Samsung และ SK Hynix กำลังเตรียมลงทุนครั้งใหญ่ในคลัสเตอร์ชิปและศูนย์ข้อมูล AI ภายในเกาหลีใต้ โดย Samsung อาจประกาศแผนลงทุนถึง 1,000 ล้านล้านวอนใน 10 ปี ครอบคลุมชิป AI ศูนย์ข้อมูล แบตเตอรี่ และจอภาพ ขณะเดียวกัน Samsung SDI จับมือ Forge Nano ในสหรัฐฯ เพื่อสร้างแบตเตอรี่ที่ลดการพึ่งพาจีนและรองรับความต้องการด้านกลาโหม ภาพรวมสะท้อนว่าเกาหลีใต้กำลังใช้กระแส AI เป็นโอกาสสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ทั้งในประเทศและห่วงโซ่อุปทานโลก ผู้ได้ประโยชน์หลักคือ Samsung Electronics, SK Hynix, LG Energy Solution และ Samsung SDI
Samsung–SK Hynix เร่งลงทุนครั้งใหญ่ รับ AI และลดพึ่งพาซัพพลายเชนจีน

1) ภาพใหญ่: เกาหลีใต้เร่งสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่รอบ AI และชิป
- เกาหลีใต้กำลังผลักดันการลงทุนอุตสาหกรรมขั้นสูงครั้งใหญ่ โดยมี Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นแกนหลัก ทั้งในด้านชิป AI, หน่วยความจำ, ศูนย์ข้อมูล AI, แบตเตอรี่ และโครงสร้างพื้นฐานการผลิตในภูมิภาคนอกกรุงโซล เป้าหมายไม่ใช่แค่เพิ่มกำลังผลิต แต่เป็นการยกระดับเกาหลีใต้ให้เป็นฐานสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน AI โลก
- แรงผลักดันหลักมาจาก 2 ด้าน คือ 1) กระแส AI ทำให้ความต้องการชิปหน่วยความจำและศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นแรง และ 2) รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องการกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาค เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลมากขึ้น ไม่ให้กระจุกตัวอยู่แค่พื้นที่เดิมอย่างยงอิน พย็องแท็ก และชองจู
2) Samsung เตรียมแผนลงทุน 1,000 ล้านล้านวอนใน 10 ปี
- Samsung Group มีแผนประกาศการลงทุนขนาดใหญ่ถึง 1,000 ล้านล้านวอน หรือราว $648 พันล้าน ในช่วง 10 ปีข้างหน้า ถือเป็นขนาดการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเกาหลีใต้เคยประกาศ และคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของ GDP ประเทศ โดยครอบคลุมหลายธุรกิจ เช่น ชิป, ศูนย์ข้อมูล AI, แบตเตอรี่รุ่นใหม่ และจอภาพ
- ในรายละเอียดที่รายงานระบุ Samsung อาจลงทุนประมาณ 300 ล้านล้านวอน เพื่อสร้างโรงงานชิปในจังหวัดชอลลา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้, ลงทุนมากกว่า 56 ล้านล้านวอน เพื่อขยายฐานบรรจุภัณฑ์ชิปขั้นสูงในภูมิภาคชุงชอง และยังมีแผนลงทุนในคลัสเตอร์ชิปยงอินที่อาจเร่งกำหนดเสร็จจากเดิมปี 2048 มาเป็นราวปี 2034–2035
3) SK Hynix และ Samsung เตรียมคลัสเตอร์ชิปใหม่ในภูมิภาค
- Samsung และ SK Hynix อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการหารือเรื่องแผนสร้างคลัสเตอร์ชิปใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุว่า แผนจะประกาศต่อสาธารณะเมื่อการหารือเสร็จสิ้น จุดสำคัญคือคลัสเตอร์ใหม่นี้จะเป็น “กำลังผลิตเพิ่ม” ไม่ใช่การย้ายฐานการผลิตเดิมออกจากพื้นที่เดิม
- สำหรับ SK Hynix แผนที่ยงอินเดิมมีโรงงาน 4 แห่ง และมีการหารือเพื่อเร่งสร้างโรงงานลำดับที่ 4 จากเดิมปี 2044 มาเป็นปี 2034 สะท้อนว่าบริษัทต้องเร่งเพิ่มกำลังผลิตให้ทันความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI โดยเฉพาะ HBM ที่ยังขาดแคลนและเป็นจุดแข็งของ SK Hynix
4) รัฐบาลเกาหลีใต้ใช้ AI และชิปเป็นเครื่องมือกระจายการเติบโต
- รัฐบาลของประธานาธิบดี Lee Jae Myung กำลังผลักดันนโยบายการพัฒนาภูมิภาค โดยต้องการให้บริษัทใหญ่ลงทุนในพื้นที่นอกเมืองหลวงมากขึ้น รายงานระบุว่า Samsung และ SK Hynix อาจลงทุน “หลายร้อยล้านล้านวอน” ในโรงงานชิปที่เมืองกวางจูและจังหวัดชอลลาใต้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้
- มุมนี้ทำให้การลงทุนชิปไม่ได้เป็นแค่เรื่องของบริษัท แต่กลายเป็นนโยบายเศรษฐกิจระดับประเทศ คล้ายการสร้าง “เขตอุตสาหกรรมใหม่” เพื่อดึงงาน เทคโนโลยี ซัพพลายเออร์ และโครงสร้างพื้นฐานไปยังพื้นที่ใหม่ ซึ่งอาจช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองหลวงกับภูมิภาค
5) Samsung SDI จับมือ Forge Nano เพื่อสร้างแบตเตอรี่ไร้จีนสำหรับสหรัฐฯ
- อีกประเด็นสำคัญคือ Samsung SDI ตกลงลงทุน $20 ล้าน พร้อมให้การสนับสนุนด้านวิศวกรรมแก่ Forge Nano สตาร์ทอัพแบตเตอรี่สหรัฐฯ ที่ต้องการสร้างเซลล์แบตเตอรี่สำหรับอุตสาหกรรมกลาโหมและอวกาศของสหรัฐฯ ที่โรงงานใหม่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา
- ดีลนี้ช่วยให้ Samsung SDI ได้แหล่งผลิตแบตเตอรี่ในสหรัฐฯ ที่หลีกเลี่ยงภาษีนำเข้า และสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ใหม่ที่ต้องการลดวัสดุจากจีนออกจากห่วงโซ่อุปทานทางทหารของสหรัฐฯ ขณะที่ Forge Nano ได้เงินทุน ความเชี่ยวชาญด้านการผลิต และอำนาจต่อรองในซัพพลายเชนจาก Samsung
6) แบตเตอรี่กลายเป็นเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์เหมือนชิป
- Forge Nano กำลังเจรจากับหน่วยงานด้านเงินทุนยุทธศาสตร์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อขอกู้เงินสูงสุด $275 ล้าน และได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ แล้ว $100 ล้าน เพื่อสร้างโรงงานแบตเตอรี่ ขณะเดียวกัน Samsung จะซื้อเซลล์แบตเตอรี่จาก Forge Nano ปีละ 250 เมกะวัตต์ชั่วโมง เป็นเวลา 3 ปี หลังเริ่มผลิตในปี 2028
- เรื่องนี้สะท้อนว่าแบตเตอรี่ไม่ได้เป็นแค่ชิ้นส่วนสำหรับรถ EV แต่กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับกลาโหม อวกาศ และความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ ต้องการลดการพึ่งพาจีนในแร่สำคัญและวัสดุแบตเตอรี่
7) Samsung ใช้กำไรจากรอบขาขึ้นชิปกลับไปลงทุนระยะยาว
- แผนลงทุนของ Samsung ถูกมองว่าเป็นการนำกำไรจากรอบขาขึ้นของอุตสาหกรรมชิปกลับไปลงทุน เพื่อรักษาระยะห่างจากคู่แข่งและหาธุรกิจเติบโตใหม่ โดยรายงานระบุว่า Samsung ต้องการใช้ช่วงที่ธุรกิจชิปได้อานิสงส์จาก AI server และ memory supercycle เพื่อเร่งลงทุนในโรงงานใหม่ ศูนย์ข้อมูล AI แบตเตอรี่ และจอภาพ
- ประเด็นนี้สำคัญ เพราะการแข่งขันใน AI ไม่ได้จบที่ชิปตัวเดียว แต่ต้องใช้ทั้งหน่วยความจำขั้นสูง โรงงานผลิต บรรจุภัณฑ์ชิป ศูนย์ข้อมูล พลังงาน และแบตเตอรี่ การลงทุนขนาดใหญ่จึงเป็นการวางฐานให้ Samsung อยู่ในหลายจุดของห่วงโซ่ AI และเทคโนโลยีขั้นสูง
สรุป แผนการลงทุนของ Samsung–SK Hynix–Samsung SDI
บริษัท / โครงการ | ขนาดการลงทุน / ดีล | พื้นที่ / ระยะเวลา | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|---|---|
Samsung Group: แผนลงทุนใหญ่ระยะ 10 ปี | 1,000 ล้านล้านวอน หรือราว $648bn | เกาหลีใต้ / 10 ปีข้างหน้า | ครอบคลุมธุรกิจหลัก ได้แก่ ชิป, AI Data Center, แบตเตอรี่รุ่นใหม่ และจอภาพ เป็นขนาดการลงทุนใหญ่ที่สุดที่บริษัทเกาหลีใต้เคยประกาศ |
Samsung: โรงงานชิปใหม่ใน Jeolla | ประมาณ 300 ล้านล้านวอน | จังหวัด Jeolla / เกาหลีใต้ | มีแผนสร้างโรงงานชิปในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ คาดว่าอาจรองรับได้หลาย Fab |
Samsung: Advanced Packaging Cluster | มากกว่า 56 ล้านล้านวอน | ภูมิภาค Chungcheong | ขยายฐานวิจัยและผลิตด้านบรรจุภัณฑ์ชิปขั้นสูง |
Samsung: Yongin Chip Cluster | รายงานระบุการลงทุนขนาดใหญ่ต่อเนื่อง | Yongin / อาจเร่งเสร็จจากปี 2048 เป็นราว 2034–2035 | เดิมเป็นหนึ่งในฐานชิปหลักของ Samsung และมีการหารือเพื่อเร่ง timeline |
SK Hynix: Yongin Cluster | ไม่ระบุตัวเลข | Yongin / เร่ง Fab ที่ 4 จากปี 2044 เป็น 2034 | แผนเดิมมี 4 Fab และมีการหารือให้สร้าง Fab ที่ 4 เร็วขึ้น |
Samsung + SK Hynix: คลัสเตอร์ชิปใหม่ในภูมิภาค | “หลายร้อยล้านล้านวอน” | Gwangju และ South Jeolla | อยู่ในขั้นตอนหารือขั้นสุดท้าย และจะเป็นกำลังผลิตเพิ่ม ไม่ใช่การย้ายฐานจากพื้นที่เดิม |
Samsung: AI Data Center | ยังไม่ระบุตัวเลขชัดเจน แต่รายงานระบุว่าอาจเป็นการลงทุน AI Data Center ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ | เกาหลีใต้ / เตรียมประกาศแผน | Samsung Chairman Jay Y. Lee มีกำหนดประกาศแผนลงทุน AI Data Center |
Samsung SDI + Forge Nano | Samsung SDI ลงทุน $20mn และให้วิศวกรรมสนับสนุน | North Carolina, US / เริ่มผลิตปี 2028 | Samsung จะซื้อเซลล์แบตเตอรี่จาก Forge Nano ปีละ 250MWh เป็นเวลา 3 ปี หลังเริ่มผลิต |
Forge Nano: เงินสนับสนุนจากสหรัฐฯ | กู้จาก Pentagon ได้สูงสุด $275mn และมี DOE grant $100mn | สหรัฐฯ | ใช้สร้างโรงงานแบตเตอรี่ใน Morrisville, North Carolina |
มุมมองของ InnovestX
- ภาพรวมเป็นบวกต่อธีม Korea AI Supply Chain โดยผู้ได้ประโยชน์หลักคือ Samsung Electronics, SK Hynix, LG Energy Solution และ Samsung SDI
- นอกจากนี้แผนนี้ช่วยยืนยันว่าเกาหลีใต้จะเร่งลงทุนเพื่อรักษาบทบาทใน AI, HBM, semiconductor cluster และแบตเตอรี่ที่ลดการพึ่งพาจีน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงคือขนาดการลงทุนใหญ่มาก อาจกดดันกระแสเงินสดในระยะสั้น และต้องติดตามว่าความต้องการ AI จะยืนยาวพอรองรับกำลังผลิตใหม่หรือไม่
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

