Lam Research รายงานผลประกอบการทำสถิติสูงสุดและยืนยันแนวโน้มการลงทุนเครื่องจักรผลิตชิปปี 2027 เติบโตอย่างน้อย 29% จากความต้องการ AI, DRAM, NAND และ Advanced Packaging แต่คาดการณ์ไตรมาสถัดไปที่ใกล้เคียงตลาดคาดและข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทานกดดันราคาหุ้นระยะสั้น โดยเรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อ LRCX และกลุ่มเครื่องจักรผลิตชิปจากวัฏจักรลงทุนระยะยาว แต่เน้นทยอยสะสมเมื่อราคาปรับฐาน
Lam Research งบทำสถิติสูงสุด แต่แนวโน้มระยะสั้นกดดันหุ้น แม้ AI หนุนการลงทุนชิปปี 2027

Lam Research งบทำสถิติสูงสุด แต่แนวโน้มระยะสั้นกดดันหุ้น แม้ AI หนุนการลงทุนชิปปี 2027
1. ผลประกอบการ 1QFY27 ดีกว่าคาด รายได้และอัตรากำไรทำสถิติสูงสุด
· Lam Research (LRCX US) ผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ รายงานรายได้ไตรมาส 1QFY27 (สิ้นสุด ก.ย. 2026) ที่ $8.22 พันล้าน เพิ่มขึ้น 54% YoY และ 22% QoQ สูงกว่าตลาดคาดที่ $8.13 พันล้าน ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วอยู่ที่ $2.20 สูงกว่าคาดเล็กน้อยที่ $2.19 โดยรายได้จากการจำหน่ายเครื่องจักรเพิ่มขึ้น 62% YoY สู่ $5.73 พันล้าน ส่วนรายได้บริการและสนับสนุนลูกค้าเพิ่มขึ้น 40% YoY สู่ $2.49 พันล้าน
· อัตรากำไรขั้นต้นปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้นเป็น 52.4% จาก 50.6% ในปีก่อน และ 52.0% ในไตรมาสก่อน สูงกว่าคาดที่ 52.1% ขณะที่อัตรากำไรดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 40.2% สูงกว่าคาดที่ 39.7% และเป็นครั้งแรกที่บริษัททำได้เกิน 40% สะท้อนประโยชน์จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น การบริหารต้นทุน และสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น โดยกระแสเงินสดอิสระทำสถิติสูงสุดที่ประมาณ $3.24 พันล้าน
2. คาดอุตสาหกรรมเครื่องจักรผลิตชิปเติบโตมากกว่า 29% ในปี 2027 จาก AI และหน่วยความจำ
· ผู้บริหารประเมินมูลค่าตลาดเครื่องจักรผลิตแผ่นเวเฟอร์ (WFE) ปี 2026 ที่ประมาณ $155 พันล้าน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า $200 พันล้านในปี 2027 หรือเติบโตอย่างน้อยประมาณ 29% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักเรียงตามอัตราการเติบโต ได้แก่ DRAM โรงงานผลิตชิปประมวลผลขั้นสูง และ NAND สอดคล้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีการผลิตที่ซับซ้อนมากขึ้น
· สำหรับ Lam Research การเติบโตได้รับแรงสนับสนุนจากการเปลี่ยนผ่าน NAND ไปสู่โครงสร้าง 256–384 ชั้น รวมถึงการพัฒนาหน่วยความจำ SLC สำหรับการประมวลผล AI ที่ต้องการความหน่วงต่ำ ซึ่งอาจเพิ่มความต้องการกำลังการผลิตเวเฟอร์ โดยบริษัทระบุว่าการเปลี่ยนสัดส่วนการผลิต NAND ไปสู่ SLC ทุก 1 จุด% อาจทำให้ต้องเพิ่มกำลังผลิตเวเฟอร์ประมาณ 2% ภายใต้สมมติฐานปริมาณข้อมูลคงเดิม ขณะที่การผลิต HBM และชิปขนาด 2 นาโนเมตรหรือต่ำกว่า จะเพิ่มความต้องการเครื่องจักรกัดเซาะและเคลือบวัสดุ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ Lam Research
3. ธุรกิจ DRAM–Foundry และ Advanced Packaging หนุนโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาด
· ธุรกิจหน่วยความจำคิดเป็น 46% ของรายได้เครื่องจักรในไตรมาสล่าสุด แบ่งเป็น NAND 26% และ DRAM 20% โดยรายได้ NAND เพิ่มขึ้นประมาณ 40% QoQ จากการปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิต ขณะที่ธุรกิจ Foundry คิดเป็น 46% ของรายได้เครื่องจักร ได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงและโรงงานในจีน ทั้งนี้ DRAM และ Foundry/Logic เป็นแหล่งสร้างการเติบโตประมาณ 80% ของรายได้เครื่องจักรที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปีปฏิทิน 2026
· นอกจากนี้ ธุรกิจบรรจุชิปขั้นสูง (Advanced Packaging) มีแนวโน้มเติบโตประมาณ 70% ในปี 2026 จากความต้องการ HBM และชิป AI โดย Lam Research ได้ขยายเทคโนโลยีสำหรับการเชื่อมต่อชิปหลายชั้นและการบรรจุชิปบนแผงขนาดใหญ่ พร้อมส่งมอบเครื่องจักรให้ลูกค้ามากกว่า 20 รายทั่วโลก ขณะที่ผลิตภัณฑ์ Ether สำหรับกระบวนการผลิตขั้นสูงคาดว่าจะสร้างรายได้สะสมประมาณ $2.5 พันล้านภายในสิ้นทศวรรษ เพิ่มขึ้น $1 พันล้านจากประมาณการเดิม สะท้อนโอกาสเติบโตจากผลิตภัณฑ์ใหม่และการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด
4. แนวโน้ม 2QFY27 ใกล้เคียงคาด กดดันหุ้นระยะสั้น แม้อุปสงค์ยังแข็งแกร่ง
· Lam Research คาดรายได้ไตรมาส 2QFY27 (สิ้นสุด ธ.ค. 2026) ที่ $8.2–9.0 พันล้าน หรือค่ากลาง $8.6 พันล้าน ใกล้เคียงตลาดคาด ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วคาดอยู่ที่ $2.18–2.48 หรือค่ากลาง $2.33 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยที่ $2.34 ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับลดลงประมาณ 6% หลังประกาศงบ เนื่องจากตลาดคาดหวังการปรับเพิ่มประมาณการที่มากกว่านี้ หลังหุ้นได้รับประโยชน์จากกระแสลงทุน AI มาแล้ว
· อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระบุว่ารายได้ไตรมาสถัดไปอาจสูงกว่าที่คาดการณ์ หากไม่มีข้อจำกัดด้านการจัดหาชิ้นส่วนและกำลังการผลิตของผู้ส่งมอบ โดยคาดว่าความต้องการเครื่องจักรยังแข็งแกร่งต่อเนื่องถึงปี 2028 แต่ต้องติดตามความเสี่ยงด้านการส่งมอบเครื่องจักร การก่อสร้างโรงงานใหม่ และการลงทุนในจีน ซึ่งคิดเป็น 35% ของรายได้ล่าสุด และคาดว่าสัดส่วนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสถัดไป นอกจากนี้ มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อรายได้จากจีนในระยะกลาง
5. มุมมอง InnovestX: บวกต่อเครื่องจักรผลิตชิป AI แต่เลือกลงทุนเมื่อราคาปรับฐาน
· เราประเมินเป็นบวกต่อกลุ่มเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เนื่องจากการลงทุน AI กำลังขยายจากการเพิ่มกำลังผลิตชิปประมวลผล ไปสู่ DRAM, NAND และ Advanced Packaging โดยแนวโน้ม WFE ปี 2027 ที่มากกว่า $200 พันล้าน สะท้อนการเข้าสู่วัฏจักรลงทุนรอบใหม่ อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตและห่วงโซ่อุปทานอาจทำให้การรับรู้รายได้ไม่สอดคล้องกับความต้องการในระยะสั้น
· เรายังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อ Lam Research (LRCX US) จากความได้เปรียบด้านเครื่องจักรกัดเซาะและเคลือบวัสดุสำหรับ DRAM, 3D NAND และ Advanced Packaging โดยคาดว่าบริษัทมีโอกาสเติบโตเร็วกว่าตลาด WFE ขณะที่ Applied Materials (AMAT US) ได้ประโยชน์จากการขยายโรงงานชิปขั้นสูงและเทคโนโลยี Gate-All-Around ส่วน KLA (KLAC US) ได้ประโยชน์จากความต้องการตรวจสอบคุณภาพชิปที่เพิ่มขึ้นตามความซับซ้อนของกระบวนการผลิต
· เรามองว่าการปรับฐานของ LRCX หลังประกาศงบเป็นโอกาสสะสมสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาวมากกว่าสัญญาณการชะลอตัวของอุตสาหกรรม เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อยังแข็งแกร่งและอัตรากำไรมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ควรรอจังหวะราคาที่เหมาะสม เนื่องจากความคาดหวังต่อการเติบโตปี 2027 อยู่ในระดับสูง และความเสี่ยงจากข้อจำกัดด้านอุปทานอาจทำให้การเติบโตของกำไรผันผวนในระยะสั้น
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

