Oklo มีพัฒนาการเชิงบวกโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม หลังประสบความสำเร็จในการทำให้เครื่องปฏิกรณ์ทดสอบ Groves บรรลุภาวะวิกฤตได้สำเร็จ สะท้อนศักยภาพการดำเนินงานและเปิดโอกาสสร้างรายได้จากธุรกิจไอโซโทปในระยะสั้น ขณะที่ผลประกอบการ 2Q26 ของกลุ่มโดยรวมต่ำกว่าคาด นำโดย NuScale ที่รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากยังไม่มีสัญญาเชิงพาณิชย์ใหม่เข้ามาทดแทน และ Energy Fuels แม้รายได้เติบโตสูงพร้อมอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจยูเรเนียมที่แข็งแกร่ง แต่ปริมาณขายที่พลาดเป้าและค่าใช้จ่ายจากการเข้าซื้อกิจการแร่หายากกดดันให้ขาดทุนสุทธิขยายตัว อย่างไรก็ดี INVX ยังมองภาพรวมของกลุ่มนิวเคลียร์ยังคงมีปัจจัยหนุนเชิงบวกในระยะยาว
ธีมนิวเคลียร์สหรัฐฯ เดินหน้า แต่ความพร้อมเชิงพาณิชย์ยังแตกต่างชัดเจน

1) ประเด็นสำคัญของ Oklo: เครื่องปฏิกรณ์ Groves บรรลุภาวะวิกฤตครั้งแรก
Oklo ประสบความสำเร็จในการทำให้เครื่องปฏิกรณ์ทดสอบไอโซโทป Groves ในรัฐเท็กซัสเข้าสู่ภาวะวิกฤต หรือสามารถรักษาปฏิกิริยาลูกโซ่นิวเคลียร์ได้อย่างต่อเนื่องภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีหลังเริ่มก่อสร้าง ถือเป็นหลักฐานสำคัญว่าบริษัทสามารถดำเนินงานตั้งแต่การออกแบบ การจัดหาชิ้นส่วน การก่อสร้าง การเตรียมเชื้อเพลิง ไปจนถึงการเริ่มเดินเครื่องได้จริง
ความสำเร็จดังกล่าวมีนัยสำคัญใน 3 ด้าน ได้แก่
1.1 ลดความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน
Groves เป็นโครงการเครื่องปฏิกรณ์ภายใต้โครงการนำร่องของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ที่สร้างขึ้นใหม่บนพื้นที่เอกชนทั้งหมด ความสำเร็จภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีช่วยยืนยันความสามารถของ Oklo ในการบริหารการก่อสร้าง การจัดหาอุปกรณ์ การเตรียมบุคลากร และการประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งสามารถนำประสบการณ์ไปใช้ลดความเสี่ยงในโครงการถัดไปได้
1.2 เปิดโอกาสสร้างรายได้จากธุรกิจไอโซโทปก่อนธุรกิจไฟฟ้า
Groves จะเป็นฐานสำหรับการพัฒนาการผลิตไอโซโทปภายในสหรัฐฯ ซึ่งมีการใช้งานในด้านการแพทย์ อุตสาหกรรม งานวิจัย อวกาศ และความมั่นคง ทำให้ Oklo อาจมีช่องทางสร้างรายได้ก่อนที่โรงไฟฟ้า Aurora จะเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์
1.3 ยังไม่ใช่บทพิสูจน์ของโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์
แม้ความสำเร็จของ Groves เป็นจุดพิสูจน์ด้านเทคโนโลยีและการดำเนินงาน แต่ยังไม่สามารถยืนยันความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโรงไฟฟ้า Aurora ได้ เนื่องจากสหรัฐฯ ยังไม่มีเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ที่ดำเนินงานเชิงพาณิชย์ ปัจจัยสำคัญระยะถัดไปจึงได้แก่ การอนุมัติโครงการ Aurora ที่ Idaho National Laboratory ความพร้อมด้านเงินทุน ต้นทุนการก่อสร้าง และการจัดหาเชื้อเพลิงยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงระดับต่ำ หรือ HALEU
2) สรุปภาพรวมผลประกอบการ NuScale และ Energy Fuels
ผลประกอบการ 2Q26 ของทั้ง NuScale และ Energy Fuels โดยรวม ต่ำกว่าตลาดคาด แต่มีสาเหตุและคุณภาพผลประกอบการแตกต่างกันชัดเจน โดย NuScale มีรายได้เพียง 75,000 ดอลลาร์ ต่ำกว่าคาด เนื่องจากงานออกแบบเบื้องต้นของโครงการ RoPower ระยะที่ 2 สิ้นสุดลงตั้งแต่ปลายปี 2025 ขณะที่ยังไม่มีโครงการใหม่เข้ามาทดแทน แม้ขาดทุนต่อหุ้นอยู่ในระดับใกล้เคียงตลาดคาด
Energy Fuels มีรายได้เพิ่มขึ้นมากจากฐานต่ำในปีก่อน แต่ต่ำกว่าคาดจากปริมาณขายยูเรเนียมที่น้อยกว่าประมาณการ ขณะที่ขาดทุนจากการดำเนินงานและขาดทุนสุทธิกว้างกว่าคาด เพราะค่าใช้จ่ายในการเข้าซื้อกิจการและการลงทุนขยายธุรกิจแร่หายาก อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยูเรเนียมยังมีคุณภาพดี โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 57% และต้นทุนผลิตลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 23 ดอลลาร์ต่อปอนด์
ตารางสรุปผลประกอบการ 2Q26
รายการ | NuScale | Energy Fuels |
|---|---|---|
รายได้ | 0.08 ล้านดอลลาร์ | 25.1 ล้านดอลลาร์ |
รายได้เทียบ ตลาดคาด | ต่ำกว่าคาด 99.2% | ต่ำกว่าคาดราว 16–21% |
รายได้เติบโต YoY | ลดลง 99.1% | เพิ่มขึ้น 496.1% |
กำไรขั้นต้น | ขาดทุนขั้นต้นประมาณ 0.2 ล้านดอลลาร์ | ธุรกิจยูเรเนียมมีกำไรขั้นต้นประมาณ 14 ล้านดอลลาร์ |
อัตรากำไรขั้นต้น | - | ธุรกิจยูเรเนียม 57% |
ขาดทุนจากการดำเนินงาน | 54.0 ล้านดอลลาร์ | 30.6 ล้านดอลลาร์ |
การเปลี่ยนแปลงของผลขาดทุนดำเนินงาน YoY | ขาดทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 25% | ขาดทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 17% |
ขาดทุนสุทธิ | 50.1 ล้านดอลลาร์ | 33.6 ล้านดอลลาร์ |
การเปลี่ยนแปลง ของขาดทุนสุทธิ YoY | ขาดทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 33% | ขาดทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 54% |
ขาดทุนต่อหุ้น | 0.13 ดอลลาร์ | 0.13 ดอลลาร์ |
ผลขาดทุนต่อหุ้น เทียบตลาดคาด | ใกล้เคียงคาด | ต่ำกว่าคาด |
2.1 NuScale: รายได้ต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ
NuScale รายงานรายได้ 75,000 ดอลลาร์ ลดลง 99.1% YoY จาก 8.05 ล้านดอลลาร์ และต่ำกว่าตลาดคาดที่ 8.91 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากบริษัทรับรู้รายได้จากงานออกแบบเบื้องต้นของโครงการ RoPower ไปแล้วในช่วงก่อนหน้า และไม่มีงานขนาดใกล้เคียงกันในไตรมาสนี้
บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 50.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 37.6 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนและ 46.7 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อน ขณะที่ขาดทุนต่อหุ้น 0.13 ดอลลาร์อยู่ในระดับใกล้เคียงตลาดคาด ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น 6.6 ล้านดอลลาร์ YoY จากการเร่งพัฒนาความพร้อมของชิ้นส่วนและการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ ส่วนค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้นจากจำนวนบุคลากรและค่าใช้จ่ายขององค์กรที่สูงขึ้น
2.2 Energy Fuels: รายได้เติบโตสูง แต่ปริมาณขายและกำไรต่ำกว่าคาด
Energy Fuels รายงานรายได้ 25.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 496.1% YoY จาก 4.2 ล้านดอลลาร์ แต่ต่ำกว่าตลาดคาดที่ประมาณ 29.9–31.8 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากปริมาณขายยูเรเนียม 310,000 ปอนด์ ต่ำกว่าประมาณการราว 400,000 ปอนด์ แม้ราคาขายเฉลี่ย 80.48 ดอลลาร์ต่อปอนด์อยู่ในระดับใกล้เคียงคาด
บริษัทขาดทุนจากการดำเนินงาน 30.6 ล้านดอลลาร์ เทียบกับขาดทุน 26.2 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนและ 17 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อน ขณะที่ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 33.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 21.8 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายการเข้าซื้อและควบรวมกิจการ ASM และ VAC ประมาณ 10.7 ล้านดอลลาร์ รวมถึงค่าใช้จ่ายเพื่อพัฒนาโครงการแร่หายาก
อย่างไรก็ตาม คุณภาพของธุรกิจยูเรเนียมยังแข็งแกร่ง โดยสร้างรายได้ 25 ล้านดอลลาร์ กำไรขั้นต้นประมาณ 14 ล้านดอลลาร์ และอัตรากำไรขั้นต้น 57% ขณะที่ต้นทุนผลิตลดลงจากประมาณ 34 ดอลลาร์ต่อปอนด์ใน 1Q26 เหลือ 23 ดอลลาร์ต่อปอนด์ใน 2Q26 หรือลดลงประมาณ 32% QoQ
3) แนวโน้มและประมาณการของบริษัท
3.1 NuScale: ยังไม่ให้เป้าหมายรายได้ที่ชัดเจน
NuScale ไม่ได้ให้เป้าหมายรายได้หรือกำไรปี 2026 อย่างเป็นทางการ เนื่องจากจังหวะการรับรู้รายได้ขึ้นอยู่กับการลงนามสัญญาโครงการเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ารายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการจะเพิ่มขึ้นเมื่อโครงการเชิงพาณิชย์เข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
3.2 Energy Fuels: คงเป้าหมายปี 2026 แต่ความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
Energy Fuels คงเป้าหมายการผลิตและยอดขายยูเรเนียมปี 2026 ได้แก่
รายการ | เป้าหมายปี 2026 |
|---|---|
ปริมาณยูเรเนียมที่ขุดได้ | 2.0–2.5 ล้านปอนด์ |
ปริมาณยูเรเนียมที่ผ่านกระบวนการ | 1.5–2.5 ล้านปอนด์ |
ปริมาณขายยูเรเนียม | 1.5–2.0 ล้านปอนด์ |
บริษัทมีสินค้าคงคลังยูเรเนียมทั้งแบบสำเร็จรูปและที่อยู่ระหว่างกระบวนการรวมประมาณ 2.27 ล้านปอนด์ ซึ่งเพียงพอรองรับยอดขายตามสัญญาและการขายในตลาดทันทีตามภาวะราคา
4) มุมมองผู้บริหารและประเด็นสำคัญจาก Earnings Call
4.1 NuScale
ความพร้อมด้านเทคโนโลยีอยู่ในระดับสูง
ผู้บริหารระบุว่างานสำคัญที่จำเป็นต่อการติดตั้งในระยะใกล้เสร็จสมบูรณ์เป็นส่วนใหญ่แล้ว โดย NuScale มีแบบเครื่องปฏิกรณ์ที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการกำกับดูแลนิวเคลียร์สหรัฐฯ ใช้เชื้อเพลิงที่มีอยู่ในเชิงพาณิชย์ และมีพันธมิตรเฉพาะทางมากกว่า 60 ราย พร้อมข้อตกลงที่ลงนามแล้วมากกว่า 30 ฉบับ
ลงทุนในห่วงโซ่อุปทานก่อนรับคำสั่งซื้อ
บริษัทเริ่มดำเนินงานร่วมกับ Doosan ในการผลิตชิ้นส่วนขนาดใหญ่ ทำงานกับ Framatome ด้านการออกแบบเชื้อเพลิง และว่าจ้าง Paragon พัฒนาระบบควบคุมความปลอดภัยขั้นสุดท้าย ผู้บริหารเชื่อว่าการดำเนินงานล่วงหน้าจะช่วยลดระยะเวลาติดตั้งได้หลายปีหลังได้รับสัญญา
การเจรจา TVA คืบหน้า แต่ยังไม่มีกรอบเวลา
ฝ่ายบริหารระบุว่าการเจรจาระหว่าง ENTRA1 และ TVA ยังดำเนินอยู่และมีความคืบหน้า แต่ไม่เปิดเผยกรอบเวลาการลงนามหรือรายละเอียดโครงสร้างเงินทุน ความไม่แน่นอนดังกล่าวยังเป็นประเด็นหลักที่ตลาดใช้ประเมินความสามารถในการสร้างรายได้ของ NuScale
สภาพคล่องใช้เพื่อเตรียมการเชิงพาณิชย์
ผู้บริหารมองว่าเงินทุน 1.9 พันล้านดอลลาร์ทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องประเมินธุรกิจด้วยระยะเวลาที่เงินสดจะหมดเพียงอย่างเดียว แต่สามารถบริหารเงินทุนเพื่อเตรียมการผลิต เงินทุนหมุนเวียน ห่วงโซ่อุปทาน และการส่งมอบโครงการแรกได้ อย่างไรก็ตาม จังหวะการใช้เงินยังสัมพันธ์โดยตรงกับระยะเวลาเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์
4.2 Energy Fuels
ธุรกิจยูเรเนียมเป็นฐานรองรับการลงทุน
ผู้บริหารเน้นว่าธุรกิจยูเรเนียมยังมีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งและสร้างกำไรจากการดำเนินงาน แม้บริษัทโดยรวมขาดทุนจากค่าใช้จ่ายส่วนกลาง การพัฒนาแร่หายาก และการเข้าซื้อกิจการ โดยต้นทุนผลิต 23 ดอลลาร์ต่อปอนด์อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม
ผลขาดทุนส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ
ฝ่ายบริหารระบุว่าผลประกอบการได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายการเข้าซื้อและรวมกิจการ ASM และ VAC ประมาณ 10.7 ล้านดอลลาร์ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านวิศวกรรม การขออนุญาต และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจแร่หายาก ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อเตรียมกำลังผลิตในอนาคตมากกว่าการอ่อนแอของธุรกิจยูเรเนียม
ต้องการเป็นผู้ผลิตตั้งแต่เหมืองจนถึงผลิตภัณฑ์แม่เหล็ก
ผู้บริหารตั้งเป้าพัฒนา Energy Fuels จากบริษัทเหมืองแร่ไปสู่ผู้ผลิตวัสดุแม่เหล็กครบวงจร โดยเมื่อการขยาย White Mesa และการรวม ASM กับ VAC เสร็จสมบูรณ์ บริษัทจะมีทั้งแหล่งวัตถุดิบ การแยกแร่ การผลิตโลหะผสม และการผลิตแม่เหล็กในสหรัฐฯ
การดำเนินงานจะขยายเป็นลำดับ ไม่เร่งลงทุนเกินกำลัง
ผู้บริหารระบุว่าจะจัดลำดับการเพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ กระบวนการแยกแร่ ไปจนถึงกำลังผลิตแม่เหล็ก เพื่อให้แต่ละส่วนสอดคล้องกัน โดยตั้งเป้าขยายกำลังผลิตแม่เหล็กที่ Sumter จาก 2,000 ตันต่อปีเป็น 12,000 ตันต่อปีภายในปี 2031
5) มุมมองของ INVX
มุมมองต่อกลุ่มนิวเคลียร์ยังเป็นบวกในระยะยาวจากแรงสนับสนุนของรัฐบาลและความต้องการไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล โดย Oklo มีพัฒนาการเชิงบวกที่สุดในระยะสั้นจากความสำเร็จของเครื่องปฏิกรณ์ทดสอบ ขณะที่ Energy Fuels เหมาะกับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้และต้องการรับโอกาสจากทั้งยูเรเนียมและแร่หายาก ส่วน NuScale ควรรอความชัดเจนของสัญญา TVA หรือโครงการเชิงพาณิชย์ก่อนเพิ่มน้ำหนักลงทุน
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

