Mitsubishi Heavy Industries รายงานงบไตรมาส 1 ดีกว่าคาดทั้งรายได้ กำไร และยอดคำสั่งซื้อ โดยธุรกิจระบบพลังงานเป็นแรงขับเคลื่อนหลักจากความต้องการกังหันก๊าซขนาดใหญ่และราคาขายที่ดีขึ้น งานในมือของกังหันก๊าซเพิ่มเป็น 80 เครื่องหรือ 35 กิกะวัตต์ ขณะที่บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายคำสั่งซื้อและกระแสเงินสดอิสระทั้งปี แม้ยังคงประมาณการกำไรเดิม แต่ผลประกอบการที่เริ่มต้นแข็งแกร่งเปิดโอกาสให้มีการปรับเพิ่มเป้าหมายในไตรมาสถัดไป ผลประกอบการครั้งนี้สนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อ Mitsubishi Heavy Industries
Mitsubishi Heavy งบ FY1Q26 ดีกว่าคาด ธุรกิจพลังงานเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

1. ผลประกอบการดีกว่าคาดอย่างชัดเจน
Mitsubishi Heavy Industries รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2026 ดีกว่าที่ตลาดคาดทั้งรายได้และกำไร โดยรายได้อยู่ที่ 1.19 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 15.5% จากปีก่อน และสูงกว่าคาดประมาณ 4% ขณะที่กำไรจากการดำเนินธุรกิจอยู่ที่ 159.65 พันล้านเยน เทียบกับตลาดคาด 103.44 พันล้านเยน ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 134.68 พันล้านเยน สูงกว่าคาดที่ 78.37 พันล้านเยน และเกือบเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อน
ยอดคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้น 26% สู่ 2.02 ล้านล้านเยน สะท้อนว่าการเติบโตไม่ได้มาจากการรับรู้รายได้เดิมเพียงอย่างเดียว แต่มีงานใหม่เข้ามารองรับรายได้ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง
2. ธุรกิจพลังงานเป็นหัวใจของการเติบโต
ธุรกิจระบบพลังงานสร้างกำไรจากการดำเนินธุรกิจ 101.3 พันล้านเยน และมีอัตรากำไร 18.9% สูงกว่าประมาณการที่ 68 พันล้านเยนและ 14.8% อย่างมาก ปัจจัยหลักมาจากความต้องการกังหันก๊าซขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่ง ราคาขายที่ดีขึ้น และความสามารถในการทำกำไรของคำสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่ที่เพิ่มขึ้น
บริษัทได้รับคำสั่งซื้อกังหันก๊าซขนาดใหญ่ 10 เครื่อง หรือกำลังผลิตรวม 4 กิกะวัตต์ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้งานในมือเพิ่มเป็น 80 เครื่อง หรือประมาณ 35 กิกะวัตต์ จาก 74 เครื่องในไตรมาสก่อน โดยโครงการที่อยู่ระหว่างเจรจามีกำหนดส่งมอบต่อเนื่องไปถึงปี 2030–2031 ช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้และกำไรในระยะหลายปีข้างหน้า
3. กำไรบางส่วนมาจากรายการเฉพาะ แต่กำไรพื้นฐานยังแข็งแกร่ง
กำไรไตรมาสนี้มีรายการเฉพาะประมาณ 25 พันล้านเยน แบ่งเป็นการรับรู้กำไรย้อนหลังจากการสรุปราคาสัญญาระยะยาว 15 พันล้านเยน และกำไรจากการขายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้าอีก 10 พันล้านเยน อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ารายการเหล่านี้รวมอยู่ในประมาณการทั้งปีเดิมแล้ว
แม้ตัดรายการเฉพาะออก ธุรกิจพลังงานยังมีกำไรสูงกว่าประมาณการประมาณ 8 พันล้านเยน และอัตรากำไรพื้นฐานคาดว่ายังสูงกว่า 16% เทียบกับ 13.3% ในปีก่อน สะท้อนว่าคุณภาพกำไรดีขึ้นจากราคาขายและผลตอบแทนของเครื่องจักรใหม่ ไม่ได้พึ่งพารายการพิเศษเพียงอย่างเดียว
4. ธุรกิจกลาโหมและอากาศยานเติบโตต่อเนื่อง
ธุรกิจกลาโหม อวกาศ และอากาศยานมีรายได้เพิ่มขึ้น 10% และกำไรจากการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน แม้ยอดคำสั่งซื้อในไตรมาสลดลงจากฐานที่สูง แต่บริษัทมองว่าเป็นเพียงความแตกต่างด้านช่วงเวลาการบันทึกคำสั่งซื้อ จึงปรับเพิ่มเป้าหมายคำสั่งซื้อทั้งปีของธุรกิจนี้อีก 100 พันล้านเยน
การผลิตชิ้นส่วนลำตัวเครื่องบินให้ Boeing ได้แรงหนุนจากจำนวนการส่งมอบที่เพิ่มขึ้นและเงินเยนที่อ่อนค่า ขณะที่งานในมือของกลุ่มอากาศยาน กลาโหม และอวกาศอยู่ในระดับสูงราว 3.9 ล้านล้านเยน ช่วยสนับสนุนรายได้ในระยะกลาง
5. ปรับเพิ่มเป้าหมายคำสั่งซื้อและกระแสเงินสด
บริษัทคงเป้าหมายรายได้ทั้งปีสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2027 ที่ 5.4 ล้านล้านเยน และกำไรจากการดำเนินธุรกิจที่ 540 พันล้านเยน แต่ปรับเพิ่มเป้าหมายคำสั่งซื้อจาก 6.8 ล้านล้านเยนเป็น 7 ล้านล้านเยน จากแนวโน้มที่ดีขึ้นของกังหันก๊าซ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และธุรกิจกลาโหม
กระแสเงินสดอิสระไตรมาสแรกอยู่ที่ 391.5 พันล้านเยน เพิ่มขึ้นประมาณ 327 พันล้านเยนจากปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากเงินรับล่วงหน้าของคำสั่งซื้อกังหันก๊าซ ทำให้บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายกระแสเงินสดอิสระทั้งปีจาก 300 พันล้านเยนเป็น 600 พันล้านเยน
อย่างไรก็ตาม ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปียังคงอยู่ที่ 380 พันล้านเยน ต่ำกว่าตลาดคาดที่ประมาณ 410 พันล้านเยน ขณะที่ผู้บริหารระบุว่ายังมีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการกำไร และจะทบทวนอีกครั้งเมื่อประกาศผลไตรมาส 2
ตารางสรุปผลประกอบการ Mitsubishi Heavy Industries ไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2026
รายการ | ผลประกอบการ | การเติบโต YoY | ตลาดคาด | เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
รายได้ | 1.194 ล้านล้านเยน | +15.5% | 1.15 ล้านล้านเยน | สูงกว่าคาดประมาณ 3.8% |
กำไรจากการดำเนินธุรกิจ | 159.65 พันล้านเยน | +65% โดยประมาณ* | 103.44 พันล้านเยน | สูงกว่าคาดประมาณ 54.3% |
กำไรก่อนภาษี | 176.43 พันล้านเยน | +99.0% | ไม่มีข้อมูลคาดในบทความ | — |
กำไรสุทธิ | 134.68 พันล้านเยน | +97.4% | 78.37 พันล้านเยน | สูงกว่าคาดประมาณ 71.8% |
กำไรต่อหุ้น | 40.08 เยน | จาก 20.32 เยน | ไม่มีข้อมูลคาดในบทความ | — |
ยอดคำสั่งซื้อใหม่ | 2.022 ล้านล้านเยน | +25.7% | ไม่มีข้อมูลคาดในบทความ | — |
กระแสเงินสดอิสระ | 391.5 พันล้านเยน | เพิ่มขึ้นราว 327 พันล้านเยน | ไม่มีข้อมูลคาดในบทความ | — |
ตารางสรุปผลประกอบการรายธุรกิจ
ธุรกิจ | ผลประกอบการไตรมาส 1 | การเติบโต/เทียบคาด | ประเด็นสำคัญ |
|---|---|---|---|
ระบบพลังงาน | กำไรจากการดำเนินธุรกิจ 101.3 พันล้านเยน | สูงกว่าคาดที่ 68 พันล้านเยนประมาณ 49% | อัตรากำไร 18.9% สูงกว่าคาดที่ 14.8% จากกังหันก๊าซและนิวเคลียร์ |
กังหันก๊าซขนาดใหญ่ | รับคำสั่งซื้อ 10 เครื่อง หรือ 4 กิกะวัตต์ | งานในมือเพิ่มจาก 74 เป็น 80 เครื่อง | งานในมือรวม 35 กิกะวัตต์ และมีตารางส่งมอบถึงปี 2030–2031 |
อากาศยาน กลาโหม และอวกาศ | รายได้เพิ่ม 10%, กำไรเพิ่ม 13% | ดีกว่าปีก่อน | ได้แรงหนุนจากการส่งมอบอากาศยานและเงินเยนอ่อนค่า |
อุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน | ไม่มีตัวเลขรายไตรมาสแยกชัดเจน | แนวโน้มฟื้นตัว | คาดกลับมามีกำไรจากยอดขายเครื่องยนต์และระบบทำความเย็นที่เพิ่มขึ้น |
ตารางประมาณการทั้งปี
รายการ | ประมาณการใหม่ | ประมาณการเดิม | ตลาดคาด | การเปลี่ยนแปลง/เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
รายได้ | 5.40 ล้านล้านเยน | 5.40 ล้านล้านเยน | ไม่มีข้อมูลเทียบโดยตรง | คงเดิม |
กำไรจากการดำเนินธุรกิจ | 540 พันล้านเยน | 540 พันล้านเยน | ไม่มีข้อมูลเทียบโดยตรง | คงเดิม แต่มีโอกาสปรับเพิ่มในไตรมาส 2 |
กำไรสุทธิ | 380 พันล้านเยน | 380 พันล้านเยน | 410.13 พันล้านเยน | ต่ำกว่าคาดประมาณ 7.3% |
ยอดคำสั่งซื้อ | 7.00 ล้านล้านเยน | 6.80 ล้านล้านเยน | ไม่มีข้อมูลคาด | ปรับเพิ่ม 200 พันล้านเยน หรือ 2.9% |
กระแสเงินสดอิสระ | 600 พันล้านเยน | 300 พันล้านเยน | ไม่มีข้อมูลคาด | ปรับเพิ่มเท่าตัว |
เงินปันผลต่อหุ้น | 29 เยน | 29 เยน | 30.07 เยน | ต่ำกว่าคาดประมาณ 3.6% |
6. ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ เงินเยนกลับมาแข็งค่า ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจพลังงานลดลงจากโครงการที่มีอัตรากำไรต่ำ ต้นทุนโครงการขนาดใหญ่สูงกว่าคาด และความต้องการกังหันก๊าซชะลอตัวเร็วกว่าที่บริษัทประเมิน นอกจากนี้ ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมากอาจทำให้ตลาดคาดหวังต่อการปรับเพิ่มประมาณการกำไรในระดับสูงขึ้น
มุมมองของ InnovestX
- ผลประกอบการครั้งนี้สนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อ Mitsubishi Heavy Industries เนื่องจากธุรกิจพลังงานกำลังได้รับประโยชน์จากความต้องการกังหันก๊าซ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และการลงทุนเพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านไฟฟ้า ขณะที่ธุรกิจกลาโหมช่วยกระจายแหล่งรายได้และเพิ่มความชัดเจนจากงานในมือจำนวนมาก โดยปัจจัยสำคัญรอบถัดไปคือโอกาสปรับเพิ่มประมาณการกำไรทั้งปีในการประกาศงบไตรมาส 2
- นอกจากนี้ มุมมองต่ออุตสาหกรรมโดยรวมเป็นบวกมากที่สุดต่อ GE Vernova, Siemens Energy และ Hitachi จากความต้องการกำลังผลิตไฟฟ้าและการลงทุนโครงข่าย ส่วน Eaton, Schneider Electric, ABB และ Quanta Services ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการขยายระบบไฟฟ้าที่ต้องเกิดควบคู่กัน
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

