Café Invest
Research

OSP - 3Q67: ขาดทุนสุทธิ, แต่ 4Q67 กำไรจะเติบโต YoY, QoQ

OSP - 3Q67: ขาดทุนสุทธิ, แต่ 4Q67 กำไรจะเติบโต YoY, QoQ

OSP รายงานขาดทุนสุทธิ 361 ลบ. ใน 3Q67 เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ โดยได้รับแรงกดดันจากการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในเมียนมา ในขณะที่กำไรปกติปรับตัวเพิ่มขึ้น YoY จากรายได้อื่น แต่ลดลง QoQ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่แคบลง

เราคาดว่ากำไรปกติและกำไรสุทธิใน 4Q67 จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ โดยได้แรงหนุนจากยอดขายที่ปรับตัวดีขึ้นและกำไรพิเศษจากการลงทุน เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2567 จะลดลง 21.2% สู่ 1.89 พันลบ. ในขณะที่คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 3.1 พันลบ. (+48.5%) สำหรับปี 2568 เราคาดว่ารายได้รวมจะเติบโต 4.3% และกำไรปกติจะเติบโต 3.9% โดยคาดว่าการทำ M&A ช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในระยะยาว เรายังคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ OSP โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 29 บาท/หุ้น อ้างอิงระดับ -1SD จาก PE เฉลี่ย 5 ปีที่ 28 เท่า

แผนธุรกิจปี 2568 พร้อมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลาย OSP ตั้งเป้ารายได้รวมจากธุรกิจหลักเติบโตในอัตราเลขตัวเดียวระดับกลางในปี 2568 พร้อมกับออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ สำหรับเครื่องดื่มบำรุงกำลัง OSP ตั้งเป้ารักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้เท่าเดิมเป็นอย่างต่ำ หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 46% ในปี 2567 พร้อมกับขยายตลาดกลุ่มพรีเมียม (ราคาสูงกว่า 10 บาท/ขวด) เช่น เปิดตัว “Shark” ราคากระป๋องละ 25 บาทสำหรับกลุ่มแรงงานต่างชาติ และออกรสชาติใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังอัดก๊าซ

ขาดทุนสุทธิใน 3Q67 ตามคาด OSP รายงานขาดทุนสุทธิ 361 ลบ. ใน 3Q67 ใกล้เคียงกับประมาณการขาดทุนสุทธิของเราที่ 384 ลบ. เพราะได้รับแรงกดดันจากการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในเมียนมา รายได้ 3Q67 อยู่ที่ 6.04 พันลบ. (-3.7% YoY และ -17.7% QoQ) สอดคล้องกับยอดขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศที่ลดลง 14.7% YoY และ 15.2% QoQ เพราะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยฤดูกาลและสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในช่วงปลาย 3Q67 ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ยอดขายในช่องทางร้านค้าแบบดั้งเดิมปรับตัวลดลง ขณะที่ยอดขายจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 22.3% YoY แต่ลดลง 44.1% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 36.1% จากการประหยัดต่อขนาดลดน้อยลง OSP บันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าสุทธิ 1.03 พันลบ. ใน 3Q67 ตามคาด จากการขายเงินลงทุนในธุรกิจให้บริการผลิตขวดแก้ว (OEM) ในเมียนมา ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นไม่ว่าจะเป็นด้านเสถียรภาพทางการเมือง การอ่อนค่าของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินเมียนมาจัต และการชะลอตัวของกำลังซื้อภาคธุรกิจ กำไรปกติ 3Q67 อยู่ที่ 672 ลบ. (+19.5% YoY แต่ -26.9% QoQ) ตามคาด

ฟื้นตัวใน 2567…คาดกำไรปกติปี 2567 เติบโต 48.5% เราคาดว่าปริมาณการขายและส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศจะฟื้นตัวใน 4Q67 โดยได้แรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลและการเติมสต็อกสินค้าหลังน้ำท่วมพร้อมกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ดีขึ้น ดังนั้นกำไรปกติ 4Q67 น่าจะฟื้นตัวทั้ง YoY และ QoQ อย่างไรก็ดี OSP จะบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวน 130 ลบ. จากการทำธุรกรรมขายสินทรัพย์ในเมียนมาขั้นสุดท้าย เราคาดการณ์รายได้ปี 2567 ที่ 2.75 หมื่นลบ. (+5.3%) โดยหลังจากปรับปรุงขาดทุนที่เป็นรายการพิเศษใน 3Q67 และกำไรจากการขายเงินลงทุนใน 4Q67 เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2567 ที่ 1.89 พันลบ. (-21.2%) และกำไรปกติที่ 3.1 พันลบ. (+48.5%) เราคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นที่ 36.7% ในปี 2567 เพิ่มขึ้นจาก 34.5% ในปี 2566 โดยได้รับการสนับสนุนจากต้นทุนวัตถุดิบหลักๆ ที่ลดลง การประหยัดต่อขนาด และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจากรายได้ต่างประเทศ

ปัจจัยเสี่ยงและความกังวล ปัจจัยที่ต้องจับตาคือ: 1) ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบหลักๆ เช่น ก๊าซธรรมชาติ และน้ำตาล 2) ความผันผวนของปริมาณการขายในตลาด CLMV และนโยบายการเงิน และ 3) การฟื้นตัวของการบริโภค

ความเสี่ยง ESG ที่สำคัญ OSP ถูกจัดอยู่ในรายชื่อหุ้น SET ESG Ratings ที่ ระดับ “AA” สำหรับปี 2567-2568 OSP ตั้งเป้าลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 30% ภายในปี 2573 และบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 ความเสี่ยงด้าน ESG อยู่ในด้านการบริหารจัดการคุณภาพผลิตภัณฑ์ (S) และสวัสดิภาพของลูกค้า (S)