INVX Macro Making Sense - 23 ม.ค. 2566

บทสรุป
ตลาดการเงินปรับตัวลดลงแม้จะดีขึ้นบ้างเมื่อวันศุกร์จากเงินเฟ้อที่ชะลอ แต่ Fed ยังส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัว ด้านราคาโภคภัณฑ์ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังจีนเปิดประเทศทำให้ตลาดคาดว่าความต้องการโภคภัณฑ์ทั่วโลกจะปรับเพิ่มขึ้น
ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐลดลงในปีที่แล้วเนื่องจากดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้น โดยยอดขายบ้านมือสองลดลง 17.8% ในปี 2565 จากปีก่อนหน้า เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ยอดขายลดลง 1.5% ในเดือน ธ.ค. ลดลงเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกัน สู่ 4.02 ล้านหลัง ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2010 โดยยอดขายในเดือน ธ.ค. ลดลง 34% จากปีก่อนหน้า เรามองว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านลดลงในช่วง 1 เดือน ที่ผ่านมา เราจึงมองว่ายอดขายบ้านน่าจะเริ่มชะลอการหดตัวลงในช่วงต่อไป อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่า ด้วยดอกเบี้ยปัจจุบันที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้ขายบ้านบางส่วนจะยังคงลังเลที่จะ Refinance อัตราดอกเบี้ยจำนองที่ต่ำในปัจจุบันเพื่อแลกกับอัตราที่สูงกว่า ทำให้อุปทานของบ้านมือสองจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้หนุ่มสาวที่จะหาที่อยู่อาศัยใหม่หายากมากขึ้น ภาพเช่นนี้ สอดคล้องกับเศรษฐกิจภาคส่วนอื่นที่ชะลอลงเช่นกัน เช่น การค้าปลีกลดลง การจ้างงานที่ชะลอและค่าจ้างที่ผ่อนคลายลง รวมถึงการส่งออกที่หดตัว จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงในระยะต่อไป
การศึกษาของ Fed Chicago กล่าวว่าสหรัฐอาจสามารถ Soft Landing ได้ โดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังการเปิดประเทศทำให้อัตราเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบต่อการว่างงานน้อยลง ทำให้ความหวังที่เศรษฐกิจจะชะลอโดยไม่เกิดวิกฤต (Soft Landing) ในสหรัฐ เป็นไปได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าภาพดังกล่าวยังเป็นชั่วคราว เนื่องจากผลของการเปิดเศรษฐกิจทำให้มีการปรับโครงสร้างของตลาดแรงงานใหม่ หลังจากที่แรงงานบางส่วนออกจากระบบเศรษฐกิจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไป เราเชื่อว่าความชันของ Phillips curve จะกลับมาลดลงอีกครั้งหลังตลาดแรงงานเข้าสู่จุดสมดุลใหม่ โดยเศรษฐกิจที่ชะลอลงจะทำให้ความต้องการแรงงานลดลง ทำให้อัตราว่างงานเพิ่มมากขึ้นพร้อม ๆ กับเงินเฟ้อที่ชะลอลง เราจึงยังคงเชื่อว่าอัตราว่างงาน ณ สิ้นปี 2023 อาจอยู่ที่ระดับประมาณ 6% เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่อยู่ที่ 3.5%
การสวนทางของกระแสโลกาภิวัตน์ของจีน (China’s re-globalization) โดยการยกเลิกนโยบาย Zero Covid ของจีนอย่างกระทันหัน ทำให้ผู้คนเดินทางสะดวกขึ้น ขณะที่ภาคส่วนอื่น ๆ ของเศรษฐกิจคาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นเช่นเดียวกัน โดยคาดว่าการใช้จ่ายด้านการค้าปลีกจะฟื้นตัวขึ้นรุนแรง แนวโน้มยอดขายบ้านน่าจะดีขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม จุดเสี่ยงของเศรษฐกิจจีนในระยะต่อไปได้แก่การส่งออก ซึ่งมีแนวโน้มที่จะแย่ลงตามเศรษฐกิจโลก เรามองว่า การส่งออกจีนในปี 2023 อาจไม่ขยายตัวจากที่ขยายตัวประมาณ 7% ในปี 2022 อันเป็นผลจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและเสี่ยงถดถอย อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะถูกขับเคลื่อนด้วยการบริโภคภายในประเทศ โดยเราคาดว่ายอดค้าปลีกอาจขยายตัวในระดับ 7% ขณะที่การลงทุนอาจขยายตัวประมาณ 5% ทำให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวประมาณ 5% ในปี 2023 แต่มีโอกาสที่จะขยายตัวได้ 6-6.5% หากการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศดีเกินคาด
