Markets
Macro Making Sense – 7 ต.ค. 2567

สรุปประเด็นการจ้างงานสหรัฐสูงกว่าคาด วิเคราะห์สถานการณ์อิสราเอล-อิหร่าน เศรษฐกิจไทยชะลอลงในเดือน ส.ค.
- การจ้างงานสหรัฐสูงกว่าคาดท่ามกลางเงินเฟ้อชะลอ บ่งชี้ Goldilocks การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 2.54 แสนตำแหน่งในเดือนที่แล้ว สูงกว่าตลาดคาดที่ 1.40 แสนตำแหน่ง และมีการ Revise 2 เดือนก่อนขึ้น 7.2 หมื่นตำแหน่ง อัตราว่างงานลดลงเป็น 4.1% ต่ำกว่าคาด การเพิ่มขึ้นของค่าจ้างรายชั่วโมงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (4.0% ต่อปี จาก 3.9% ต่อปีในเดือนก่อน)
- ในมุมมองของเรา เศรษฐกิจสหรัฐน่าจะกำลังเข้าสู่สถานการณ์ soft landing และน่าจะปิดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.5% ในการประชุมครั้งต่อไปในเดือน พ.ย. แต่ยังคงเป็นไปตามแผนที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%
- วิเคราะห์สถานการณ์ความรุนแรงระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน เรามองว่า ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นหลังจาก อิหร่านยิงขีปนาวุธประมาณ 200 ลูกใส่อิสราเอล หลังจากที่ฮัสซัน นัสรัลลอฮ์ (Hassan Nasrallah) ผู้นำเฮซบอลลาห์ ถูกสังหารโดยอิสราเอลในการโจมตีทางอากาศที่เบรุต ขณะที่กองทัพอิสราเอลได้เริ่มการบุกทางภาคพื้นดินเข้าสู่เลบานอน เพื่อทำลายโครงสร้างทางการทหารของเฮซบอลลาห์ ซึ่งเรามองว่า แม้ความเสี่ยงในระยะสั้นจะดูรุนแรงขึ้น แต่ในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น มีผู้นำของกลุ่มต่อต้านอิสราเอลถึง 3 ท่าน ทำให้แกนนำกลุ่มต่อต้านอิสราเอลอ่อนกำลังลง ทั้งนี้ เรามองว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางน่าจะไม่เพิ่มความรุนแรงขึ้นมากกว่าปัจจุบันมากนัก อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาว่าการตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธจะรุนแรงจนกระทบโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่
- ในส่วนของราคาน้ำมัน เรามองว่า ความรุนแรงล่าสุดทำให้เกิด War premium ประมาณ 5-7 ดอลลาร์ ขณะที่ในปัจจุบัน ปริมาณการผลิตในกลุ่มโอเปกทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 26.5 ล้านบาร์เรลต่อวันตั้งแต่ต้นปี โดยผู้ที่คงกำลังการผลิตเป็นหลักได้แก่ ซาอุดิอาราเบีย ยังคงกำลังการผลิตที่ 9 ล้านบาร์เรลต่อวันในปัจจุบัน ขณะที่ผู้ผลิตอื่น เช่น อิหร่าน UAE และอิรัก เพิ่มกำลังการผลิตเล็กน้อย ทำให้เราคาดว่า หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น อาจทำให้ซาอุฯ เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและเพิ่มรายได้เข้าประเทศ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าว ไม่น่าจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- เศรษฐกิจไทยชะลอลงในเดือน ส.ค. GDPnow ลดลงสู่ระดับ 2.5% เศรษฐกิจไทยในเดือน ส.ค. 67 ชะลอตัวลงจากเดือนก่อน โดยมีปัจจัยลบจาก (1) การท่องเที่ยวที่ชะลอลง (2) การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่หดตัว (3) การลงทุนภาคเอกชนที่ลดลง จากการลงทุนเครื่องจักร และยอดขายรถกระบะเป็นหลัก ขณะที่ (4) การส่งออก ที่ฟื้นตัว (5) การบริโภคภาคเอกชนทรงตัว (6) การเบิกจ่ายภาครัฐขยายตัวเล็กน้อย (7) ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเล็กน้อย (8) เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาก ในภาพรวม INVX Thailand GDP-Now ปรับลดจาก 3.8% สู่ 2.5%
- ด้านรมว.คลัง ถกเข้ม “ผู้ว่าการแบงก์ชาติ” ชี้ประเด็นหารือโจทย์ใหญ่เร่งลดหนี้ครัวเรือน เดินหน้าแก้หนี้ค้างชำระ - หนี้เสีย 7-8 แสนบัญชี ชี้ลดดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือช่วยลดภาระหนี้ประชาชน - หนุนต้นทุนทางการเงินในระบบลด เตรียมถกใหม่ ใน ต.ค.หลังคาดเงินเฟ้อทั้งปีหลุดเป้า
- เรามองว่า มีโอกาสที่ ธปท. จะลดเงินนำส่ง FIDF ให้กับภาคธนาคารจาก 0.46% สู่ 0.23% เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์สามารถปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น ขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายนั้น ต้องติดตามท่าทีของ ธปท. ในช่วงใกล้ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ความเสี่ยงในประเทศ (น้ำท่วม) และต่างประเทศ (ภูมิรัฐศาสตร์) มากขึ้น สินเชื่อที่หดตัว และเงินบาทที่มีทิศทางแข็งค่ามากในช่วงที่ผ่านมา

