Café Invest
Markets

กำไรดีกว่าที่คาดและปรับเป้าที่ปีขึ้น แต่รายได้ภาคเอกชนต่ำกว่าที่คาด

กำไรดีกว่าที่คาดและปรับเป้าที่ปีขึ้น แต่รายได้ภาคเอกชนต่ำกว่าที่คาด

Palantir (PLTR) รายงานผลประกอบการ 1Q26 ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 85% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของตลาดในสหรัฐอเมริกา ทั้งจากภาคธุรกิจและภาครัฐที่ต้องการใช้แพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ บริษัทยังสามารถทำอัตรากำไรจากการดำเนินงานและสร้างกระแสเงินสดได้โดดเด่น ด้วยความต้องการที่แข็งแกร่งนี้ ผู้บริหารจึงตัดสินใจปรับเพิ่มประมาณการรายได้และผลกำไรตลอดทั้งปี 2026 ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Palantir (PLTR) รายงานผลประกอบการ 1Q26 ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 85% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของตลาดในสหรัฐอเมริกา ทั้งจากภาคธุรกิจและภาครัฐที่ต้องการใช้แพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ บริษัทยังสามารถทำอัตรากำไรจากการดำเนินงานและสร้างกระแสเงินสดได้โดดเด่น ด้วยความต้องการที่แข็งแกร่งนี้ ผู้บริหารจึงตัดสินใจปรับเพิ่มประมาณการรายได้และผลกำไรตลอดทั้งปี 2026 ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ผลประกอบการเทียบกับความคาดหมาย

ภาพรวมผลประกอบการออกมา ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากภาครัฐ แต่มีจุดอ่อนที่ภาคเอกชน

  • รายได้รวมทำได้ 1.63 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ 6% รวมถึงกำไรต่อหุ้นหลังปรับรายการพิเศษทำได้ 0.33 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดประเมิน 17% แรงหนุนหลักมาจากรายได้ภาครัฐของสหรัฐที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 84%
  • รายได้จากภาคธุรกิจในสหรัฐทำได้ 595 ล้านดอลลาร์ ซึ่งพลาดเป้าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 604-605 ล้านดอลลาร์เล็กน้อย หรือ 2% ตลาดมองว่าการขาดแคลนในส่วนนี้เป็นสัญญาณของการชะลอตัวในการเซ็นสัญญาใหม่ ขณะที่บริษัทยืนยันว่าเป็นความผันผวนตามปกติของรอบสัญญา

รายละเอียดของผลประกอบการ

  • รายได้รวมเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 85% YoY โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากตลาดสหรัฐที่ขยายตัวทะลุ 104% YoY
  • การใช้งานระบบปฏิบัติการของบริษัทในกระทรวงกลาโหมและกองทัพสหรัฐ เพื่อสนับสนุนการผลิตและปฏิบัติการทางทหาร เช่น ระบบ Maven ผลักดันรายได้รัฐบาลสหรัฐฯ ให้เติบโต 84% YoY ในขณะที่งานของภาครัฐนอกสหรัฐเพิ่มขึ้น 50% YoY โดยรายได้ทำจุดสูงสุดใหม่
  • ความต้องการนำแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ ไปใช้งานจริงในภาคธุรกิจของสหรัฐผลักดันรายได้ส่วนนี้ให้เติบโตถึง 133% YoY
  • จำนวนลูกค้ารวมเพิ่มขึ้น 31% YoY แตะระดับ 1,007 ราย จำนวนลูกค้าภาคเอกชนในสหรัฐเพิ่มขึ้น 42% เป็น 615 ราย โดยรายได้ 20 ลูกค้าอันดับแรก (เฉลี่ยต่อราย) — 108 ล้านดอลลาร์ต่อปี เพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบปีก่อน
  • อัตราการรักษาลูกค้าสุทธิ 150% คือตัวเลขที่สำคัญ บ่งชี้ว่าแม้บริษัทจะไม่หาลูกค้าใหม่ในปีนี้ รายได้จากลูกค้าเดิมก็จะเพิ่มขึ้น 50 นี่คือโครงสร้างรายได้ที่ดีที่สุดในกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์
  • บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นสูงถึง 86.8% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 86% ใน 4Q25 และ 82% ใน 1Q24 ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงาเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 60% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 57% ใน 4Q25 และ 44% ใน 1Q24
  • มูลค่าสัญญาที่ปิดได้ทั้งหมด (Total Contract Value) เติบโต 61% YoY แตะระดับ 41 พันล้านดอลลาร์
  • รายได้ที่รอการรับรู้จากสัญญาที่ทำไว้ทั้งหมดหรือภาระผูกพันผลการดำเนินงานคงเหลือ (Remaining Performance Obligation) อยู่ที่ 5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 135% YoY และ 6% QoQ
  • กำไรเพิ่มขึ้น 154% YoY และ 32% QoQ
  • คะแนน Rule of 40 (การเติบโตของรายได้บวกกับอัตราการทำกำไรจากการดำเนินงาน) อยู่ที่ 145% ซึ่งสูงเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์มากกว่า 3 เท่า และสูงกว่าเมื่อเทียบกับ 4Q25 ที่อยู่ที่ 127% และนับเป็นเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 11 ไตรมาส

รายการทางการเงิน

มูลค่า (ล้านดอลลาร์)

เติบโตเทียบปีก่อน (YoY)

เติบโตเทียบไตรมาสก่อน (QoQ)

รายได้รวม

1,632.60

85%

16%

รายได้จากตลาดสหรัฐ

1,282.00

104%

19%

รายได้ภาครัฐ (สหรัฐ)

687

84%

21%

รายได้ภาคธุรกิจ (สหรัฐ)

595

133%

18%

กำไรจากการดำเนินงาน

983.5

151%

23%

EBITDA

990.3

149%

23%

กำไรสุทธิ

856.6

156%

32%

งบดุลและงบกระแสเงินสด

  • กระแสเงินสดอิสระที่ ทำได้ 924.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 205% YoY หรือคิดเป็นอัตรากำไร FCF ที่ 57% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงมากสำหรับการสร้างกระแสเงินสด
  • งบลงทุน มีการจัดซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพียง 7.4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำมาก จากรูปแบบธุรกิจซอฟต์แวร์ที่ไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหนัก
  • หนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม (Net Debt/EBITDA) บริษัทมีสถานะเป็นเงินสดสุทธิ (Net Cash) อย่างแข็งแกร่ง โดยมีเงินสด เงินฝาก และเงินลงทุนระยะสั้นรวมกันถึง 8.0 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าหนี้สินที่มีมาก
  • กระแสเงินสดอิสระที่บริษัทสร้างได้ในไตรมาสนี้เพียงไตรมาสเดียว มีมูลค่าสูงกว่ารายได้รวมของไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว และบริษัททำคะแนนตามกฎแห่งเลข 40 (Rule of 40) ได้สูงถึง 145% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่หาได้ยากในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์

รายการ

1Q26

1Q25

เปลี่ยนแปลง

กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

899 ล้านดอลลาร์

310 ล้านดอลลาร์

190.0%

ค่าใช้จ่ายลงทุน (ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์)

7.4 ล้านดอลลาร์

6.2 ล้านดอลลาร์

0.2

กระแสเงินสดอิสระ

925 ล้านดอลลาร์

370 ล้านดอลลาร์

150.0%

อัตรากำไรกระแสเงินสดอิสระ

0.57

0.42

+15pp

แนวโน้มของบริษัท

ปรับประมาณการขึ้นทั้งหมด โดยสมมติฐานหลักตลาดในสหรัฐกำลังเร่งตัวขึ้น

  • ประมาณการรายได้รวมปี 2026 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 7.65 - 7.66 พันล้านดอลลาร์ (คิดเป็นการเติบโต 71% YoY) จากเดิมที่ให้ไว้ 7.18 - 7.20 พันล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 6%-7%
  • ประมาณการรายได้ภาคธุรกิจในสหรัฐปี 2026 ปรับเพิ่มเป็นมากกว่า 3.22 พันล้านดอลลาร์ (เติบโตไม่ต่ำกว่า 120%) เพิ่มขึ้นจากเดิม 3%
  • ประมาณการกำไรจากการดำเนินงานปี 2026 ปรับเพิ่มเป็น 4.44 - 4.45 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิม 8%
  • ประมาณการกระแสเงินสดอิสระปี 2026 ปรับเพิ่มเป็น 4.2 - 4.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิม 7%

คาดการณ์ 2Q26

คาดการณ์

คาดการณ์ของตลาด

เพิ่มขึ้น

รายได้

1.797–1.801 พันล้านดอลลาร์

1.68 พันล้านดอลลาร์

7.1%

กำไรจากการดำเนินงาน (ปรับปรุง)

1.063–1.067 พันล้านดอลลาร์

929 ล้านดอลลาร์

14.4%

คาดการณ์ทั้งปี 2026

คาดการณ์ใหม่

คาดการณ์เดิม

ส่วนต่าง

รายได้รวม

7.650–7.662 พันล้านดอลลาร์

7.182–7.198 พันล้านดอลลาร์

6.5%

รายได้ภาคธุรกิจสหรัฐฯ

มากกว่า 3.224 พันล้านดอลลาร์ (120%+)

มากกว่า 3.14 พันล้านดอลลาร์ (115%+)

ปรับเพิ่ม 5pp

กำไรจากการดำเนินงาน (ปรับปรุง)

4.440–4.452 พันล้านดอลลาร์

4.130–4.140 พันล้านดอลลาร์

7.6%

กระแสเงินสดอิสระ (ปรับปรุง)

4.2–4.4 พันล้านดอลลาร์

3.93–4.13 พันล้านดอลลาร์

6.9%

คะแนนกฎ 40 (ทั้งปี)

129% (แนวทาง)

—

—

มุมมองของผู้บริหาร

  • CEO เน้นย้ำถึงปัญหาของอุตสาหกรรมในปัจจุบันที่มีแต่ขยะปัญญาประดิษฐ์หรือการนำ AI ไปใช้งานแบบผิวเผินและควบคุมไม่ได้ ในขณะที่แพลตฟอร์ม AIP ของบริษัทเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้องค์กรใช้งาน AI ได้จริง มีความแม่นยำ และตรวจสอบได้
  • ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนธุรกิจสหรัฐให้เติบโต 100% ต่อเนื่องในปี 2027
  • เป็นห่วงเรื่องความสามารถในการตอบสนองความต้องการ บริษัทระบุว่าความต้องการเกินกำลังที่จะตอบสนองได้
  • ผู้บริหารยืนยันว่าจุดยืนของบริษัทคือการให้ความสำคัญกับภารกิจความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐเป็นหลัก แม้จะต้องแลกกับผลประโยชน์ของลูกค้าภาคธุรกิจในบางครั้ง
  • CFO ยืนยันว่าค่าใช้จ่ายจะทยอยเพิ่มขึ้นตลอดปี 2026 เพื่อลงทุนในการจ้างงานและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
  • ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี อธิบายถึง ปรากฏการณ์ Jevons ว่าเมื่อต้นทุนของระบบ AI ถูกลง องค์กรต่างๆ จะยิ่งมีความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ซึ่งยิ่งต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มอย่าง Palantir เพื่อบริหารจัดการไม่ให้ระบบเกิดข้อผิดพลาด สะท้อนจากระบบ Maven ใช้งานเพิ่มขึ้น 4 เท่าในรอบ 12 เดือน

สัญญาณต่ออุตสาหกรรมและคู่แข่ง

  • ภาครัฐสหรัฐยังคงลงทุนหนักในเทคโนโลยีกลาโหม — เป็นสัญญาณบวกต่อบริษัทรับเหมาด้านกลาโหมและบริษัทcybersecurity อื่น เช่น Leidos, Booz Allen, Palantir
  • อุปสงค์และอำนาจการกำหนดราคา ความต้องการในตลาดเริ่มเปลี่ยนจากการทดลองใช้งานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ไปสู่การมองหาแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยง AI กับโครงสร้างองค์กรได้จริง ต้นทุนการประมวลผลโมเดลกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้พัฒนาโมเดล AI ต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคา แต่อำนาจการกำหนดราคาจะตกอยู่กับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มอย่าง Palantir และ Nvidia
  • แรงกดดันด้านต้นทุนและการแข่งขัน ซอฟต์แวร์บริหารจัดการรูปแบบเดิมเช่น ระบบ CRM ทั่วไป กำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะถูกทดแทนด้วยแอปพลิเคชันที่มี AI เป็นศูนย์กลาง ซึ่งลูกค้าสามารถพัฒนาขึ้นเองได้รวดเร็วผ่านแพลตฟอร์มของ Palantir
  • บริษัทระบุว่ากำลังแทนที่ระบบบริหารลูกค้าเดิมที่มีต้นทุนสูงด้วยโซลูชันที่สร้างบนแพลตฟอร์มของตัวเอง เป็นสัญญาณเตือนต่อบริษัทซอฟต์แวร์องค์กรแบบดั้งเดิม เช่น Salesforce, ServiceNow ที่อาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาด

มุมมองของ INVX

  • Palantir ได้พิสูจน์แล้วว่าบริษัทสามารถข้ามผ่านจากการเป็นเพียงผู้รับเหมาซอฟต์แวร์ด้านความมั่นคงของรัฐ ไปสู่การเป็น โครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาประดิษฐ์ของภาคธุรกิจขนาดใหญ่ได้ดี ด้วยความสามารถในการนำ AI ไปปฏิบัติการจริงโดยเกิดความผิดพลาดน้อย ทำให้บริษัทผูกขาดความได้เปรียบทางเทคโนโลยี และสามารถเติบโตพร้อมทำกำไรสุทธิได้อย่างมากโดยไม่ต้องพึ่งพากองทัพพนักงานขายแบบบริษัทซอฟต์แวร์ดั้งเดิม
  • มูลค่าดีลคงเหลือเพิ่มขึ้น 112% บ่งชี้ว่าองค์กรขนาดใหญ่กำลังเพิ่มงบประมาณด้านซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์อย่างจริงจัง ซึ่งจะส่งผลดีกับกลุ่ม Software ที่มีความสามารถในการแข่งขันและมีการพัฒนา AI อย่าง PLTR
  • การที่บริษัทปรับเพิ่มแนวโน้มและคาดการณ์รายได้ปี 2026 ขึ้นถึง 10% (จาก 2 พันล้านเป็น 7.6 พันล้านดอลลาร์) ในไตรมาสแรกเพียงไตรมาสเดียว สะท้อนถึงความมั่นใจต่อมูลค่าสัญญาที่รอรับรู้รายได้ และความต้องการที่อยู่ในระดับสูง
  • อย่างไรก็ดีการที่รายได้ภาคธุรกิจในสหรัฐต่ำกว่าที่นัคาดการณ์ นี่คือนัยสำคัญว่าราคาหุ้นได้สะท้อนความคาดหวังที่สูงมาก หากใน 2Q26 ภาคธุรกิจยังไม่สามารถเอาชนะตัวเลขคาดการณ์ได้อย่างขาดลอย อาจเกิดแรงเทขายแรงได้
  • เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อ PLTR จากการเติบโตในระยะยาวด้วยการเติบโตของกำไรเฉลี่ยต่อปีที่ 55%-60% และมีความชัดเจนของการเติบโตสูง อย่างไรก็ดีด้วย Valuation ในระดับ P/E 70-80x ก็บ่งชี้ว่าตลาดรับรู้ความดีไปแล้วระดับหนึ่งแล้ว เราจึงแนะนำให้ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงในระยะสั้น แต่เรามองว่าความเสี่ยงขาล่างของ PLTR ไม่สูงมากนัก
  • เรามองว่าหุ้น PLTR เริ่มมีลักษณะใกล้เคียงบริษัทโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลในระยะยาว มากกว่าบริษัทซอฟต์แวร์ที่ต้องเพิ่มงบลงทุนเพื่อซื้อการเติบโตในอนาคต สำหรับนักลงทุนระยะยาวนี่ลดความเสี่ยงด้านคุณภาพกำไร แต่ยังคงความเสี่ยงด้านมูลค่าที่แพงและความผันผวนทางนโยบายรัฐ
  • ในระยะสั้นราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้น นักลงทุนต้องคาดหวังว่า 1) รายได้ภาคธุรกิจสหรัฐฯ รักษาการเติบโตเกิน 100% ได้ในไตรมาส 2-3, 2)จำนวนลูกค้าภาคธุรกิจสหรัฐเพิ่มขึ้นเกิน 10% ต่อไตรมาส (ปัจจุบัน 8%) 3) มูลค่าสัญญารวมที่ปิดได้ยังคงเกิน 2 พันล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส 4) อัตรากำไรจากการดำเนินงานขยายตัวต่อเนื่องสู่ 62–65% 5) บริษัทประกาศสัญญาภาครัฐรายใหม่ขนาดใหญ่นอกเหนือจาก Maven