SCCC รายงานกำไรสุทธิ 790 ลบ. ใน 3Q67 ต่ำกว่า consensus คาด 15% โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 79.1% YoY จากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและต้นทุนพลังงานถ่านหินที่ลดลง แต่ลดลง 9.7% QoQ จากปัจจัยฤดูกาล SCCC คาดว่าความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศไทยจะฟื้นตัว โดยได้แรงหนุนจากการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ แต่ความเสี่ยงที่สำคัญ คือ การขาดเสถียรภาพของรัฐบาล และหนี้ครัวเรือนสูง เราคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ SCCC โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 158 บาท อ้างอิง PE 13.1 เท่า หรือ -1.0SD ของ PE เฉลี่ย 10 ปี
SCCC - 3Q67: กำไรเพิ่มขึ้น YoY เพราะควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น

กำไรสุทธิ 3Q67 เพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ SCCC รายงานกำไรสุทธิ 790 ลบ. ใน 3Q67 ต่ำกว่า consensus คาด 15% โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 79.1% YoY จากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและต้นทุนพลังงานถ่านหินที่ลดลงเกือบทุกประเทศในธุรกิจปูนซีเมนต์ ทั้งในประเทศไทย เวียดนาม ศรีลังกา และกัมพูชา ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 9.7% QoQ เนื่องจากยอดขายชะลอตัวลง 1.2% QoQ จากผลกระทบด้านฤดูฝนที่มีกิจการก่อสร้างลดลง รวมถึงการใช้จ่ายภาคค้าปลีกที่ลดลงจากภาวะหนี้สินครัวเรือนระดับสูง นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ เช่นเดียวกับการส่งออกที่สะดุดในประเทศเมียนมาและลาว ซึ่งก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 28.7% ใน 3Q67 เพิ่มขึ้นจาก 27.1% ใน 2Q67 และ 25.7% ใน 3Q66 จากราคาถ่านหินที่ลดลง การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทางเลือก กำไรที่ลดลงของ LANNA ส่งผลทำให้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 192 ลบ. (-36.3% QoQ, +4.9% YoY)
แนวโน้ม SCCC มองภาพรวมตลาดปูนซีเมนต์ในประเทศไทย (72% ของรายได้รวม) เชิงบวกในระดับปานกลาง โดยคาดหวังโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ โครงการเกี่ยวกับระบบขนส่งมวลชน และโครงการขยายถนน รวมถึงตลาดพาณิชย์และอุตสาหกรรมก็มีสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจัยกดดันยังมาจากภาคที่อยู่อาศัยที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ยังคงอ่อนแอ กับภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่วนตลาดเวียดนาม (13% ของรายได้รวม) ยังคงคาดว่าจะมีการเติบโตระดับปานกลาง โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนภาครัฐและโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากำไรสุทธิ 9M67 คิดเป็น 80% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา แต่เรายังคงประมาณการไว้เหมือนเดิม เนื่องจากคาดว่า 4Q67 จะยังคงเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของปริมาณความต้องการจากวันหยุดยาวที่มากในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่
จะเริ่มรวมงบการเงินของ LANNA ตั้งแต่ 4Q67 หลังจากทำคำเสนอซื้อหุ้น LANNA แล้ว ปัจจุบัน SCCC มีสัดส่วนการถือหุ้น LANNA เพิ่มขึ้น 16.46% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด จากเดิมที่ถือหุ้นอยู่ 44.99% SCCC คาดว่าจะเริ่มรวมงบการเงินของ LANNA เข้ามาในงบการเงินรวมตั้งแต่ 4Q67 SCCC จะดำเนินโครงการลดต้นทุนต่อไป โดยมีเป้าหมายลดค่าใช้จ่ายโดยรวมลง 15%
Valuation และคำแนะนำ เราคาดว่าความต้องการปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะจึงจะกลับมาเติบโต โดย 4Q67 จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น (วันหยุดยาว กิจกรรมก่อสร้างน้อย) และหนี้ครัวเรือนที่สูงจะยังคงสร้างแรงกดดันต่อความต้องการปูนซีเมนต์อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ SCCC โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 158 บาท อ้างอิง PE 13.1 เท่า หรือ -1.0SD ของ PE เฉลี่ย 10 ปี
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: การเปลี่ยนแปลงในกำลังซื้อ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ การบริหารจัดการพลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง

