Café Invest
Markets

Macro Making Sense – 3 มี.ค. 2568

Macro Making Sense – 3 มี.ค. 2568

สรุปประเด็นเงินเฟ้อ Core PCE ปรับลดลงท่ามกลางการใช้จ่ายผู้บริโภคที่หดตัวแรง รมว. คลังสหรัฐเรียกร้องแคนาดาเก็บภาษีจีน ข้อตกลง Mar-a-Lago กับอนาคตค่าเงินดอลลาร์

  • เงินเฟ้อ Core PCE ปรับลดลงท่ามกลางการใช้จ่ายผู้บริโภคที่หดตัวแรง ดัชนีราคา Core PCE เพิ่มขึ้น 2.6% ต่อปี ต่ำที่สุดตั้งแต่ต้นปี 2021 และลดลงจากเดือนก่อนที่ 2.9% สะท้อนถึงแนวโน้มเงินเฟ้อที่กำลังค่อยๆ ชะลอตัว ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยลดลง 0.2% และเมื่อปรับด้วยเงินเฟ้อแล้ว (Real spending) ลดลงถึง 0.5% แรงสุดในรอบเกือบ 4 ปี เนื่องจากสภาพอากาศหนาวจัดและยอดขายรถยนต์ที่ลดลง ในขณะที่รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.9% และอัตราการออมเพิ่มขึ้นจาก 3.5% เป็น 4.6% บ่งชี้ว่าผู้บริโภคกำลังระมัดระวังการใช้จ่ายและเก็บออมมากขึ้น สอดคล้องกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคและยอดขายปลีกที่อ่อนแอ เรามองว่า ภาพนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อลดลงช้า (mild stagflation) โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงนโยบายภาษีนำเข้าของทรัมป์ที่อาจกระตุ้นเงินเฟ้อขึ้นอีก ส่งผลให้ Fed มีความท้าทายในการดำเนินนโยบาย โดยเราคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะคงที่ที่ 4.4% ในการประชุมเดือน มี.ค.และอาจพิจารณาลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มิ.ย.

  • รมว. คลังสหรัฐเรียกร้องแคนาดาเก็บภาษีจีน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ Scott Bessent เปิดเผยว่าเม็กซิโกได้เสนอที่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในอัตราเดียวกับสหรัฐฯ และเรียกร้องให้แคนาดาทำเช่นเดียวกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าจากประเทศของตน เราวิเคราะห์ว่า การเก็บภาษีจีน 10% ที่ได้เก็บไปแล้วตั้งแต่เดือน ก.พ. ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย 0.4% และ 0.2% ตามลำดับ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยลงจาก 2.7% เป็น 2.5% ในขณะที่เป็นไปได้สูงว่าสหรัฐจะมีการเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มเติม และภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้า นอกจากนั้นเป็นไปได้ที่ไทยอาจจะโดนเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) หากไม่รีบเจรจากับสหรัฐ ดังนั้นความเสี่ยงสงครามการค้าในระยะต่อไปจึงยังมีอยู่สูง
  • ข้อตกลง Mar-a-Lago กับอนาคตค่าเงินดอลลาร์และผลกระทบต่อตลาดโลก รัฐบาลทรัมป์กำลังพยายามผลักดันข้อตกลง Mar-a-Lago คล้ายกับ Plaza Accord ในปี 1985 โดยมีเป้าหมายให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน แต่ในขณะเดียวกันก็ใช้ภาษีศุลกากรบีบประเทศอื่นๆ ให้ลงทุนในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ขัดแย้งกันตามหลักเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากการเก็บภาษีนำเข้ามักทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะแปลงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถือโดยรัฐบาลต่างประเทศและเรียกเก็บ "ค่าธรรมเนียมผู้ใช้" จากผู้ถือพันธบัตร ซึ่งมีข้อจำกัดในทางปฏิบัติและอาจเร่งให้ประเทศต่างๆ ลดการถือครองดอลลาร์เป็นเงินสำรอง ซึ่งจากการวิเคราะห์สถานการณ์ (Scenario analysis) มี 3 สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ 1) Mar-a-Lago Accord ประสบความสำเร็จบางส่วน (35%) ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า 5-8% 2) สงครามการค้าขยายตัว (45%) ทำให้ดอลลาร์แข็งค่า 10-15% และ 3) การแทรกแซงตลาดสกุลเงินโดยตรง (20%) ซึ่งจะทำให้เกิดความผันผวนสูงและอาจกระทบสถานะสกุลเงินสำรองของดอลลาร์ในระยะยาว
  • โดยสรุป เรามองว่า "ข้อตกลง Mar-a-Lago" พร้อมกับนโยบายภาษีศุลกากรที่แข็งกร้าวนำเสนอเป้าหมายที่ขัดแย้งกัน โดยสถานการณ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ Mar-a-Lago ไม่เกิดขึ้นจริง หรือเจรจาไม่สำเร็จ ทำให้การขึ้นภาษีศุลกากรยังมีต่อเนื่อง และการเจรจาทวิภาคีเข้มข้นที่อาจทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม เรามองว่า นักลงทุนควรเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ ทั้งกรณีที่ข้อตกลงสำเร็จบางส่วน (ซึ่งจะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง) รวมถึงการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง ที่จะทำให้ค่าเงินต่าง ๆ ผันผวนมาก