Café Invest
Markets

PTTEP: ประกาศการลงทุนมาเลเซีย ผนึก B14 กับ Lang Lebah เพื่อเพิ่มขนาดโครงการและลดต้นทุน

PTTEP: ประกาศการลงทุนมาเลเซีย ผนึก B14 กับ Lang Lebah เพื่อเพิ่มขนาดโครงการและลดต้นทุน

สรุปสาระสำคัญ: PTTEP ประกาศการลงทุนในโครงการก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งมาเลเซีย โดยนำแหล่ง B14 มาพัฒนาร่วมกับ Lang Lebah (SK410B) ซึ่งอยู่ห่างกันเพียง 14 กม. เรามองธุรกรรมนี้เป็นบวกเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากช่วยเพิ่มทรัพยากรก๊าซธรรมชาติ และเปิดโอกาสให้ใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ซึ่งน่าจะลดต้นทุนต่อหน่วยและเพิ่มความคุ้มค่าของโครงการ อย่างไรก็ตาม ผลต่อกำไรในระยะสั้นยังจำกัด เนื่องจากโครงการยังอยู่ในช่วง pre-development และคาดว่าจะเริ่มสร้างผลกำไรได้ตั้งแต่ราวปี 2032 เป็นอย่างเร็ว คงคำแนะนำ OUTPERFORM

  • PTTEP ประกาศลงทุนในแหล่งก๊าซ SK410B Lang Lebah และ B14 นอกชายฝั่งรัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย ผ่าน PTTEP HKO หลังธุรกรรมเสร็จสิ้น PTTEP จะถือสัดส่วน 25% ในทั้งสองแหล่ง ขณะที่ TotalEnergies ถือ 30% และเป็น operator, KUFPEC ถือ 25% และ PETRONAS Carigali ถือ 20%
  • แหล่ง B14 อยู่ห่างจาก Lang Lebah เพียง 14 กม. ทำให้สามารถวางแผนพัฒนาแบบ integrated development และใช้โครงสร้างพื้นฐานบางส่วนร่วมกันได้ เราคาดว่าจะช่วยลด development cost ต่อหน่วยและเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการเมื่อเทียบกับการพัฒนา Lang Lebah แบบ standalone โดยทั้งสองแหล่งมีทรัพยากรก๊าซธรรมชาติรวมมากกว่า 6.5 ล้านล้าน ลบ.ฟุต และปัจจุบันยังอยู่ในขั้น pre-development
  • ธุรกรรมยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขตามข้อตกลงและการอนุมัติจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 1Q27 บริษัทคาดว่าจะตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า และใช้เวลาอีกราว 4-5 ปีในการพัฒนาก่อนเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์
  • มุมมอง INVX: เรามองธุรกรรมนี้เป็นบวกเชิงกลยุทธ์ต่อ PTTEP หลังจากแผนพัฒนา Lang Lebah เดิมเผชิญข้อจำกัดจากต้นทุนที่สูง การรวม B14 เข้ากับ Lang Lebah ทำให้ีทรัพยากรก๊าซธรรมชาติของโครงการใหญ่ขึ้น และมีโอกาสสร้าง cost synergy จากการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน เนื่องจากสองแหล่งอยู่ห่างกันเพียง 14 กม. หากสามารถลดต้นทุนต่อหน่วยลงมาใกล้เคียงกับ portfolio ปัจจุบันของ PTTEP ได้ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและความคุ้มค่าในการลงทุน ของโครงการ
  • ตามประมาณการของเรา ทรัพยากรก๊าซธรรมชาติรวม ตามสัดส่วนการถือหุ้นของ PTTEP ในโครงการนี้เทียบเท่าราว 271 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมัน หรือประมาณ 10% ของฐานสำรองปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ผลต่อกำไรระยะกลางยังจำกัด เนื่องจากโครงการยังต้องผ่าน FID และใช้เวลาในการพัฒนา โดยเราคาดว่าจะเริ่มสร้างกำไรให้ PTTEP ได้ตั้งแต่ราวปี 2032 เป็นต้นไป
  • เราประเมินมูลค่าเพิ่มเบื้องต้นจากโครงการที่ 8.2 บาท/หุ้น และคงคำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 185 บาท/หุ้น บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบ Brent ระยะยาวที่ US$65/bbl

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf