท้าย ทั้งอียิปต์และตุรกีต่างเข้ามาร่วมสนับสนุนให้อิหร่านตอบรับในเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งหมายความว่าแรงกดดันทางการทูตหลายทิศทางกำลังสะสมในทิศทางเดียวกัน


🔸หากการเจรจาเดินหน้าได้จริงและสงครามยุติในช่วง 2–4 สัปดาห์ข้างหน้า ผลดีต่อเศรษฐกิจไทยจะเกิดขึ้นพร้อมกันหลายมิติ Brent จะร่วงกลับสู่ $80–90 ต่อบาร์เรล ลดภาระกองทุนน้ำมันและต้นทุนพลังงานทั้งระบบ, เงินเฟ้อจากพลังงานจะคลี่คลาย เปิดพื้นที่ให้ กนง. มีความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายการเงินมากขึ้น, เส้นทางการค้าผ่านฮอร์มุซที่เปิดใหม่จะลดต้นทุนโลจิสติกส์และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ไทยนำเข้า ทั้งยูเรีย แอมโมเนีย และอะลูมิเนียม, บรรยากาศความเสี่ยงที่ผ่อนคลายจะหนุน sentiment การท่องเที่ยวและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และเงินบาทจะมีแรงแข็งค่าได้ โดยคาดการณ์กรณีฐานที่ระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งทั้งหมดนี้รวมกันหมายถึง GDP ไทยอาจฟื้นตัวได้ถึงระดับ 1.7% หรือสูงกว่ากรณีสถานการณ์ยืดเยื้อ 3 เดือนที่คาดไว้เพียง 1.4% ภายใต้ภาวะสงครามยืดเยื้อ


🔸อย่างไรก็ตาม ก่อนที่นักลงทุนจะปรับพอร์ตตามสัญญาณบวก ต้องไม่ลืมว่าความเสี่ยงเชิงโครงสร้างยังไม่หมดไป ไทยยังนำเข้าพลังงานสุทธิสูงถึง 7.25% ของ GDP และกว่า 52% มาจากตะวันออกกลาง ช่องแคบฮอร์มุซแม้จะเริ่มเปิดบางส่วน แต่อิหร่านยังเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือสินค้า สะท้อนว่าการควบคุมอาจจะยังไม่สิ้นสุด นอกจากนี้ ความเสี่ยงจาก GCC ที่อาจลุกขึ้นมาสร้างความซับซ้อนใหม่ โดยเฉพาะหาก MBS ตัดสินใจว่าการยุติสงครามเร็วเกินไปไม่เป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายของซาอุฯ ในการปรับโครงสร้างอำนาจภูมิภาค ก็อาจเป็นตัวแปรที่พลิกสถานการณ์ได้แม้ในช่วงการเจรจา

สัญญาณที่ต้องติดตามรายวันคือปริมาณเรือที่ผ่านฮอร์มุซจริง ท่าทีอิสราเอลต่อ 15-point plan และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ หากต่ำกว่า $90 อย่างต่อเนื่องคือตลาดเชื่อดีล หากทะลุ $110 คือสัญญาณว่าการเจรจากำลังสะดุด


🔸โมเมนตัมของการ de-escalate ในวันนี้เป็นข่าวดีที่ชัดเจนที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ แต่ตลาดที่ฉลาดจะไม่รีบ “ซื้อหมด” ก่อนที่ข้อตกลงจะถูกเซ็น เพราะระหว่างสัญญาณกับความสำเร็จยังมีระยะห่างอีกมาก — โดยเฉพาะเมื่อยังมีตัวแปรอย่าง GCC และอิสราเอลที่ยังอยู่นอกวงการเจรจา

🔸สิ่งที่นักลงทุนควรทำในขณะนี้คือเตรียมพอร์ตให้พร้อม ทั้งรับ upside หากดีลสำเร็จ และมี buffer หากเกิดการสะดุดกลางทาง ติดตามบทวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์การลงทุนฉบับเต็มจาก InnovestX ที่จะออกตามมาเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะครอบคลุมการจัดสรรพอร์ต หุ้นที่น่าสนใจในแต่ละ Scenario และสัญญาณที่ต้องใช้ในการตัดสินใจปรับพอร์ตอย่างเป็นรูปธรรม

#InnovestXResearch

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

🔥สองหน้าของสงคราม: 15-Point Plan กับสัญญาณ De-escalate ที่ชัดเจนขึ้น | Café Invest