Café Invest
Markets

News update - กลุ่มโรงพยาบาล ประเด็นเรื่องการปรับค่ารักษาพยาบาลโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง (RW>2) ของการให้บริการประกันสังคม

News update - กลุ่มโรงพยาบาล ประเด็นเรื่องการปรับค่ารักษาพยาบาลโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง (RW>2) ของการให้บริการประกันสังคม

ประเด็นเรื่องการปรับค่ารักษาพยาบาลโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง (RW>2) ของการให้บริการประกันสังคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการประชุมกันวันที่ 17 ต.ค. 2567

  • ประเด็นข่าว: คณะอนุกรรมการทบทวนหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่สถานพยาบาลคู่สัญญาในระบบประกันสังคม (เฉพาะกิจ) ประกอบไปด้วยตัวแทนภาครัฐ ตัวแทนโรงพยาบาลรัฐ-เอกชน ได้จัดทำหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ เสนอต่อคณะกรรมการการแพทย์ ซึ่งจะมีการประชุมวันที่ 17 ต.ค. นี้ เพื่อพิจารณา ปรับอัตราค่าใช้จ่ายรักษาปี 2568 ซึ่งตามกรอบมีเวลาพิจารณา 90 วัน

  • สำหรับการให้บริการประกันสังคม (SC) ที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้รับผลกระทบจากงบประมาณที่ไม่เพียงพอทำให้เกิดการปรับลดการจ่ายเงินประกันสังคมในค่ารักษาพยาบาลโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง (RW>2) โดยการจ่ายเงินปรับลดจากอัตราที่กำหนด 12,000 บาท/RW ลงมาเหลือ 10,000 บาท/RW ในเดือนธ.ค. 2565 และ 7,200 บาท/RW ในเดือนพ.ย.-ธ.ค. 2566

  • จากข่าวกลุ่มโรงพยาบาลที่เข้าร่วมให้บริการประกันสังคมเสนอให้มีการยืนยันอัตราขั้นต่ำที่ 15,000 บาท/RW ซึ่งจะคาดว่าจะมีความชัดเจนก่อนการเซ็นสัญญาให้บริการรอบใหม่ปี 2568

  • เรามองประเด็นนี้เป็นเรื่องบวกจากพัฒนาการในเรื่องแนวทางการลดผลกระทบ เราเชื่อว่ากลุ่มโรงพยาบาลเอกชนและสำนักงานประกันสังคมจะหาแนวทางออกที่เหมาะสม เนื่องจากโรงพยาบาลเอกชนมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการดูแลรักษาผู้ประกันตน ในขณะที่รายได้จาก SC ก็เป็นรายได้สำคัญของโรงพยาบาลเอกชน เรามองว่าการปรับเพิ่มอัตราค่า RW จะต้องมาพร้อมกับการปรับเพิ่มงบประมาณด้วย
  • การประเมินผลกระทบเบื้องต้น ในกรณีที่มีการปรับเพิ่มอัตราค่า RW>2 เป็น 15,000 บาท/RW (จาก 12,000 บาท/RW) ในปี 2568 จะเป็น upside ต่อประมาณการของ BCH ที่ราว 15%, CHG ที่ราว 10% และ RJH ที่ราว 10%

  • อัตราค่า RW>2 ใน 4Q67 ที่อาจจะยังลดลงอยู่เพราะงบปี 2567 ไม่ได้มีการปรับขึ้น จะส่งผลกระทบเชิงลบช่วงสั้นต่อการดำเนินงานของกลุ่มโรงพยาบาลใน 4Q67 ซึ่งเรามองว่าตลาดรับรู้เรื่องนี้ไปพอสมควรแล้ว

  • ในกลุ่มโรงพยาบาลที่ให้บริการ SC เราชอบ BCH (Outperform, ราคาเป้าหมาย 21 บาท/หุ้น) เนื่องจาก: 1) กำไรมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งกว่าผู้ประกอบการโรงพยาบาลที่ให้บริการ SC รายอื่นๆ โดยที่เราคาดว่ากำไรปกติปี 2567-2569 จะเติบโตที่ CAGR 13% สำหรับ BCH สูงกว่า 11% สำหรับ CHG และ 3% สำหรับ RJH
News update - กลุ่มโรงพยาบาล ประเด็นเรื่องการปรับค่ารักษาพยา | Café Invest