สรุปสาระสำคัญ: PTTGC และ SCGC เตรียมรวมธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย ผ่านการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) ใหม่ เรามีมุมมองบวกเชิงกลยุทธ์ต่อ PTTGC เนื่องจากช่วยเร่งการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยในช่วงวัฏจักรขาลง ขณะที่ยังคงรักษาอำนาจควบคุม คงคำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 63 บาท
PTTGC–SCGC ผนึกธุรกิจโอเลฟินส์-โพลิโอเลฟินส์ สร้างผู้นำปิโตรเคมีไทย

- PTTGC และ SCGC เตรียมรวมธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย ผ่านการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) ใหม่ โดย PTTGC จะโอนสินทรัพย์โอเลฟินส์ โรงงาน PE ระบบสาธารณูปโภค และการลงทุนใน HMC และ GCM เข้าไปใน GC SPV ก่อนควบรวมกับ TPE ของ SCGC เพื่อสร้างหนึ่งในแพลตฟอร์มปิโตรเคมีครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
- PTTGC ยังคงถืออำนาจควบคุม JV ด้วยสัดส่วนการถือหุ้น 56% ขณะที่ SCGC ถือ 44% โดย PTTGC จะเป็นผู้แต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และกรรมการ 4 จาก 7 คน ทำให้ยังสามารถรวมงบการเงินของ JV เข้ามาในงบรวมของบริษัทได้เต็มรูปแบบ ขณะที่ JV ตั้งเป้าอัตราการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 60% ของกำไรสุทธิรวม
- มูลค่าธุรกิจที่นำเข้าร่วมทุนรวม 186.5 พันล้านบาท โดยธุรกิจของ PTTGC มีมูลค่า 104.4 พันล้านบาท และธุรกิจของ SCGC มีมูลค่า 82.1 พันล้านบาท อ้างอิงวิธีประเมินมูลค่าแบบ DCF ทั้งนี้เป็นธุรกรรมแลกหุ้น (non-cash transaction) จึงไม่ต้องใช้เงินลงทุนหรือแหล่งเงินทุนภายนอกเพิ่มเติม
- คาดสร้าง Synergy 5.1-6.8 พันล้านบาทต่อปี (US$150-200mn) จากการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบ (feedstock optimization) การจัดซื้อร่วม การบริหารโลจิสติกส์ การลดต้นทุน SG&A และการบริหารสินทรัพย์การผลิตร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเสริมความสามารถแข่งขันท่ามกลางภาวะอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลกที่ยังเผชิญปัญหาอุปทานส่วนเกินและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนตัว
- ดีลยังต้องผ่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและหน่วยงานกำกับดูแล โดยกำหนดประชุม EGM วันที่ 3 ธ.ค. 2569 คาดว่าการปรับโครงสร้างธุรกิจจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2570 และการควบรวมเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2570 ทั้งนี้ขนาดรายการคิดเป็น 23.2% ของ NAV ของ PTTGC จัดเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ที่มีนัยสำคัญตามเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ
- มุมมอง INVX: เรามองว่าดีลนี้เป็นบวกเชิงกลยุทธ์ต่อ PTTGC เนื่องจากช่วยเร่งการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยในช่วงวัฏจักรขาลง สร้างขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นด้านวัตถุดิบ ลดความซ้ำซ้อนของสินทรัพย์ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับผู้ผลิตระดับโลก โดยมูลค่า Synergy ที่คาดการณ์ไว้ระดับ 5-7 พันล้านบาทต่อปี ถือว่ามีนัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของกำไรในระยะกลางถึงยาว ขณะที่ PTTGC ยังคงรักษาอำนาจควบคุมและการรวมงบการเงินของกิจการใหม่ไว้ได้
- ดีล JV ระหว่าง PTTGC และ SCGC นับเป็นการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยในรอบหลายปี และเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความสามารถแข่งขันและการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาวของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะ PTTGC ซึ่งยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้ควบคุมกิจการใหม่
- เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 63 บาท เราอาจต้องมีการทบทวนประมาณการปี 2027 อีกครั้งหลังจากได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากการประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 29 ต.ค. 2026
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

