MTC เตรียมออกตราสารหนี้เพื่อสังคม อายุ 4 ปี มูลค่า US$335 ล้าน อัตราดอกเบี้ย 6.875% ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ค่อนข้างมาก เราปรับประมาณการต้นทุนทางการเงินปี 2568 และปี 2569 ของ MTC เพิ่มขึ้นปีละ 9 bps โดยคาดว่าต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้น 10 bps ในปี 2568 และลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป เราปรับประมาณการกำไรของ MTC ลดลง 3% สำหรับปี 2568 และ 4% สำหรับปี 2569 โดยปัจจุบันเราคาดว่ากำไรของ MTC จะเติบโต 18% ในปี 2567, 23% ในปี 2568 และ 23% ในปี 2569 ซึ่งยังคงเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มเงินทุน เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ MTC โดยปรับราคาเป้าหมายลดลงจาก 58 บาท สู่ 56 บาท
MTC – เตรียมออกตราสารหนี้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐต้นทุนสูง

เหตุการณ์: MTC เตรียมออกตราสารหนี้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ Bloomberg รายงานว่า MTC เตรียมออกตราสารหนี้เพื่อสังคม อายุ 4 ปี มูลค่า US$335 ล้าน อัตราดอกเบี้ย 6.875% ในช่วงปลายเดือนก.ย. โดยนับเป็นครั้งแรกที่ MTC ได้รับการจัดอันดับเครดิตสากลที่ BB- และ BB จาก S&P และ Fitch ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าระดับน่าลงทุนอยู่ 2-3 ขั้น ทั้งนี้อ้างอิงข้อมูลจาก IR ของ MTC เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการออกตราสารหนี้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้ คือ เพื่อกระจายแหล่งเงินทุน และเพื่อเพิ่มความยั่งยืนของแหล่งเงินทุนในระยะยาว ผลกระทบ: ต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่ 6.875% ของตราสารหนี้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่ MTC จะออกครั้งนี้สูงกว่าคาด และสูงกว่าต้นทุนทางการเงินใน 2Q67 ที่ 4.1% และอัตราดอกเบี้ย 4.95-5% ของหุ้นกู้ในประเทศไทย อายุ 4 ปี ที่ออกในเดือนส.ค. ค่อนข้างมาก เราปรับประมาณการต้นทุนทางการเงินปี 2568 และปี 2569 ของ MTC เพิ่มขึ้นปีละ 9 bps เราคาดว่าต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้น 10 bps ในปี 2568 และจะลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป แม้ว่ารวมโอกาสที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 50 bps ใน 4Q67 และ 50 bps ใน 1H68 เข้ามาไว้ในประมาณการแล้วก็ตาม การลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเป็น upside เราคาดว่า MTC จะลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้จาก: 1) โอกาสที่จะประหยัดต้นทุนได้จากการปรับเพิ่มอันดับเครดิตในประเทศ และ 2) ความเป็นไปได้ที่บริษัทจะปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ Fitch ให้อันดับเครดิตในประเทศของ MTC ที่ "A-" ซึ่งสูงกว่าระดับ "BBB+" ที่ TRIS เคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ การปรับเพิ่มอันดับเครดิตในประเทศน่าจะช่วยประหยัดต้นทุนการออกตราสารหนี้ในประเทศได้ประมาณ 100 bps นอกจากนี้ MTC ยังสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อชดเชยต้นทุนระดับสูงของตราสารหนี้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐได้ด้วย SAWAD และ TIDLOR ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ใน 2H66 และ 1H67 เพิ่มขึ้น >100 bps แล้ว แต่ MTC ยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้เท่าเดิม ปรับประมาณการกำไรลดลง เราปรับประมาณการกำไรของ MTC ลดลง 3% สำหรับปี 2568 และ 4% สำหรับปี 2569 โดยปัจจุบันเราคาดว่ากำไรของ MTC จะเติบโต 18% ในปี 2567, 23% ในปี 2568 และ 23% ในปี 2569 ซึ่งยังคงเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มเงินทุน การคาดการณ์ว่ากำไรจะเติบโตดีได้รับการสนับสนุนจากสินเชื่อที่เติบโตดีและ credit cost ที่คาดว่าจะลดลง คงคำแนะนำ OUTPERFORM โดยปรับราคาเป้าหมายลดลง เรายังคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ MTC โดยปรับราคาเป้าหมายลดลงจาก 58 บาท สู่ 56 บาท อ้างอิง PBV 2.7 เท่า (ได้มาจาก ROE ระยะยาวที่ 18%, cost of equity ที่ 9.9% และการเติบโตระยะยาวที่ 5%) หรือ PE 16.7 เท่า สำหรับปี 2568 ปัจจัยเสี่ยง 1) ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและช้ากว่าคาด 2) ความเสี่ยงด้าน credit cost จากราคารถมือสองที่ลดลง 3) การแข่งขันที่สูงขึ้นจากธนาคาร 4) ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และ 5) ความเสี่ยง ESG จากการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct) |

