Café Invest
Markets

SpaceX ยังครองตลาดปล่อยจรวด ขณะที่การแข่งขันเริ่มเร่งตัว

SPCXXTSXSPACEX23SET
SpaceX ยังครองตลาดปล่อยจรวด ขณะที่การแข่งขันเริ่มเร่งตัว

SpaceX ยังครองตลาดจากความได้เปรียบด้านต้นทุน ความถี่ในการปล่อย และการควบคุมทั้งจรวดและ Starlink ขณะที่ Blue Origin และ ULA ยังติดปัญหาเทคนิค ส่วน Ariane 6 กำลังเพิ่มกำลังปล่อยเพื่อสร้างทางเลือกให้ยุโรป ระยะใกล้จึงยังยากที่คู่แข่งจะลดช่องว่างกับ SpaceX แต่หาก New Glenn, Vulcan และ Ariane 6 เพิ่มจำนวนเที่ยวได้สำเร็จ การแข่งขันด้านราคาจะสูงขึ้นและช่วยเร่งการขยายตัวของ Amazon Leo และเครือข่ายดาวเทียมรายอื่น

1) SpaceX ยังได้เปรียบทั้งขนาด ต้นทุน และความถี่ในการปล่อย

·       SpaceX ยังคงเป็นผู้นำตลาดปล่อยดาวเทียมอย่างชัดเจน โดย Falcon 9 มีความถี่ในการปล่อยสูงกว่าคู่แข่ง และสร้างความได้เปรียบจากการนำจรวดกลับมาใช้ซ้ำ ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มจำนวนเที่ยวบินได้เร็วกว่าผู้เล่นรายอื่น ปัจจุบันคู่แข่งส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัดทั้งด้านกำลังการผลิต ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของระบบ

·       ความได้เปรียบดังกล่าวสำคัญมาก เพราะตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงที่ความต้องการปล่อยดาวเทียมเพิ่มขึ้นจากเครือข่ายสื่อสารวงโคจรต่ำ ขณะที่ผู้ให้บริการรายอื่นยังเพิ่มจำนวนเที่ยวบินไม่ทันความต้องการ ทำให้ SpaceX ยังคงมีอำนาจต่อรองสูงในตลาด

2) Starship อาจยกระดับการแข่งขันอีกขั้น

·       Starship เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ช่องว่างระหว่าง SpaceX กับคู่แข่งกว้างขึ้น เพราะสามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากกว่า Falcon 9 หลายเท่า และมีเป้าหมายให้นำกลับมาใช้ซ้ำได้ทั้งระบบ หากทำได้ตามแผน ต้นทุนต่อกิโลกรัมในการส่งขึ้นสู่วงโคจรจะลดลงอย่างมาก

·       ผลที่ตามมาคือ SpaceX จะสามารถส่งดาวเทียม Starlink รุ่นใหญ่ขึ้นต่อเที่ยว และเพิ่มความจุเครือข่ายได้เร็วกว่าเดิม ขณะเดียวกันยังสามารถลดราคาการปล่อยให้ลูกค้าภายนอกได้อีก ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันโดยตรงต่อ Blue Origin, ULA และ Ariane 6 ที่ยังมีต้นทุนและจำนวนเที่ยวบินสูงกว่า

3) Blue Origin เป็นคู่แข่งสำคัญ แต่ New Glenn ยังเผชิญความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน

·       Blue Origin ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งที่มีศักยภาพมากที่สุดรายหนึ่ง เนื่องจาก New Glenn เป็นจรวดขนาดใหญ่และมีแผนนำส่วนขับดันกลับมาใช้ซ้ำ อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุระหว่างการทดสอบทำให้การกลับมาให้บริการต้องล่าช้า และกระทบโดยตรงต่อการขยายเครือข่าย Amazon Leo

·       Amazon มีดาวเทียมจำนวนมากรอส่งขึ้นสู่วงโคจร และต้องพึ่งพาผู้ให้บริการหลายราย ทั้ง New Glenn, Vulcan และ Ariane 6 ทำให้การขยายเครือข่ายยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของจรวดภายนอก ต่างจาก SpaceX ที่ควบคุมทั้งจรวดและ Starlink เอง จึงสามารถบริหารกำลังปล่อยและขยายเครือข่ายได้คล่องตัวกว่า

4) Amazon Leo คือคู่แข่งโดยตรงของ Starlink แต่ยังต้องเร่งไล่ตามขนาดเครือข่าย

·       การแข่งขันไม่ได้อยู่เฉพาะตลาดจรวด แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับธุรกิจอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม โดย Amazon Leo มีเป้าหมายสร้างเครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำขนาดใหญ่เพื่อแข่งขันกับ Starlink

·       อย่างไรก็ตาม Starlink ยังได้เปรียบทั้งจำนวนดาวเทียม ความครอบคลุม และความพร้อมในการให้บริการ ปัญหาการปล่อยจรวดของ Blue Origin และ ULA จึงไม่เพียงกระทบธุรกิจจรวด แต่ยังช่วยยืดช่วงเวลาความได้เปรียบของ Starlink ด้วย

5) ULA Vulcan มีคำสั่งซื้อจำนวนมาก แต่การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินยังเป็นข้อจำกัด

·       ULA ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนระหว่าง Boeing และ Lockheed Martin มี Vulcan เป็นจรวดหลักสำหรับแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ และมีสัญญาปล่อย Amazon Leo จำนวนมาก แต่ยังเผชิญปัญหาชิ้นส่วนและความล่าช้าในการเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน

·       แม้ Vulcan จะช่วยลดการพึ่งพา SpaceX และมีความสำคัญต่อภารกิจภาครัฐสหรัฐฯ แต่หากไม่สามารถเพิ่มความถี่ในการปล่อยได้เร็วพอ ก็ยังยากที่จะแข่งขันกับ Falcon 9 ในตลาดเชิงพาณิชย์

6) Ariane 6 เพิ่มทางเลือกให้ยุโรป แต่ยังเสียเปรียบด้านต้นทุน

·       Ariane 6 เริ่มเพิ่มจำนวนเที่ยวบินและมีบทบาทมากขึ้นในฐานะจรวดหลักของยุโรป จุดแข็งสำคัญคือการช่วยลดการพึ่งพาผู้ให้บริการสหรัฐฯ และสร้างความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ให้ยุโรป

·       อย่างไรก็ตาม หากต้องแข่งขันด้านราคากับ SpaceX โดยตรง Ariane 6 ยังเสียเปรียบจากการที่ยังไม่สามารถนำจรวดกลับมาใช้ซ้ำได้ในระดับเดียวกัน ทำให้ต้นทุนต่อเที่ยวสูงกว่า

7) Rocket Lab และผู้เล่นขนาดเล็กเน้นตลาดเฉพาะ

·       Rocket Lab, Firefly และ Isar Aerospace ช่วยเพิ่มการแข่งขัน โดยเฉพาะตลาดปล่อยดาวเทียมขนาดเล็กและภารกิจที่ต้องการกำหนดวงโคจรเฉพาะ จุดแข็งคือความยืดหยุ่นและไม่ต้องรอแบ่งพื้นที่บรรทุกกับจรวดขนาดใหญ่

·       อย่างไรก็ตาม ในตลาดที่ต้องส่งดาวเทียมจำนวนมาก เช่น Starlink หรือ Amazon Leo ผู้เล่นเหล่านี้ยังมีขนาดและกำลังปล่อยต่ำกว่า SpaceX มาก จึงมีแนวโน้มแข่งขันในตลาดเฉพาะมากกว่าการแย่งส่วนแบ่งหลักจาก Falcon 9 ในระยะใกล้

8) การแข่งขันกำลังเปลี่ยนจาก “ใครปล่อยได้” เป็น “ใครลดต้นทุนและเพิ่มจำนวนเที่ยวได้เร็วที่สุด”

·       ในอดีต การแข่งขันอยู่ที่ความสามารถในการพัฒนาจรวดให้ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จ แต่ปัจจุบันเกณฑ์แข่งขันเปลี่ยนมาเป็นต้นทุนต่อเที่ยว ความถี่ในการปล่อย ความสามารถในการนำกลับมาใช้ซ้ำ และความน่าเชื่อถือ

·       SpaceX ยังได้เปรียบเกือบทุกด้าน ขณะที่ Blue Origin ต้องพิสูจน์ความน่าเชื่อถือของ New Glenn, ULA ต้องเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน Vulcan และ Ariane 6 ต้องแก้ข้อจำกัดด้านต้นทุนและกำลังการผลิต หากคู่แข่งทำได้สำเร็จ ตลาดจะมีการแข่งขันด้านราคามากขึ้นและลดอำนาจการกำหนดราคาของ SpaceX

9) การแข่งขันในตลาดดาวเทียมจะรุนแรงตามตลาดจรวด

·       ต้นทุนการปล่อยที่ลดลงจะทำให้การสร้างเครือข่ายดาวเทียมขนาดใหญ่มีความคุ้มค่ามากขึ้น ส่งผลให้ Starlink ต้องแข่งขันกับ Amazon Leo, OneWeb และโครงการใหม่จากยุโรปมากขึ้นในระยะยาว

·       อย่างไรก็ตาม Starlink ยังมีข้อได้เปรียบจากขนาดเครือข่าย การควบคุมจรวดเอง และการเชื่อมโยงตั้งแต่การผลิตดาวเทียม การปล่อย ไปจนถึงการขายบริการ ขณะที่คู่แข่งหลายรายยังต้องพึ่งพาผู้ให้บริการจรวดภายนอก

มุมมอง InnovestX

·       ภาพรวมยังเป็นบวกต่อ SpaceX เพราะคู่แข่งหลักยังติดปัญหาด้านเทคนิคและกำลังการปล่อย ขณะที่ Starship มีโอกาสสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนและขนาดเพิ่มเติม ทำให้ SpaceX ไม่เพียงครองธุรกิจปล่อยจรวด แต่ยังช่วยให้ Starlink ขยายเครือข่ายเร็วกว่าคู่แข่ง

·       อย่างไรก็ตาม ระยะกลางการแข่งขันจะเพิ่มขึ้นจาก Blue Origin/New Glenn, ULA/Vulcan และ Ariane 6 โดยเฉพาะเมื่อ Amazon Leo เร่งขยายเครือข่าย หากคู่แข่งแก้ปัญหาเทคนิคได้สำเร็จ ตลาดจะเริ่มเปลี่ยนจากภาวะกำลังปล่อยขาดแคลนไปสู่การแข่งขันด้านราคา ซึ่งเป็นบวกต่อเจ้าของดาวเทียม แต่จะกดดันอัตรากำไรของผู้ให้บริการปล่อยจรวด

·       เรามองว่ามองว่า Rocket Lab (RKLB) ได้ประโยชน์จากการเติบโตของจำนวนดาวเทียมและความต้องการกระจายผู้ให้บริการ ขณะที่ Boeing (BA) และ Lockheed Martin (LMT) มีโอกาสได้ประโยชน์ผ่าน ULA หาก Vulcan สามารถเพิ่มจำนวนเที่ยวบินได้ ส่วน Eutelsat ได้ประโยชน์ระยะสั้นจากความล่าช้าของ Amazon Leo แต่ระยะยาวยังต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาและขนาดเครือข่ายที่สูงขึ้น

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน