สรุปประเด็นวิเคราะห์ผลกระทบเศรษฐกิจจากการเลือกตั้งสหรัฐ อิสราเอลโจมตีตอบโต้อิหร่าน ทองคำพุ่งทำสถิติใหม่
Markets
Macro Making Sense – 28 ต.ค. 2567

- วิเคราะห์ผลกระทบเศรษฐกิจจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ปัจจุบัน ผลโพลล่าสุดจาก realclearpolitics.com ให้คะแนนทรัมป์เท่ากับแฮรริสที่ประมาณ 48-49% แต่ทรัมป์ชนะใน 7 Key swing states ในขณะที่มุมมองเรา คาดว่าโอกาสที่ทรัมป์จะชนะและได้สภาเป็น Republican ทั้งหมด (หรือสถานการณ์ Red wave) มีประมาณ 40% ขณะที่สถานการณ์รองลงมา ได้แก่แฮร์ริสชนะแต่เป็น Divided government ซึ่งหากเป็นสถานการณ์แรก จะทำให้มีความเสี่ยงสุดทั้งทางด้านเศรษฐกิจ (จากสงครามการค้า) แต่ความมั่นคงระหว่างประเทศยังไม่แน่นอน
- ในกรณีดังกล่าว (Red wave) ทาง IMF ได้ทำ Scenario Analysis บนสมมุติฐานการกีดกันทางเศรษฐกิจโลก โดยมีสมมุติฐานความรุนแรง 4 ประการ ซึ่งโดยสรุป IMF คาดว่า การกีดกันทางเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้น จะทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอลง (-0.1)-(-0.8)% (p.p.) ในปี 2025 และรุนแรงขึ้นเป็น (-0.2)-(-1.2)% (p.p.) ในปี 2026 ก่อนจะลดลง
- เราได้นำสมมุติฐาน IMF มาทำ Scenario Analysis กับเศรษฐกิจไทย จะพบว่า หากใช้สมมุติฐาน IMF ขั้นรุนแรงสุด จะทำให้ GDP ไทย ขยายตัวเหลือ 2.5% และเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเป็น 1.6% ในปี 2025 และสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลงในปี 2026 ยกเว้นเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายการค้าและเศรษฐกิจทั่วโลก
- อิสราเอลโจมตีตอบโต้อิหร่าน อิสราเอลได้ส่งเครื่องบินรบโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านช่วงเช้าตรู่วันเสาร์ที่ 26 ต.ค. ตอบโต้ที่อิหร่านยิงขีปนาวุธ 180 ลูกเข้าใส่อิสราเอลเมื่อต้นเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม ทางอิสราเอลควบคุมไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย โดยจำกัดการโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ไม่ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์หรือน้ำมัน
- เรามองว่า การตอบโต้ของอิสราเอลครั้งนี้ อยู่ในสถานการณ์ Shadow war-Proxy War แต่มีความเสี่ยงมากขึ้น โดยการตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินรบโจมตีเป้าหมายทางทหาร แทนที่จะเป็นการยิงขีปนาวุธวิสัยไกล เป็นสัญลักษณ์ว่าพร้อมจะรบแบบเต็มรูปแบบมากขึ้น แต่การหลีกเลี่ยงไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์หรือน้ำมัน บ่งชี้ว่ายังมีช่องทางให้อิหร่านได้ลง และยังคงเก็บสถานการณ์ไว้เป็น Shadow war ต่อไป ทั้งนี้ เรามองว่า ผลของการโจมตีครั้งนี้ มีผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเช่นกัน โดยอาจเป็นผลบวกต่ออดีต ปธน. ทรัมป์ ที่หลายฝ่ายมองว่าเข้มแข็งในเชิงกลาโหม
- ทองคำพุ่งทำสถิติใหม่ สะท้อนความกังวลเศรษฐกิจ-การเมืองโลก ราคาทองคำพุ่งทะยานขึ้น 38% ในปีที่ผ่านมา แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 2,700 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ สะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองโลกที่เพิ่มสูงขึ้น โดยความนิยมในการซื้อทองคำเพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลาย
- เราวิเคราะห์ว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ต้องการความกลัวเป็นแรงขับเคลื่อน ในขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน มีนักลงทุนที่หวาดกลัวจำนวนมาก เนื่องจาก: (1) ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ (2) ความผันผวนในตลาดการเงิน (3) ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ (4) การที่ชาติตะวันตกใช้ดอลลาร์เป็นเครื่องมือในการทำสงครามเศรษฐกิจ ทำให้ความน่าเชื่อถือของดอลลาร์ลดลง (ขณะที่เงินสกุลอื่นยังไม่สามารถทดแทนดอลลาร์ได้) ทำให้เรามองว่า ยังเป็นไปได้ที่ราคาทองคำจะยังสูงขึ้นต่อเนื่อง

