สรุปประเด็นเศรษฐกิจสหรัฐฯ กับความเสี่ยงของภาวะถดถอยจากนโยบายทรัมป์
Markets
Macro Making Sense – 13 มี.ค. 2568

- ในช่วงที่ผ่านมา มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Fox News เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเขาไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ของภาวะถดถอย แม้ว่าในเวลาต่อมาเขาจะกลับมากล่าวว่าไม่เห็นโอกาสที่เศรษฐกิจจะถดถอยก็ตาม ประกอบกับบทวิเคราะห์ของ Financial Times ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังมุ่งสู่ภาวะถดถอยในปี 2025
- เรามองว่า เศรษฐกิจสหรัฐในปัจจุบันกำลังส่งสัญญาณเข้าสู่ภาวะ Mild Stagflation โดยมีการจ้างงานที่ชะลอตัว (เพิ่มขึ้นเพียง 151,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2025) อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 4.1% การใช้จ่ายผู้บริโภคอ่อนแอลง และเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการของทรัมป์ อันได้แก่ การประกาศขึ้นภาษีศุลกากรและการเลิกจ้างภาครัฐ
- อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์ แม้ทรัมป์จะดำเนินนโยบายภาษีนำเข้าอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจสหรัฐยังไม่น่าเข้าสู่ภาวะถดถอย เนื่องจากหากใช้การประมาณการความอ่อนไหวของเศรษฐกิจ (Sensitivity Analysis) ของ Goldman Sachs มาปรับกับการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของ INVX พบว่า หากนำผลกระทบของนโยบายภาษีทั้งหมดที่ทรัมป์อาจดำเนินการ (ทั้งภาษีจีน เหล็กและอลูมิเนียม สหภาพยุโรป และภาษีทั่วไป) จะส่งผลกระทบต่อ GDP สหรัฐรวมประมาณ -1.1% ซึ่งยังไม่ถึง -1.9% ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐที่ในปัจจุบันเราคาดว่าจะขยายตัวที่ 1.9% ในปีนี้ ไม่ตกต่ำจนเข้าสู่ภาวะถดถอย
- นอกจากนั้น หากพิจารณาจากดัชนี Conference Board LEI ที่เป็นตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจล่วงหน้า 6-12 เดือน จะพบว่าแม้จะอยู่ในแดนลบ แต่ก็ปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงปี 2023 ที่หดตัวรุนแรงกว่า บ่งชี้ว่าในภาพปัจจุบัน ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยมีน้อยกว่าช่วง 2023 ด้วยซ้ำ
- อย่างไรก็ตาม ความกังวลหลักอยู่ที่ความเสี่ยงด้านการเงินที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ปีและมีระดับ Valuation ที่ค่อนข้างสูง การที่มูลค่าของบริษัทขนาดใหญ่ 10 แห่งมีสัดส่วนสูงในตลาดเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกิดความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของนโยบาย ซึ่งสะท้อนได้จากการที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงประมาณ 10% จากจุดสูงสุดหลังจากการประกาศนโยบายและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการค้า
- ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือความชัดเจนและความแน่นอนในการดำเนินนโยบายของทรัมป์ การตอบโต้จากประเทศคู่ค้า และแผนการแก้ไขการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งหากทรัมป์สามารถสร้างความชัดเจนและลดความรุนแรงของมาตรการภาษีลงได้ ความเสี่ยงของภาวะถดถอยจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

