Café Invest
Markets

🔥จับตา Supply Shortage พ่นพิษ จากวิกฤติในตะวันออกกลาง

🔥จับตา Supply Shortage พ่นพิษ จากวิกฤติในตะวันออกกลาง

🔸จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มต้นตั้งแต่ 28 ก.พ. 69 และปัจจุบันได้ยกระดับสู่จุดวิกฤต หลังมีการสกัดกั้นเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะยานจากระดับ US$70/bbl ไปแตะระดับเกือบ US$120/bbl ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ก่อนล่าสุดจะปรับลงมา US$90/bbl หลัง ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณบวกว่าสงครามใกล้จบ

🔸อย่างไรก็ดี หาก Brent ยังยืนเหนือ US$80-90/bbl ต่อไปอีก 1 เดือน ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงห่วงโซ่อุปทานโลกในระดับที่รุนแรง (Supply Shortage) ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมัน แต่ลามไปถึงอุตสาหกรรมอื่นทั่วโลก โดยต้นทุนแฝงในภาคการผลิตจะเริ่มสะสมจนต้องปรับราคาขายสินค้า นำไปสู่ความกังวลการขาดแคลนสินค้าอุปโภคและบริโภค ทำให้ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

1773201378358-d07b87668f9646e2b17e1fceb372d04b234aa908bd80e46a1a734a263be0e9cd.jpg

ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกลุ่มอุตสาหกรรมไทย

ประเทศไทยมีการนำเข้าน้ำมันดิบผ่านตะวันออกกลางกว่า 57% ดังนั้นการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันย่อมกดดันดุลการค้าและค่าเงินบาทให้ผันผวน โดยหากสงครามยืดเยื้อรุนแรง ในกรณีเลวร้ายมีโอกาสสูงที่ไทยจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูง (Stagflation) ซึ่งจะจำกัดการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยของ กนง. โดย INVX คาด GDP Growth ไทยจะลดลงสู่ 0.5-1.15% เงินเฟ้ออาจเร่งตัวสูงกว่า 1.5% และ กนง. อาจต้องพลิกขึ้นดอกเบี้ยฉุกเฉินสู่ 1.50-1.75%

ขณะที่ล่าสุดภาคอุตสาหกรรมไทยต่างออกมากังวลผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งได้กระทบต่อเส้นทางการขนส่งวัตถุดิบปิโตรเคมีซึ่งเป็นต้นน้ำในการผลิตสินค้าขั้นปลายต่างๆ โดยเริ่มต้นจาก SCG ประกาศหยุดโรงงานโอเลฟินส์ระยองหลังขาดวัตถุดิบ, TOA ชี้สต็อกวัตถุดิบมีเหลือแค่ 20 วัน, TFMAMA ระบุกำลังเผชิญภาวะเม็ดพลาสติกขาดตลาด ส่งผลกระทบต่อการผลิตฟิล์มบรรจุภัณฑ์ ซัพพลายเออร์เริ่มปฏิเสธรับออเดอร์ใหม่ สุ่มเสี่ยงเกิดภาวะสินค้าขาดแคลนบนชั้นวาง ซึ่งหากสถานการณ์นี้ยังยืดเยื้อ INVX คาดจะเสี่ยงกดดันเพิ่มต่อกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ในระยะถัดไป ดังนี้

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก

  • สายการบิน (AAV, THAI) : ต้นทุนน้ำมันคิดเป็น 26-32% ของรายได้ การปรับราคา Fare/Fuel Surcharge เส้นทางต่างประเทศจะส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มได้ดีกว่าเส้นทางในประเทศ แต่มาร์จิ้นจะลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้
  • โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM, GPSC): ต้นทุนก๊าซ (LNG) พุ่งแรงกว่า 106% กระทบ Margin ชัดเจน (ขณะที่ GULF มีลูกค้า SPP น้อย โดยส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้า IPP ซึ่งส่งผ่านต้นทุนให้รัฐได้ จึงได้รับผลกระทบจำกัด)
  • ท่องเที่ยว & โรงแรม (CENTEL, ERW): กระทบทั้งต้นทุนค่าไฟ (4-6% ของต้นทุน) และความต้องการเดินทางที่ลดลงจากภาวะสงคราม
  • ปิโตรเคมีปลายน้ำ: กลุ่มที่ใช้ LDPE (เครื่องใช้ไฟฟ้า) และกลุ่มที่ใช้ Propylene (ชิ้นส่วนแอร์/รถยนต์) จะเผชิญภาวะ Supply Disruption หรือวัตถุดิบขาดแคลน
  • เครื่องดื่ม (CBG, OSP): ต้นทุนการผลิตและขนส่งเพิ่ม แต่ปรับราคาขายได้ยากเนื่องจากแข่งขันด้านราคาสูง
  • สินค้าเกษตร (ข้าว, ข้าวโพด,ยาง, น้ำตาล, ถั่วเหลือง): ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางส่งออก Urea และ Ammonia (อิหร่านและกลุ่มอ่าวอาหรับ) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของปุ๋ยเคมี การหยุดชะงักจึงทำให้ต้นทุนเกษตรกรมีแนวโน้มสูงขึ้น

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบปานกลาง

  • อาหาร (TU, CPF, BTG): ยอดขายไปตะวันออกกลางน้อย (0.1-3%) การส่งออกไปยุโรปยังใช้เส้นทางทะเลแดงได้ปกติ แต่ต้องระวังปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ตกค้างที่สิงคโปร์หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
  • อิเล็กทรอนิกส์ (KCE, DELTA): กระทบค่าขนส่งเล็กน้อย (1-2%) และส่วนใหญ่ขายแบบ FOB (ลูกค้าจ่ายค่าขนส่งเอง) แต่จะมีผลกระทบมากขึ้น หากยืดเยื้อ จะทำให้มีการขาดแคลนวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก อาทิ KCE (Epoxy resins) และ DELTA, HANA เกี่ยวกับ Engineering plastic นอกจากนี้ก๊าซฮีเลี่ยมที่ผลิตโดยการ์ต้า (30-35% ของโลก) หากขาดแคลนจะกระทบการผลิต Chip ชั้นสูง และกระทบต่อกลุ่มอิเล็กทรอร์นิกส์ โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับ EV
  • วัสดุก่อสร้าง & บรรจุภัณฑ์ (SCC, SCGP): ต้นทุนถ่านหินและ Naphtha พุ่ง แต่มีการปรับกลยุทธ์ใช้ Biomass และถ่านหิน Low CV เพื่อลดความผันผวน
  • ชิ้นส่วนยานยนต์ (AH, SAT, STANLY): กระทบราคาเหล็กและเม็ดพลาสติก สามารถขอปรับราคากับค่ายรถได้แต่มี Lag time 3-6 เดือน ประเด็นที่ต้องกลัวกว่าคือ Chip Shortage หากค่ายรถหยุดผลิต
  • การแพทย์ (BH, PR9, BDMS): แม้มีต้นทุนค่าไฟเพียง 2% ของต้นทุน แต่รายได้มีความเสี่ยงจากมีฐานลูกค้าตะวันออกลางสูงราว 4-25%

กลุ่มเฝ้าระวัง หากราคาน้ำมันยืนระยะสูงเกิน 6 เดือน จะเริ่มกระทบ

  • อสังหา สื่อสาร ขนส่งทางบก ค้าปลีก: มีความเสี่ยงจากกำลังซื้อที่ลดลง หลังค่าครองชีพและเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น
  • สินเชื่อและธนาคาร: มีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ NPL ที่จะสูงขึ้น

กลุ่มที่ได้รับประโยชน์

  • พลังงานต้นน้ำ & โรงกลั่น (PTTEP, TOP, PTTGC): ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่น (GRM) ที่พุ่งสูง รวมถึงกำไรจากสต็อกน้ำมัน (Stock Gain) โดยเฉพาะ PTTGC ได้เปรียบเพราะใช้ก๊าซเป็นวัตถุดิบหลักแต่ขายผลิตภัณฑ์อิงราคา Naphtha ที่พุ่งสูง

1773201503600-680f79081e0645c4841e6d243f74d86b7db99ee65e155ccb742f97fa137586b9.jpg

กลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นไทย

INVX มองว่า วิกฤติครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาน้ำมันที่แพงขึ้น แต่ต้องจับตาความท้าทายในการบริหารจัดการ Supply Chain ของทั้งโลก โดยประเมินหากช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดตายต่อเนื่องเกิน 1 เดือน คาดจะเห็นการปรับประมาณการกำไร บจ. ไทยลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัญหา Supply Shock ที่ดันให้เงินเฟ้อพุ่งสูง (Cost-push Inflation) กลยุทธ์ลงทุนตลาดหุ้นไทยระยะสั้นจึงยังยึดแนวทางเดิม คือ แบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน ดังนี้

หากนักลงทุนรับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลสงครามยืดเยื้อ (ยังไม่จบ) แนะนำ

  1. ถือเงินสดมากขึ้น (Cash is King) และลดน้ำหนักลงทุนในหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ 1) หุ้นที่อ่อนไหวง่ายต่อต้นทุนน้ำมัน อาทิ กลุ่มปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ ท่องเที่ยว โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้ง รพ. ระดับบนที่มีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง และ 2) หุ้นที่หนี้ต่างประเทศสูงจากบาทอ่อนค่า อาทิ สายการบิน
  2. ส่วนนักลงทุนที่ทำ Strategic Hedging ในกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP PTT BCP ระยะสั้นให้พิจารณา Trailing Stop เพื่อล็อคกำไรบางส่วน หลังราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงแรง

หากนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไร ยังแนะนำแบ่งไม้สะสมที่แนวรับสำคัญ 1320-1350/1275/1100 โดยไม่แนะนำให้ใส่หมดมือ (No Single Entry) เพราะท่าทีของอิหร่านยังแข็งกร้าว โดยระยะสั้นเน้น 2 กลุ่ม ดังนี้

  1. หุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความเสี่ยงให้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (สะสมก่อนขึ้น XD ใน มี.ค.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลจากกำไรปี 2568 (หักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลแล้ว) ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และราคาหุ้นผันผวนต่ำ อีกทั้งมีกำไรและฐานะการเงินที่มั่นคง ได้แก่ SIRI KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI
  2. หุ้น Fast Rebound เพื่อดักเด้งหุ้นคุณภาพที่ลงแรงเกินเหตุ (Panic Sell) จากวิกฤติในอิหร่าน โดยเลือกหุ้น SET50 ที่ราคาผันผวนสูง (beta > 1) โดยหลังเกิดเหตุราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ขณะที่กำไรได้รับผลกระทบโดยตรงจำกัดจากต้นทุนน้ำมันขึ้น ซึ่งคาดหวังตลาดฟื้นตัวจะมีเม็ดเงินไหลกลับ ได้แก่ GULF DELTA BJC HMPRO OSP CBG SAWAD MTC TIDLOR

ส่วนธีมหุ้น Sector Rotation แนะนำให้ "เล็งไว้แต่ยังไม่ต้องรีบ" รอดูสถานการณ์ให้คลี่คลายกว่านี้อีกนิด ค่อยสลับเข้ากลุ่มที่เสียประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันขึ้นและมีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง โดยเลือกหุ้น SET100 ที่ราคาผันผวนสูง (beta > 1) และราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET เพราะจะเป็นกลุ่มที่วิ่งแรงที่สุดในรอบถัดไป ซึ่งคาดหวังจะเกิด Short Covering ได้แก่ GPSC BGRIM AOT MINT CENTEL AWC ERW AAV IVL PTTGC IRPC TOP BH KCE

#InnovestXResearch

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

🔥จับตา Supply Shortage พ่นพิษ จากวิกฤติในตะวันออกกลาง | Café Invest