Café Invest
Research

SCC – 3Q67: รายงานกำไรสุทธิเพราะมีกำไรพิเศษ – NEUTRAL (ราคาเป้าหมาย 260 บาท)

SCC – 3Q67: รายงานกำไรสุทธิเพราะมีกำไรพิเศษ – NEUTRAL (ราคาเป้าหมาย 260 บาท)

กำไรสุทธิ 3Q67 ของ SCC ออกมาต่ำกว่าตลาดคาดเล็กน้อย แต่ดีกว่าที่ INVX คาดการณ์ไว้ว่าจะมีขาดทุนสุทธิ 108 ลบ. หลักๆ เป็นเพราะบริษัทบันทึกกำไรพิเศษจากสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย หากตัดรายการพิเศษออก พบว่า SCC มีขาดทุนปกติใน 3Q67 เพราะได้รับแรงกดดันจากธุรกิจเคมิคอลส์ (ส่วนต่างราคาต่ำ) ธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่อ่อนแอ เราคาดว่า 4Q67 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ โดยค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ยจ่ายจะเพิ่มขึ้นหลังจากโรงงาน LSP เปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ เราให้คำแนะนำระยะ 3 เดือนสำหรับ SCC ที่ NEUTRAL ด้วยราคาเป้าหมายอ้างอิงวิธี SOTP ที่ 260 บาท

กำไรสุทธิ 3Q67 ต่ำกว่าตลาดคาดเล็กน้อย แต่ดีกว่า INVX คาด SCC รายงานกำไรสุทธิ 721 ลบ. ใน 3Q67 ต่ำกว่าตลาดคาดเล็กน้อย แต่ดีกว่าที่ INVX คาดการณ์ไว้ว่าจะมีขาดทุนสุทธิ 108 ลบ. เนื่องจาก SCC มีการบันทึกกำไรจากสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยหรือ Interest Rate Swap (IRS) ที่มีการ unwind position ที่ทำไว้ในช่วงเริ่มต้นโครงการ LSP ประมาณ 2.18 พันลบ. ซึ่งเป็นรายการนอกเหนือจากที่เราคาดการณ์ไว้ ขณะที่รายการพิเศษอื่นๆ ได้แก่ ขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือจำนวน 1.3 พันลบ. และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้หน่วย VCM ของ TPC ประมาณ 100 ลบ. โดยหากตัดรายการพิเศษออก พบว่า SCC มีขาดทุนปกติ 60 ลบ. ใน 3Q67 ต่ำกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ที่ 505 ลบ. ทั้งนี้ผลการดำเนินงานยังคงได้รับแรงกดดันจาก: 1) ผลการดำเนินงานธุรกิจปิโตรเคมีที่อ่อนตัวลงทั้ง QoQ และ YoY เนื่องจากส่วนต่างราคา HDPE ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ US$323/ตัน และส่วนต่างราคา PP ก็ลดลงมาอยู่ที่ US$315/ตัน ใน 3Q67; 2) ผลการดำเนินงานธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างที่อ่อนตัวลงจากปัจจัยฤดูกาล การใช้จ่ายภาครัฐที่ล่าช้า รวมถึงความต้องการที่อ่อนแอในช่วงน้ำท่วมภาคเหนือของประเทศไทย และระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง; และ 3) ผลการดำเนินงานที่อ่อนแอลงของ SCGP (ถือ 72.12%) เนื่องจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคอ่อนแอและต้นทุนวัตถุดิบ (กระดาษรีไซเคิล) เพิ่มสูงขึ้น

แนวโน้ม 4Q67 เราคาดว่า 4Q67 จะเป็นไตรมาสที่ผลการดำเนินงานอ่อนแอที่สุดในปีนี้ เพราะได้รับผลกระทบจากส่วนต่างราคา HDPE/PP ที่ยังคงอ่อนแอเนื่องจากสถานการณ์อุปทานส่วนเกินและปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ โดยส่วนต่างราคา HDPE ในเดือนต.ค. 2567 อยู่ที่ระดับ US$297/ตัน ลดลงจาก US$323/ตัน ใน 3Q67 นอกจากนี้ โครงการ LSP จะมีค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 900 ลบ. ถึง 1 พันลบ./เดือน ตั้งแต่เดือนต.ค. 2567 แต่ก็ถือว่าลดลงมาจากที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ที่ 1 พันลบ./เดือน เนื่องจากการ unwind position ของ IRS นั้นทำให้ระดับหนี้สินของ LSP ลดลง และจะมีดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงเล็กน้อยด้วยเช่นกัน ขณะที่ 4Q67 นั้น ทาง SCC มีแผนที่จะปรับโครงสร้างหนี้ของ LSP โดยการหันมากู้ยืมเงินจากบริษัทแม่ (shareholder loan) ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงอีกระดับนึง ซึ่งคาดว่าจะทำให้โครงการ LSP มีค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ยจ่ายลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 800-900 ลบ./เดือน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีผลประมาณต้นปีหน้า ส่วนธุรกิจอื่นๆ คาดว่าจะเห็นสัญญาณฟื้นตัวบ้าง ได้แก่ ความต้องการซีเมนต์ที่ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยอันเป็นผลมาจากการเร่งการเบิกจ่ายของรัฐบาล และแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นของผลกำไรของ SCGP เนื่องจากความต้องการบรรจุภัณฑ์และส่วนต่างราคาที่ปรับตัวดีขึ้น

กลยุทธ์การลงทุนและคำแนะนำ เราคงคำแนะนำระยะ 3 เดือนสำหรับ SCC ไว้ที่ NEUTRAL โดยให้ราคาเป้าหมายอ้างอิงวิธี SOTP ที่ 260 บาท จากแนวโน้มส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่อ่อนแอ นอกจากนี้โรงงาน LSP แห่งใหม่อาจเริ่มดำเนินการภายใต้กระแสเงินสดติดลบในระยะแรกของการเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตในเดือนต.ค. (เราคาดว่า 4Q67 จะเป็นไตรมาสที่กำไรต่ำสุดของปี 2567)

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ ต้นทุนที่สูงขึ้นจากแรงกดดันเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงสถานการณ์อุปทานล้นตลาดในธุรกิจซีเมนต์และธุรกิจเคมิคอลส์

SCC – 3Q67: รายงานกำไรสุทธิเพราะมีกำไรพิเศษ – NEUTRAL (ราคาเ | Café Invest