Café Invest
Markets

AI Update: OpenAI เปิดโมเดลใหม่, Grok รุกตลาดองค์กร, Microsoft ลดพึ่งพาโมเดลภายนอก

AI Update: OpenAI เปิดโมเดลใหม่, Grok รุกตลาดองค์กร, Microsoft ลดพึ่งพาโมเดลภายนอก

OpenAI, Grok และ Microsoft กำลังเดินคนละกลยุทธ์ในตลาด AI รอบใหม่ โดย OpenAI เน้นโมเดลเรือธงและประสบการณ์ voice assistant, Grok 4.5 ใช้ราคาถูกและ Cursor เพื่อรุกงาน coding, finance และ legal ส่วน Microsoft เริ่มใช้โมเดล MAI ของตัวเองใน Excel, Outlook และ Copilot เพื่อลดต้นทุน ข่าวนี้สะท้อนว่า AI กำลังเข้าสู่ช่วงแข่งขันด้านต้นทุน การใช้งานจริง และการฝังเข้ากับผลิตภัณฑ์ มากกว่าการแข่งแค่ความสามารถของโมเดลเพียงอย่างเดียว

AI Update: OpenAI เปิดโมเดลใหม่, Grok รุกตลาดองค์กร, Microsoft ลดพึ่งพาโมเดลภายนอก

ภาพรวมข่าวรอบนี้สะท้อนว่าอุตสาหกรรม AI กำลังเข้าสู่ช่วง แข่งขันเชิงพาณิชย์จริงจังมากขึ้น จากเดิมที่เน้นว่า “ใครมีโมเดลเก่งที่สุด” ไปสู่การแข่งขัน 3 ด้านพร้อมกัน ได้แก่ ความสามารถของโมเดล, ต้นทุนต่อการใช้งาน และการฝัง AI เข้าไปในผลิตภัณฑ์ที่มีผู้ใช้งานอยู่แล้ว โดย OpenAI ยังเน้นความเป็นผู้นำโมเดลระดับสูง, SpaceXAI/Grok ใช้ราคาถูกและ Cursor เป็นจุดขายเพื่อเจาะงานเขียนโค้ด–การเงิน–กฎหมาย ขณะที่ Microsoft เริ่มใช้โมเดลของตัวเองเพื่อลดต้นทุนและลดการพึ่งพา OpenAI/Anthropic


1) รายละเอียดการอัปเดตของแต่ละบริษัท

บริษัท / โมเดล

รายละเอียดหลัก

จุดเด่น

เป้าหมายเชิงธุรกิจ

OpenAI: GPT-5.6 + GPT-Live

เตรียมเปิด GPT-5.6 ให้ใช้งานทั่วโลก หลังช่วงแรกจำกัดการเข้าถึงตามแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ

GPT-5.6 แบ่งเป็น Sol, Terra, Luna ครอบคลุมตั้งแต่โมเดลเรือธงจนถึงรุ่นประหยัดต้นทุน และเปิด GPT-Live สำหรับเสียงแบบโต้ตอบเป็นธรรมชาติมากขึ้น

รักษาความเป็นผู้นำ frontier model และขยายการใช้งาน ChatGPT ไปสู่ voice assistant / agent

SpaceXAI + Cursor: Grok 4.5

เปิดตัว Grok 4.5 ร่วมกับ Cursor หลัง SpaceXAI ตกลงซื้อ Cursor

เด่นด้านงานยาว ซับซ้อน ใช้เครื่องมือได้ดี เช่น coding, finance, legal, data science และตั้งราคาต่ำกว่าคู่แข่งหลายเท่า

แย่งตลาด API และลูกค้าองค์กร โดยเฉพาะ developer, Wall Street, งานกฎหมาย และงานวิเคราะห์

Microsoft: MAI Models

เริ่มใช้โมเดล AI ภายในของ Microsoft ใน Excel, Outlook, GitHub Copilot และเตรียมนำไปใช้ใน Teams

ลดต้นทุนการใช้ OpenAI/Anthropic และเพิ่มการควบคุมเทคโนโลยีเอง

เพิ่ม margin ของ Copilot และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาโมเดลภายนอก


2) เปรียบเทียบโมเดล AI

OpenAI = ผู้นำด้านคุณภาพโมเดลและประสบการณ์ผู้ใช้

OpenAI ยังวางตัวเป็นผู้เล่นที่นำตลาดด้านโมเดลระดับสูง โดย GPT-5.6 มีทั้งรุ่นเรือธงอย่าง Sol รุ่นสมดุลอย่าง Terra และรุ่นเร็วราคาถูกอย่าง Luna ทำให้บริษัทพยายามครอบคลุมหลายตลาดในคราวเดียว ตั้งแต่งานซับซ้อน งานทั่วไป ไปจนถึงงานที่ต้องการต้นทุนต่ำ ขณะที่ GPT-Live เป็นการขยายจาก text chatbot ไปสู่การสนทนาด้วยเสียงที่ใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น

จุดแข็ง: โมเดลทรงพลัง แบรนด์แข็งแรง ผู้ใช้จำนวนมาก
จุดอ่อน: ต้นทุนสูง ถูกกำกับดูแลมากขึ้น และลูกค้ารายใหญ่อาจเริ่มสร้างโมเดลเอง

Grok 4.5 = ใช้ราคาถูก + Cursor เป็นทางลัดเข้าสู่ตลาด developer

Grok 4.5 ไม่ได้แข่งแค่ความสามารถของโมเดล แต่ใช้กลยุทธ์ ราคาต่ำกว่า frontier models อื่นราว 4–5 เท่า เพื่อดึงลูกค้า API และลูกค้าองค์กร จุดที่น่าสนใจคือการใช้ข้อมูลจาก Cursor ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม coding ที่มีข้อมูลการใช้งานจริงของนักพัฒนา ทำให้ Grok 4.5 มีโอกาสเด่นในงานเขียนโค้ด งานที่ใช้เครื่องมือ และงานวิเคราะห์ยาว ๆ

จุดแข็ง: ราคาถูก, ได้ข้อมูลจาก Cursor, เจาะตลาด coding/finance/legal ได้ตรงจุด
จุดอ่อน: ยังต้องพิสูจน์คุณภาพเทียบ OpenAI/Anthropic และมีความเสี่ยงด้าน cybersecurity สูง


Microsoft = ไม่จำเป็นต้องชนะทุกโมเดล แต่ต้องลดต้นทุนและควบคุม ecosystem

Microsoft ไม่ได้จำเป็นต้องสร้างโมเดลที่เก่งที่สุดในโลกทุกด้าน แต่ต้องมีโมเดลที่ “ดีพอและถูกพอ” สำหรับงานจำนวนมากใน Excel, Outlook, Teams และ Copilot เพราะบริษัทมีฐานผู้ใช้มหาศาลอยู่แล้ว หากใช้ MAI models กับงานทั่วไปได้มากขึ้น จะช่วยลดต้นทุน token และเพิ่มกำไรของ Copilot ในระยะยาว

จุดแข็ง: มี distribution ผ่าน Office, Teams, GitHub, Windows และ Azure
จุดอ่อน: โมเดลภายในยังต้องพิสูจน์คุณภาพ และอาจกระทบความสัมพันธ์กับ OpenAI/Anthropic


3) Pipeline ของแต่ละบริษัท


บริษัท

Pipeline ระยะถัดไป

สิ่งที่ตลาดควรติดตาม

OpenAI

เปิด GPT-5.6 ทั่วโลก, ขยาย GPT-Live, เพิ่มการใช้งาน voice + agent + tools

การตอบรับของผู้ใช้จริง, benchmark เทียบ Anthropic/Grok/Google, ต้นทุน Terra/Luna, ความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์จากรัฐบาลสหรัฐฯ

SpaceXAI / Grok / Cursor

ขยาย Grok 4.5 ผ่าน Cursor ทุกแพลตฟอร์ม เช่น desktop, web, iOS, CLI, SDK และรุกตลาด finance/legal

คุณภาพ coding agent, การเจาะลูกค้าองค์กร, ราคา API เทียบคู่แข่ง, ความคืบหน้าธุรกิจ compute rental

Microsoft

เพิ่มการใช้ MAI models ใน Excel, Outlook, GitHub Copilot, Teams transcription และอาจขยายไปยัง Copilot รุ่นอื่น

สัดส่วนงานที่เปลี่ยนจาก OpenAI/Anthropic มาใช้ MAI, ผลต่อ margin ของ Copilot, ความสามารถของ MAI เทียบโมเดลชั้นนำ



4) ความเสี่ยง

1. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและความมั่นคง

โมเดลรุ่นใหม่อย่าง GPT-5.6, Grok 4.5 และโมเดลของ Anthropic ถูกจับตาจากรัฐบาลมากขึ้น เพราะมีความสามารถด้าน coding และ cybersecurity สูงขึ้น ซึ่งอาจช่วยค้นหาช่องโหว่และแก้ระบบได้ดีขึ้น แต่ก็อาจถูกนำไปใช้ในทางโจมตีได้เช่นกัน ประเด็นนี้ทำให้การเปิดตัวโมเดลใหม่อาจไม่ใช่เรื่องของบริษัทอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องผ่านแรงกดดันจากภาครัฐมากขึ้น

2. ความเสี่ยงด้านต้นทุน AI

AI product ที่มีผู้ใช้จำนวนมาก เช่น Copilot, ChatGPT หรือ API สำหรับนักพัฒนา ใช้ปริมาณ token สูงมาก หากต้นทุนประมวลผลยังสูง บริษัทที่ไม่มีโครงสร้างต้นทุนดีพอจะถูกกดดันด้านกำไร ทำให้ Microsoft ต้องสร้าง MAI models เอง และ Grok ต้องใช้กลยุทธ์ราคาต่ำเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด

3. ความเสี่ยงด้านการแข่งขันราคา

Grok 4.5 ตั้งราคาถูกกว่าคู่แข่งมาก อาจเป็นแรงกดดันต่อ OpenAI และ Anthropic ในตลาด API หากลูกค้าองค์กรเริ่มมองว่าโมเดลรองลงมาที่ราคาถูกกว่า “ดีพอ” สำหรับงานจำนวนมาก จะทำให้รายได้ต่อหน่วยของ frontier labs ถูกกดดัน

4. ความเสี่ยงจากลูกค้ารายใหญ่สร้างโมเดลเอง

กรณี Microsoft เป็นสัญญาณสำคัญว่า ลูกค้าขนาดใหญ่ที่เคยใช้ OpenAI หรือ Anthropic อาจเริ่มพัฒนาโมเดลของตัวเองเพื่อลดต้นทุน หากแนวโน้มนี้เกิดมากขึ้น ผู้ให้บริการโมเดลภายนอกจะเผชิญความเสี่ยงจากการถูกลดบทบาทในงานทั่วไป เหลือเพียงงานที่ต้องการโมเดลระดับสูงจริง ๆ

5. ความเสี่ยงด้านคุณภาพและความเชื่อมั่น

โมเดลใหม่มักถูกพูดถึงด้วยกระแสสูงในช่วงเปิดตัว แต่ต้องรอการพิสูจน์จากผู้ใช้จริง โดยเฉพาะงาน coding, finance และ legal ที่ต้องการความถูกต้องสูง หากโมเดลตอบผิด ทำงานพลาด หรือจัดการข้อมูลสำคัญไม่ดี อาจกระทบความเชื่อมั่นของลูกค้าองค์กร


5) มุมมอง InnovestX

ระยะสั้น: แข่งเปิดตัวโมเดลใหม่และแย่งกระแสผู้ใช้

  • ในระยะสั้น ตลาดจะจับตาว่า GPT-5.6 Sol จะทำผลงานได้เหนือความคาดหวังหรือไม่ ขณะที่ Grok 4.5 จะถูกทดสอบว่าความสามารถด้าน coding และ finance ดีพอเมื่อเทียบกับ Anthropic และ OpenAI หรือไม่ ส่วน Microsoft จะยังค่อย ๆ เพิ่มการใช้ MAI models ในผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิม โดยไม่จำเป็นต้องประกาศใหญ่ทุกครั้ง

ระยะกลาง: AI จะเข้าสู่การแข่งขันด้านต้นทุนมากขึ้น

  • จากข่าว Microsoft และ Grok จะเห็นว่า “ต้นทุนต่อ token” กลายเป็นตัวแปรสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ บริษัทที่มีโมเดลดีแต่ต้นทุนสูงอาจเสียเปรียบ หากลูกค้าองค์กรเลือกโมเดลที่ถูกกว่าและคุณภาพเพียงพอ ดังนั้นการแข่งขันใน AI จะไม่ใช่แค่ใครฉลาดที่สุด แต่เป็นใครให้ผลลัพธ์ดีพอในราคาที่คุ้มค่ากว่า

ระยะยาว: โมเดล AI จะถูกแบ่งเป็นหลายชั้นมากขึ้น

  • แนวโน้มสำคัญคือบริษัทต่าง ๆ จะใช้โมเดลหลายระดับในระบบเดียวกัน เช่น งานทั่วไปใช้โมเดลเล็กหรือต้นทุนต่ำ งานซับซ้อนใช้ frontier model และงานเฉพาะทางใช้โมเดลที่ฝึกจากข้อมูลเฉพาะ เช่น coding, finance, legal หรือ voice ทำให้ตลาด AI จะไม่ใช่ตลาดผู้ชนะรายเดียว แต่เป็นตลาดที่แบ่งตาม use case และต้นทุน


ในภาพรวมข่าวทั้ง 3 ชุดสะท้อนว่าอุตสาหกรรม AI กำลังเปลี่ยนจากช่วงโชว์ความสามารถของโมเดล ไปสู่ช่วงสร้างกำไรจากการใช้งานจริง โดย OpenAI ยังนำด้านคุณภาพและประสบการณ์ผู้ใช้, Grok ใช้ราคาต่ำและ Cursor เพื่อรุกตลาดนักพัฒนาและองค์กร, ส่วน Microsoft ใช้ฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่เพื่อฝังโมเดลของตัวเองและลดต้นทุน AI ในระยะยาว

เชิงกลยุทธ์การลงทุน ประเด็นนี้ยังเป็นบวกต่อกลุ่ม คลาวด์, ชิป AI, ศูนย์ข้อมูล, ซอฟต์แวร์องค์กร และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา เพราะการเปิดตัวโมเดลใหม่จะกระตุ้นการใช้งาน AI มากขึ้น แต่ในเชิงหุ้นรายตัว ตลาดอาจเริ่มแยกแยะมากขึ้นระหว่างบริษัทที่ “มีโมเดลเก่ง” กับบริษัทที่ “เปลี่ยนโมเดลเป็นรายได้และกำไรได้จริง” โดย Microsoft มีจุดแข็งด้านการกระจายผ่าน Office/GitHub/Teams, OpenAI ยังแข็งแกร่งด้านโมเดลและผู้ใช้, ส่วน SpaceXAI/Grok กำลังวางตัวเป็นผู้ท้าชิงที่ใช้ราคาต่ำและตลาดเฉพาะทางเป็นอาวุธหลัก



กลุ่มที่ได้ประโยชน์

หุ้น / บริษัท

เหตุผลที่ได้ประโยชน์

เจ้าของแพลตฟอร์ม AI และซอฟต์แวร์องค์กร

Microsoft (MSFT)

ได้ประโยชน์ตรงจากการฝัง AI เข้ากับ Office, GitHub, Teams และ Copilot รวมถึงการใช้โมเดลภายในเพื่อลดต้นทุน

คลาวด์และ AI Compute

Amazon (AMZN), Alphabet (GOOGL), Oracle (ORCL), Microsoft (MSFT)

ความต้องการใช้ AI model, AI agent และ API เพิ่มขึ้น หนุนดีมานด์ cloud, GPU cloud และบริการประมวลผล AI

ชิป AI / GPU / Accelerator

Nvidia (NVDA), AMD (AMD)

ได้ประโยชน์จากความต้องการชิปประมวลผล AI สำหรับฝึกและใช้งานโมเดลขนาดใหญ่

ชิปเครือข่ายและ Custom AI Chip

Broadcom (AVGO), Marvell (MRVL)

ได้ประโยชน์จากดีมานด์ custom ASIC, networking chip และ data center connectivity ที่เพิ่มขึ้นตามการขยาย AI infrastructure

ศูนย์ข้อมูล

Digital Realty (DLR), Equinix (EQIX)

การใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการพื้นที่ศูนย์ข้อมูลและ colocation เติบโตต่อเนื่อง

ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ Data Center

Vertiv (VRT), Eaton (ETN), Schneider Electric (SU FP)

Data center AI ต้องใช้ระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่ซับซ้อนมากขึ้น

ซอฟต์แวร์องค์กร / AI Workflow

ServiceNow (NOW), Salesforce (CRM), Snowflake (SNOW), Datadog (DDOG), MongoDB (MDB)

ได้ประโยชน์จากการนำ AI ไปใช้ใน workflow องค์กร, data platform, observability และ automation

เครื่องมือสำหรับนักพัฒนา

GitLab (GTLB), Atlassian (TEAM)

การเติบโตของ coding agent และ AI-assisted development ช่วยเพิ่มการใช้งานแพลตฟอร์ม developer tools

ผู้ท้าชิงด้าน AI Model / Private AI

OpenAI, Anthropic, SpaceXAI/Grok, Cursor

ได้ประโยชน์จากดีมานด์ frontier model และ specialized model แต่ยังไม่มีหุ้นจดทะเบียนโดยตรง หรือบางรายอยู่ในโครงสร้างบริษัทเอกชน

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

พัฒนาการเชิงบวกกลุ่ม Model AI | Café Invest