1. ตลาดหุ้นสหรัฐปิดผสม หลัง PCE เย็นกว่าคาด แต่ Long Yield ยังสูง ฟิวเจอร์สบวกเล็กน้อยรับงบ Micron
2. Core PCE ต่ำคาดลดโอกาส Fed ขึ้น ต.ค. แต่การบริโภคแข็ง จับตาข้อมูลแรงงานวันศุกร์นี้
3. Micron งบดีกว่าคาดพร้อม Guidance เชิงบวก ชี้ AI Memory Demand ยังแรงหนุนวงจรชิป จับตาการเติบโตในอนาคต
4. ศาลสหรัฐทบทวนภาษีแรงงานบังคับ หลังภาษีโลกถูกจำกัด เพิ่มความไม่แน่นอนการค้าโลกระยะสั้น
5. ที่ปรึกษาเศรษฐกิจอินเดียคาด GDP 2Q โต 7.3% แต่เตือนน้ำมัน–ดอกเบี้ยกดแนวโน้มการเติบโตครึ่งปีหลัง
6. BOI เจรจา 3 บริษัทเกาหลีดึงลงทุน Smart Manufacturing–ชิป หนุน Sentiment กลุ่มนิคมไทยระยะยาว
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 1 ตุลาคม 2026
1. ตลาดหุ้นสหรัฐปิดผสม Dow -0.86%, S&P 500 -0.25% ขณะที่ Nasdaq +0.24% โดย Technology +0.6% นำตลาด แต่ 9 ใน 11 กลุ่มปิดลบ หลัง PCE ต่ำคาดช่วยลดโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค. อย่างไรก็ดี UST 10Y/30Y ปิดแถว 5.29%/5.64% และ DXY ทรงตัวใกล้ 101.2 ด้าน Brent ธ.ค. +1.9% สู่ $98.03, WTI $90.42 และทอง -0.64% สู่ $4,154 ฟิวเจอร์สบวกเล็กน้อยหลังงบ Micron ภาพรวมจึงยังเหมาะกับหุ้นคุณภาพและคุม Duration มากกว่าขยายความเสี่ยงกว้างในระยะสั้นจนกว่า Yield จะทรงตัว
2. Headline PCE เดือน ส.ค. เพิ่ม 0.3% MoM และ 3.4% YoY ต่ำกว่าคาด ขณะที่ Core PCE เพิ่ม 0.2% MoM และ 3.0% YoY ทำให้ตลาดลดโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค. เหลือราว 41.5% อย่างไรก็ดี การบริโภคจริงยังโต 0.6% และ GDP 2Q26 ถูกปรับขึ้นเป็น 2.2% สะท้อนเศรษฐกิจยังทนต่อดอกเบี้ยสูงได้ ภาพนี้ช่วยหุ้น Growth ระยะสั้น แต่เงินเฟ้อยังเกินเป้าและราคาพลังงานสูง จึงควรรอข้อมูลแรงงานยืนยันก่อนเพิ่ม Duration หรือไล่ Valuation เพราะ Fed ยังอาจขึ้นอีกครั้งปลายปี
3. Micron รายงานงบดีกว่าคาดหลังตลาดปิด และคาดรายได้ไตรมาสใหม่ $61.5ฺB สูงกว่าตลาดคาด $57.0B หลังลูกค้าเพิ่ม Commitment ตามสัญญาระยะยาวเป็น $32B จาก $22B ในเดือน มิ.ย. และจองกำลังผลิต HBM ปี 2027 ไปเกือบหมด สะท้อนว่า AI Infrastructure ยังหนุนดีมานด์ Memory ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี บริษัทเตรียมเพิ่ม Capex ปี 2027 และราคาหุ้นปรับขึ้นรับปัจจัยบวกมามากแล้ว การเติบโตต่อจากนี้จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายและต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทิศทางอัตรากำไรขั้นต้น
4. ศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐพิจารณาคดีคัดค้านภาษี 10–12.5% ต่อสินค้าจากคู่ค้า 60 ราย รวม EU และจีน พร้อมตั้งคำถามต่อฐานกฎหมายที่รัฐบาลทรัมป์ใช้อ้างว่าคู่ค้าเหล่านี้ควบคุมสินค้าแรงงานบังคับไม่เพียงพอ ผู้ฟ้องชี้ว่ารัฐบาลขาดเหตุผลเฉพาะประเทศ หลังศาลสูงเคยจำกัดการใช้กฎหมายฉุกเฉินกับภาษีโลก ผลตัดสินอาจยกเลิกมาตรการหรือสั่งสอบสวนใหม่ จึงเพิ่ม Policy Risk ต่อผู้ส่งออกและ Supply Chain ควรเน้นธุรกิจที่ส่งผ่านต้นทุนได้และกระจายฐานผลิตในระยะต่อไป
5. V. Anantha Nageswaran ที่ปรึกษาเศรษฐกิจหลักของรัฐบาลอินเดียคาด GDP ไตรมาส 2 ปีงบประมาณโต 7.3% ต่อจาก 7.8% ในไตรมาสแรก แต่เตือนว่าครึ่งปีหลังจะยากขึ้นจากราคาน้ำมันสูง ดอกเบี้ยโลกขาขึ้น และความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกชะลอ อินเดียนำเข้าน้ำมันราว 85% ของความต้องการ ทำให้เงินเฟ้อ ดุลบัญชีเดินสะพัด และรูปีอ่อนไหวต่อพลังงาน แม้การปฏิรูปยังหนุนระยะยาว จึงควรรอทิศทางน้ำมันและ RBI ชัดก่อนเพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้น และคุม FX Risk จากความผันผวนของรูปีในระยะสั้น
6. BOI นำคณะภาครัฐและเอกชนเยือนกรุงโซล หารือแผนลงทุนกับ Hyundai, T-Robotics และ COSMAX เพื่อดึงอุตสาหกรรม Smart Manufacturing หุ่นยนต์ และ Semiconductor เข้าสู่ไทย พร้อมร่วมพัฒนาบุคลากรผ่านโครงการ Skill Bridge ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนโอกาสต่อยอด FDI และยกระดับฐานการผลิตสู่เทคโนโลยีขั้นสูง มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มนิคม WHA และ AMATA อย่างไรก็ดี ผลต่อรายได้ยังขึ้นกับการตัดสินใจลงทุน พื้นที่โครงการ และกรอบเวลาดำเนินงานจริงในระยะถัดไป
ประเด็นที่ต้องติดตาม: S&P Global Manufacturing PMI เดือนก.ย. ตลาดคาด 57.0 ก่อนหน้า 53.9