Palantir รายงาน 2Q26 ดีกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญจากการเติบโตเร่งตัวของธุรกิจองค์กรและรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมอัตรากำไรและกระแสเงินสดแข็งแกร่งจนบริษัทปรับเพิ่มประมาณการปี 2026 โดยภาพดังกล่าวยืนยันศักยภาพการสร้างรายได้จริงจาก Enterprise AI และเป็นบวกต่อกลุ่ม Data Platform, Cloud และ Workflow Software แต่ด้วย Valuation สูง การเติบโตที่กระจุกในสหรัฐฯ และความเสี่ยงด้านการแข่งขัน จึงยังเหมาะกับพอร์ตเชิงรุกและควรรอสะสมเมื่อราคาปรับฐานมากกว่าการไล่ราคา
PLTR เผยงบ 2Q26 ดีกว่าคาดและปรับเพิ่มคาดการณ์

Palantir 2Q26: รายได้จากการนำ AI ไปใช้จริงเร่งตัว พร้อมยกระดับประมาณการทั้งปี
1) ผลประกอบการ 2Q26
Palantir รายงานผลประกอบการดีกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญทั้งรายได้ กำไร อัตรากำไร และกระแสเงินสด โดยรายได้เติบโต 93% YoY เป็นไตรมาสที่ 12 ติดต่อกันที่อัตราการเติบโตเร่งตัว แรงขับเคลื่อนมาจากธุรกิจสหรัฐฯ ทั้งลูกค้าองค์กรและภาครัฐ สะท้อนว่าการลงทุน AI ของลูกค้าเริ่มเปลี่ยนจากโครงการทดลองไปสู่ระบบที่นำไปใช้ในกระบวนการทำงานจริง
รายการ | 2Q26 | เติบโต YoY | ตลาดคาด | เทียบคาด | ประเมิน |
|---|---|---|---|---|---|
รายได้รวม | 1.94 พันล้านดอลลาร์ | +93% | 1.81 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด 6.9% | ดีกว่าคาดมาก |
รายได้สหรัฐฯ | 1.57 พันล้านดอลลาร์ | +115% | – | – | คิดเป็นกว่า 80% ของรายได้ |
รายได้องค์กรสหรัฐฯ | 764 ล้านดอลลาร์ | +149% | 716.4 ล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด 6.6% | เครื่องยนต์หลักของการเติบโต |
รายได้รัฐบาลสหรัฐฯ | 809 ล้านดอลลาร์ | +90% | ประมาณ 731 ล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาดราว 11% | หนุนจากกลาโหมและข่าวกรอง |
รายได้ต่างประเทศ | 362.5 ล้านดอลลาร์ | +33% | – | – | โตช้ากว่าสหรัฐฯ มาก |
กำไรจากการดำเนินงาน GAAP | 912 ล้านดอลลาร์ | +239% | 791.4 ล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด 15.2% | อัตรากำไร 47% |
กำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้ว | 1.19 พันล้านดอลลาร์ | – | 1.08 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด 10.6% | Operating Leverage สูง |
อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้ว | 62% | +16 จุด YoY | 59.8% | สูงกว่าคาด 2.2 จุด | แข็งแกร่งมาก |
EBITDA ปรับปรุงแล้ว | 1.20 พันล้านดอลลาร์ | – | 1.09 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด 10.3% | Margin ราว 62% |
กำไรสุทธิ GAAP | 1.06 พันล้านดอลลาร์ | +225% | – | – | อัตรากำไรสุทธิ 55% |
กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว | 0.41 ดอลลาร์ | +156% | 0.35 ดอลลาร์ | สูงกว่าคาด 17.1% | ดีกว่าคาดชัดเจน |
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน | 1.22 พันล้านดอลลาร์ | – | – | – | Margin 63% |
กระแสเงินสดอิสระปรับปรุงแล้ว | 1.22 พันล้านดอลลาร์ | – | ประมาณ 1.0 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด | การเปลี่ยนรายได้เป็นเงินสดสูง |
เงินสดและพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น | 9.2 พันล้านดอลลาร์ | – | – | – | งบดุลแข็งแกร่ง |
Palantir ปิดสัญญามูลค่าอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์จำนวน 220 สัญญา ในจำนวนนี้มี 98 สัญญาที่มูลค่าอย่างน้อย 5 ล้านดอลลาร์ และ 73 สัญญาที่มูลค่าอย่างน้อย 10 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าสัญญารวมอยู่ที่ 3.37 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 49% YoY และมูลค่าสัญญาธุรกิจองค์กรสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดที่ 2.13 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 153% YoY
คุณภาพของผลประกอบการอยู่ในระดับสูง โดยรายได้เพิ่มขึ้น 93% ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 62% ทำให้คะแนน Rule of 40 อยู่ที่ 155% ซึ่งหมายถึงอัตราการเติบโตและความสามารถทำกำไรที่สูงกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์อย่างมาก
2) แรงสนับสนุนมาจากอะไร
การลงทุน AI เปลี่ยนจากการทดลองสู่การใช้งานจริง
- จุดเด่นที่สุดคือรายได้องค์กรสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 149% YoY และ 28% QoQ เป็น 764 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าลูกค้าไม่ได้ใช้ AIP เพียงเพื่อสร้างแบบจำลองหรือระบบสนทนา แต่กำลังนำ AI ไปเชื่อมกับข้อมูล กระบวนการตัดสินใจ การผลิต ห่วงโซ่อุปทาน การแพทย์ และงานด้านความมั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม
- Palantir มีจุดขายสำคัญที่ Ontology ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมข้อมูล บุคลากร สินทรัพย์ และกระบวนการทำงานขององค์กรเข้าด้วยกัน ก่อนนำแบบจำลอง AI มาสร้างคำแนะนำหรือดำเนินงาน จึงอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างจากบริษัทที่จำหน่ายแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว
ลูกค้าเดิมขยายการใช้งานอย่างรวดเร็ว
- อัตราการรักษาและขยายรายได้สุทธิจากลูกค้าอยู่ที่ 157% แสดงว่าลูกค้าเดิมเพิ่มการใช้ผลิตภัณฑ์หรือขยายจำนวนหน่วยงานที่ใช้งานอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้จากลูกค้ารายใหญ่ 20 อันดับแรกและขนาดสัญญาใหม่ยังเพิ่มขึ้น
- มูลค่าสัญญาที่ยังเหลือในธุรกิจองค์กรสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 124% YoY เป็น 6.24 พันล้านดอลลาร์ ช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้ในอนาคต แม้มูลค่าสัญญาบางส่วนยังขึ้นอยู่กับการต่ออายุและการใช้สิทธิตามเงื่อนไข
ธุรกิจรัฐบาลยังเร่งตัว
- รายได้รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 90% เป็น 809 ล้านดอลลาร์ ได้แรงสนับสนุนจากความต้องการระบบ AI สำหรับกลาโหม ข่าวกรอง การวางแผนภารกิจ และโครงการอย่าง Maven สะท้อนว่า AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าซอฟต์แวร์เสริมทั่วไป
การดำเนินงานมี Operating Leverage สูง
- แม้รายได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว แต่อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วกลับเพิ่มขึ้นเป็น 62% จาก 46% ในปีก่อน สะท้อนว่าต้นทุนการนำระบบไปใช้ไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกับรายได้ และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาแล้วสามารถนำไปขยายผลในลูกค้าหลายรายได้มากขึ้น
3) แนวโน้มและประเด็นจาก Earnings Call
แนวโน้ม 3Q26
รายการ | แนวโน้มบริษัท | ตลาดคาด | เทียบคาด |
|---|---|---|---|
รายได้ | 2.160–2.164 พันล้านดอลลาร์ | ประมาณ 2.00 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาดราว 8% |
กำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้ว | 1.292–1.296 พันล้านดอลลาร์ | 1.14 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาดราว 13.5% |
อัตรากำไรจากการดำเนินงานโดยนัย | ประมาณ 60% | – | ยังอยู่ในระดับสูง |
แนวโน้ม 3Q26 ชี้ว่ารายได้มีโอกาสเติบโตประมาณ 76% YoY แม้เผชิญฐานที่สูงขึ้น ขณะที่ฝ่ายบริหารเตือนว่าค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลรับพนักงานใหม่ รวมถึงการลงทุนด้านผลิตภัณฑ์และการตลาด จึงอาจทำให้อัตรากำไรลดลงเล็กน้อยจากระดับ 62% ใน 2Q26
ปรับเพิ่มประมาณการปี 2026 ทุกตัวชี้วัดสำคัญ
รายการ | ประมาณการใหม่ | ประมาณการเดิม | ตลาดคาด | การเปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|---|
รายได้รวม | 8.150–8.158 พันล้านดอลลาร์ | 7.650–7.662 พันล้านดอลลาร์ | 7.73 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาดราว 5.5% |
การเติบโตของรายได้ | ประมาณ 82% | ประมาณ 71% | – | เพิ่มขึ้นราว 10–11 จุด |
รายได้องค์กรสหรัฐฯ | มากกว่า 3.424 พันล้านดอลลาร์ | เติบโตอย่างน้อย 120% | – | คาดเติบโตอย่างน้อย 134% |
กำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้ว | 4.889–4.897 พันล้านดอลลาร์ | 4.44–4.45 พันล้านดอลลาร์ | 4.51 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาดราว 8.5% |
กระแสเงินสดอิสระปรับปรุงแล้ว | 4.5–4.7 พันล้านดอลลาร์ | 4.2–4.4 พันล้านดอลลาร์ | – | ปรับเพิ่ม 300 ล้านดอลลาร์ |
กำไร GAAP | เป็นบวกทุกไตรมาส | ไม่เปลี่ยนแปลง | – | ยืนยันความสามารถทำกำไร |
บริษัทปรับเพิ่มประมาณการรายได้ทั้งปีประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ หลังผ่านเพียงครึ่งปี และเพิ่มเป้าหมายรายได้องค์กรสหรัฐฯ เป็นการเติบโตอย่างน้อย 134% สะท้อนความมั่นใจว่าการขยายตัวไม่ได้จำกัดเฉพาะสัญญาขนาดใหญ่เพียงไม่กี่รายการ
ประเด็นสำคัญจาก Earnings Call
- Sovereign AI เป็นแกนหลักของกลยุทธ์
ฝ่ายบริหารมองว่าองค์กรและรัฐบาลต้องการควบคุมข้อมูล แบบจำลอง และกระบวนการตัดสินใจของตนเอง โดยไม่ต้องผูกติดกับผู้พัฒนาแบบจำลอง AI รายใดรายหนึ่ง Palantir จึงวางตำแหน่งตนเองเป็นชั้นควบคุมและประสานงาน ซึ่งสามารถสลับใช้แบบจำลองจากผู้พัฒนาหลายรายได้
- การรองรับ Open-weight Model และพันธมิตร Nvidia
ความร่วมมือกับ Nvidia และการรองรับแบบจำลองแบบเปิดช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้ AI ตามต้นทุน ความปลอดภัย และข้อกำหนดด้านข้อมูล ลดความเสี่ยงที่ Palantir จะถูกแทนที่โดยผู้พัฒนาแบบจำลองรายใดรายหนึ่ง
- ตลาดสหรัฐฯ ยังเป็นแกนหลัก
รายได้สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 115% เทียบกับรายได้ต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 33% ฝ่ายบริหารยอมรับว่าการเติบโตในยุโรปยังไม่น่าพอใจ จากความซับซ้อนในการจัดซื้อ ความกังวลเรื่องอธิปไตยข้อมูล และความต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีสหรัฐฯ
- ขนาดของดีลและการขยายรายได้ต่อลูกค้าจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญ
เมื่อฐานเปรียบเทียบสูงขึ้น ความสามารถในการรักษา Net Retention ระดับสูง เพิ่มขนาดสัญญา และเปลี่ยนโครงการทดลองให้เป็นระบบ Production จะเป็นปัจจัยสำคัญกว่าการเพิ่มจำนวนลูกค้าเพียงอย่างเดียว
4) ภาพรวมคู่แข่งและอุตสาหกรรม
ภาพรวมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ AI
- ผลประกอบการของ Palantir เป็นบวกต่อมุมมองว่า Enterprise AI สามารถสร้างรายได้และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้จริง หากเชื่อม AI เข้ากับข้อมูลเฉพาะขององค์กรและกระบวนการทำงานโดยตรง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการใช้งานระบบสนทนาหรือการสร้างเนื้อหา
- ผลดังกล่าวสนับสนุนหุ้นในกลุ่ม Data Platform, Cloud Infrastructure, Cybersecurity และผู้ให้บริการระบบ AI ที่สามารถช่วยลูกค้านำ AI ไปใช้จริง ขณะเดียวกันสร้างแรงกดดันต่อซอฟต์แวร์ทั่วไปที่ไม่มีข้อมูลเฉพาะ เทคโนโลยีเชื่อมระบบ หรือความเชี่ยวชาญรายอุตสาหกรรม
กลุ่ม/บริษัท | Read Across | เหตุผล |
|---|---|---|
Snowflake | บวก | ความต้องการรวมข้อมูลและเตรียมข้อมูลสำหรับ AI เพิ่มขึ้น แต่ต้องเร่งสร้าง Application Layer และเครื่องมือกำกับข้อมูล |
Databricks | บวก | ได้ประโยชน์จากความต้องการ Data Lakehouse และการพัฒนา AI บนข้อมูลเฉพาะขององค์กร |
Microsoft | บวก | Azure, Fabric และ Copilot ได้ประโยชน์จากการนำ AI เข้าสู่ระบบองค์กร แต่บริการของ Microsoft มีโอกาสแข่งขันกับ Palantir มากขึ้น |
Amazon AWS / Google Cloud | บวกและแข่งขันมากขึ้น | การใช้งาน AI จริงเพิ่มความต้องการ Cloud และ Model Hosting แต่ Hyperscaler อาจพัฒนาเครื่องมือเชื่อมกระบวนการทำงานเอง |
ServiceNow | บวก | ยืนยันความต้องการ AI ที่ผูกกับ Workflow และผลลัพธ์ทางธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ ServiceNow |
Salesforce | บวกแบบมีเงื่อนไข | Agentforce และ Data Cloud มีโอกาสได้ประโยชน์ แต่ต้องพิสูจน์การใช้งานจริงและผลตอบแทนต่อลูกค้า |
C3.ai | บวกต่อธีม แต่การแข่งขันสูง | ตลาด Enterprise AI เติบโต แต่ Palantir มีความได้เปรียบด้านขนาดลูกค้า การใช้งาน Production และกระแสเงินสด |
Nvidia | บวก | การขยายระบบ AIP และแบบจำลองแบบเปิดเพิ่มความต้องการหน่วยประมวลผล ระบบเครือข่าย และซอฟต์แวร์ AI Enterprise |
Oracle | บวก | ฐานข้อมูลและ Cloud Infrastructure มีบทบาทสำคัญต่อ Sovereign AI และงานภาครัฐ |
Accenture / IT Services | ผสม | ความต้องการนำ AI ไปใช้เพิ่มขึ้น แต่แพลตฟอร์มที่ติดตั้งง่ายขึ้นอาจลดงานพัฒนาเฉพาะและกดดันค่าบริการระยะยาว |
คู่แข่งสำคัญของ Palantir
การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่กับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล แต่ขยายไปยังสามกลุ่มหลัก ได้แก่
- ผู้ให้บริการ Cloud และ Data Platform เช่น Microsoft, AWS, Google Cloud, Snowflake และ Databricks ซึ่งสามารถรวมฐานข้อมูล แบบจำลอง และเครื่องมือพัฒนาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
- ผู้พัฒนาแบบจำลอง AI เช่น OpenAI และ Anthropic ซึ่งเริ่มสร้างเครื่องมือสำหรับองค์กรและเพิ่มทีมวิศวกรที่เข้าไปช่วยลูกค้านำระบบไปใช้
- ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ตามกระบวนการทำงาน เช่น ServiceNow, Salesforce และ Oracle ซึ่งมีข้อมูลและความสัมพันธ์กับลูกค้าองค์กรอยู่แล้ว
ความได้เปรียบของ Palantir คือความสามารถในการเชื่อมข้อมูลกับกระบวนการปฏิบัติงานจริง ความเชี่ยวชาญด้านกลาโหมและอุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดสูง และรูปแบบทีมวิศวกรที่ทำงานร่วมกับลูกค้าโดยตรง อย่างไรก็ตาม รูปแบบดังกล่าวอาจใช้ทรัพยากรมากและขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้ยากกว่าผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์มาตรฐาน
5) ความเสี่ยง
- Valuation อยู่ในระดับสูง: แม้ราคาหุ้นลดลงจากจุดสูงสุด แต่ก่อนประกาศงบยังซื้อขายที่ประมาณ 65–67 เท่าของกำไร 12 เดือนข้างหน้า และเป็นหนึ่งในหุ้นที่มี Price-to-Sales สูงที่สุดใน S&P 500 ทำให้ตลาดคาดหวังการเติบโตและอัตรากำไรในระดับสูงต่อเนื่อง
- การเติบโตกระจุกตัวในสหรัฐฯ: รายได้สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 115% ขณะที่ต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพียง 33% ความกังวลเรื่องข้อมูล ความสัมพันธ์ทางการเมือง และความต้องการใช้เทคโนโลยีภายในประเทศอาจจำกัดการขยายตัวในยุโรป
- ฐานเปรียบเทียบจะสูงขึ้น: รายได้องค์กรสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 149% และรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 93% จะทำให้อัตราการเติบโตในปีต่อไปยากต่อการรักษา หากขนาดดีลหรือการขยายการใช้งานของลูกค้าเริ่มชะลอ
- การแข่งขันจาก Hyperscaler และผู้พัฒนาแบบจำลอง: Microsoft, AWS, Google, OpenAI และ Anthropic มีทรัพยากรด้านวิศวกรรม ข้อมูล และช่องทางการขายสูง หากสร้างเครื่องมือ Workflow และการเชื่อมข้อมูลได้ดีขึ้น อาจลดความจำเป็นในการใช้แพลตฟอร์มภายนอก
- ความเสี่ยงจากภาครัฐและการเมือง: รายได้จำนวนมากมาจากหน่วยงานรัฐบาลและกลาโหม การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล งบประมาณ หรือท่าทีทางการเมืองอาจกระทบต่อการต่อสัญญา โดยเฉพาะในยุโรปและกรณีที่ Palantir ถูกมองว่าใกล้ชิดรัฐบาลสหรัฐฯ มากเกินไป
- ความไม่แน่นอนของมูลค่าสัญญา: TCV และ RDV บางส่วนรวมสิทธิขยายสัญญาในอนาคต และสัญญาหลายรายการสามารถยกเลิกได้ จึงไม่ควรมองตัวเลขดังกล่าวเทียบเท่ารายได้ที่รับประกันทั้งหมด
- Stock-based Compensation: ค่าใช้จ่ายตอบแทนในรูปหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 265 ล้านดอลลาร์ จาก 160 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 66% ซึ่งอาจสร้าง Dilution แม้กำไรและกระแสเงินสดเติบโตแข็งแกร่ง
6) มุมมอง InnovestX
- InnovestX มองผลประกอบการ 2Q26 ของ Palantir ในเชิงบวกอย่างชัดเจน เนื่องจากดีกว่าคาดทั้งรายได้ กำไร อัตรากำไร และกระแสเงินสด พร้อมปรับเพิ่มประมาณการปี 2026 ทุกตัวชี้วัดสำคัญ จุดเด่นคือการเติบโตไม่ได้แลกมาด้วยอัตรากำไรที่ลดลง โดยรายได้เพิ่มขึ้น 93% ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 62% และกระแสเงินสดอิสระมี Margin 63% สะท้อนความสามารถในการสร้าง Operating Leverage ที่โดดเด่น
- ผลประกอบการช่วยลดข้อกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่ซอฟต์แวร์ของ Palantir ในระยะสั้น เนื่องจากลูกค้ายังต้องการชั้นซอฟต์แวร์ที่เชื่อมแบบจำลอง AI เข้ากับข้อมูล สิทธิการเข้าถึง และกระบวนการตัดสินใจจริง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจาก Hyperscaler และผู้พัฒนาแบบจำลองยังไม่หมดไป ขณะที่การเติบโตในต่างประเทศและ Valuation ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ
- เรายังมองบวกต่อ PLTR ในฐานะผู้นำกลุ่ม Enterprise AI Application และ Defense AI แต่หลังราคาตอบรับงบ ควรหลีกเลี่ยงการไล่ราคาและเน้นสะสมเมื่อราคาปรับฐาน เนื่องจาก Valuation ต้องอาศัยการเติบโตระดับสูงต่อเนื่องหลายปี สำหรับนักลงทุนที่ต้องการความเสี่ยงต่ำกว่า อาจเลือก Microsoft, Nvidia หรือ ServiceNow ซึ่งได้ประโยชน์จากธีมเดียวกันแต่มีฐานรายได้กระจายตัวมากกว่า ส่วน PLTR เหมาะกับพอร์ตเชิงรุกที่รับความผันผวนและความเสี่ยงจากความคาดหวังสูงได้.
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

