Eli Lilly อยู่ระหว่างเจรจาซื้อ AtaiBeckley เพื่อเข้าถึง BPL-003 และขยายพอร์ตยาระบบประสาทนอกเหนือจากธุรกิจโรคอ้วนและเบาหวาน โดย InnovestX มองเป็นบวกเชิงกลยุทธ์ระยะยาว แต่ผลต่อกำไรระยะสั้นยังจำกัดและต้องติดตามราคาดีล ผลทดลองระยะท้าย การอนุมัติจาก FDA และความเสี่ยงที่ธุรกรรมอาจไม่สำเร็จ
LLY รุกตลาดยาจิตเวชผ่านดีล ATAI เสริมการเติบโตระยะยาว

LLY รุกตลาดยาจิตเวชผ่านดีล ATAI เสริมการเติบโตระยะยาว
1) ดีลสำคัญ
Eli Lilly (LLY) อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าซื้อ AtaiBeckley (ATAI) บริษัทชีวเวชภัณฑ์ที่มุ่งพัฒนายาสำหรับโรคทางจิตเวช โดยแหล่งข่าวระบุว่า LLY อาจประกาศข้อตกลงได้ภายในสัปดาห์นี้ หากการเจรจาเสร็จสมบูรณ์ ปัจจุบัน ATAI มีมูลค่าตลาดประมาณ $2 พันล้าน หลังราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวในช่วง 12 เดือน และปรับขึ้นอีกประมาณ 55% หลังมีรายงานความสนใจจาก LLY ทำให้ราคาซื้อกิจการมีแนวโน้มสูงกว่าราคาตลาดก่อนข่าว อย่างไรก็ตาม ดีลยังอยู่ในขั้นเจรจา มูลค่าและเงื่อนไขที่แน่นอนยังไม่เปิดเผย และยังมีความเป็นไปได้ที่การเจรจาจะล่าช้าหรือไม่บรรลุข้อตกลง
2) เป้าหมายของดีล
- เสริมพอร์ตยาด้านระบบประสาทและจิตเวช
LLY ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งในธุรกิจยาด้านระบบประสาท ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทมีประสบการณ์มายาวนานตั้งแต่ Prozac รวมถึงยารักษาอัลไซเมอร์และยาแก้ปวดที่ไม่ก่อให้เกิดการเสพติด การซื้อ ATAI จะช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์สำหรับโรคซึมเศร้าที่ดื้อต่อการรักษาและโรควิตกกังวลทางสังคม ซึ่งยังมีความต้องการทางการแพทย์ที่ไม่ได้รับการตอบสนองอยู่มาก - เข้าถึง BPL-003 ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักที่มีศักยภาพ
สินทรัพย์สำคัญของ ATAI คือ BPL-003 ยาพ่นจมูกออกฤทธิ์เร็วสำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่ดื้อต่อการรักษา ผลการทดลองระยะกลางพบว่าอาการของผู้ป่วยดีขึ้นภายใน 2 วันหลังรับยาเพียงครั้งเดียว และผลการรักษาอาจต่อเนื่องได้นานถึง 8 สัปดาห์ นอกจากนี้ ยาดังกล่าวยังได้รับสถานะ Breakthrough Therapy จาก FDA ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการตอบโจทย์โรคร้ายแรงที่ยังมีทางเลือกการรักษาจำกัด - เข้าสู่ตลาดยาประสาทหลอนก่อนที่การแข่งขันจะรุนแรงขึ้น
ตลาดยาประสาทหลอนกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากบริษัทยาขนาดใหญ่ หลังความสำเร็จของ Spravato ของ Johnson & Johnson และผลการทดลองเชิงบวกจากหลายบริษัท Bloomberg Intelligence ประเมินว่าตลาดดังกล่าวอาจมีมูลค่ายอดขายประมาณ $7 พันล้านภายในปี 2032 การซื้อ ATAI จึงช่วยให้ LLY เข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้นและมีโอกาสสร้างความได้เปรียบก่อนคู่แข่งรายอื่น
3) กลยุทธ์ของ LLY
- กระจายแหล่งรายได้นอกเหนือจากยาลดน้ำหนักและเบาหวาน
แม้ LLY จะมีการเติบโตสูงจากยารักษาโรคอ้วนและเบาหวาน แต่การเข้าซื้อ ATAI สะท้อนความพยายามสร้างเครื่องยนต์การเติบโตระยะยาวเพิ่มเติม เพื่อลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์หลักเพียงไม่กี่รายการ และลดความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา การหมดอายุสิทธิบัตร และการเปลี่ยนแปลงของตลาดในอนาคต - ใช้กลยุทธ์ซื้อสินทรัพย์ที่ผ่านการพิสูจน์เบื้องต้นแล้ว
แทนที่จะเริ่มพัฒนายาตั้งแต่ขั้นวิจัยระยะแรก LLY เลือกเข้าซื้อบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์อยู่ในขั้นทดลองระยะกลางและมีข้อมูลประสิทธิผลเบื้องต้นแล้ว กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนา เพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น และเปิดโอกาสให้ LLY ใช้ความเชี่ยวชาญด้านการทดลองทางคลินิก การขออนุมัติ และการทำตลาดในวงกว้าง - วาง BPL-003 ให้เข้ากับรูปแบบการรักษาที่ใช้งานจริงได้ง่าย
จุดเด่นของ BPL-003 คือระยะเวลาที่ผู้ป่วยเกิดอาการประสาทหลอนอยู่ที่ประมาณ 1–2 ชั่วโมง สั้นกว่ายาทดลองบางชนิดที่อาจต้องติดตามผู้ป่วยนานถึง 8 ชั่วโมง ทำให้มีโอกาสนำไปใช้ในคลินิกและโรงพยาบาลได้สะดวกกว่า ลดภาระด้านบุคลากรและพื้นที่รักษา และสามารถต่อยอดจากรูปแบบการให้บริการของ Spravato ที่ตลาดเริ่มคุ้นเคยแล้ว
4) ความเสี่ยง
ความเสี่ยง | รายละเอียด | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น |
|---|---|---|
ราคาซื้อกิจการสูง | ราคาหุ้น ATAI เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวในช่วง 12 เดือน และเพิ่มอีกประมาณ 55% หลังมีข่าว ทำให้ LLY อาจต้องเสนอราคาสูงกว่าราคาตลาดเดิมมาก | อาจทำให้ผลตอบแทนจากดีลต่ำกว่าคาด และสร้างแรงกดดันต่อหุ้น LLY หากตลาดมองว่าบริษัทจ่ายแพงเกินไป |
ความเสี่ยงจากการทดลองระยะท้าย | BPL-003 ยังอยู่ในขั้นพัฒนาทางคลินิก แม้ผลการทดลองระยะกลางจะเป็นบวก แต่ผลการทดลองในกลุ่มผู้ป่วยขนาดใหญ่อาจแตกต่างออกไป | หากประสิทธิผลหรือความปลอดภัยไม่เป็นไปตามเป้าหมาย มูลค่าของสินทรัพย์และโอกาสเชิงพาณิชย์จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ |
ความเสี่ยงด้านการอนุมัติ | สถานะ Breakthrough Therapy ช่วยเร่งกระบวนการพัฒนา แต่ไม่ได้รับประกันว่า FDA จะอนุมัติยา | กำหนดการเปิดตัวอาจล่าช้า หรือบริษัทอาจต้องทำการทดลองเพิ่มเติม ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น |
ข้อจำกัดในการใช้งานจริง | ยากลุ่มประสาทหลอนอาจต้องให้ภายใต้การดูแลของแพทย์และติดตามผู้ป่วยหลังรับยา | อาจจำกัดจำนวนสถานพยาบาลที่ให้บริการ เพิ่มต้นทุนการรักษา และชะลอการยอมรับจากผู้ป่วยและผู้จ่ายค่ารักษา |
การแข่งขันสูงขึ้น | คู่แข่ง เช่น J&J, Compass Pathways, GH Research และ AbbVie กำลังพัฒนายาสำหรับโรคซึมเศร้าในลักษณะใกล้เคียงกัน | BPL-003 อาจเผชิญการแข่งขันด้านประสิทธิผล ระยะเวลารักษา ราคา และความสะดวกในการใช้งาน |
การยอมรับจากตลาด | ยาประสาทหลอนยังมีข้อกังวลด้านภาพลักษณ์ ความปลอดภัย และการยอมรับจากแพทย์และผู้ป่วย | การเติบโตของยอดขายอาจช้ากว่าคาด แม้ยาจะได้รับอนุมัติแล้ว |
ความไม่แน่นอนของดีล | การเจรจายังไม่เสร็จสิ้นและยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก LLY | ราคาหุ้น ATAI อาจปรับตัวลงแรง หากดีลล่าช้า ถูกยกเลิก หรือราคาที่เสนอซื้อออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด |
5) แนวโน้ม
หากดีลเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นบวกต่อ LLY ในเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เนื่องจากช่วยเพิ่มสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตสูงในตลาดยาจิตเวช และสนับสนุนการกระจายรายได้ออกจากธุรกิจยารักษาโรคอ้วนและเบาหวาน BPL-003 มีจุดเด่นทั้งด้านความรวดเร็วในการออกฤทธิ์ ระยะเวลาการรักษาที่สั้น และผลการรักษาที่อาจคงอยู่ได้นาน จึงมีศักยภาพแข่งขันกับทางเลือกที่มีอยู่ในตลาด
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อรายได้และกำไรของ LLY ในช่วง 1–2 ปีข้างหน้ายังมีแนวโน้มจำกัด เพราะยาต้องผ่านการทดลองระยะท้ายและกระบวนการอนุมัติเพิ่มเติม ขณะที่ราคาหุ้น ATAI ระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับราคาที่ LLY เสนอ เงื่อนไขของธุรกรรม และความเป็นไปได้ที่ดีลจะปิดได้ตามแผน
6) มุมมอง InnovestX
InnovestX มองว่าดีลดังกล่าวเป็น บวกต่อ LLY ในเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เพราะช่วยเสริมพอร์ตยาระบบประสาทในช่วงที่บริษัทต้องการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ นอกเหนือจากยารักษาโรคอ้วนและเบาหวาน โดย BPL-003 มีจุดเด่นด้านการออกฤทธิ์เร็ว ระยะเวลาติดตามผู้ป่วยสั้น และได้รับสถานะ Breakthrough Therapy จาก FDA จึงมีโอกาสพัฒนาเป็นสินทรัพย์สำคัญ หากผลการทดลองระยะท้ายยังสนับสนุนประสิทธิผลและความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อประมาณการกำไรของ LLY ในระยะสั้นยังจำกัด เนื่องจาก BPL-003 ยังต้องใช้เวลาในการทดลอง การขออนุมัติ และการสร้างเครือข่ายสถานพยาบาล ขณะที่ราคาซื้อกิจการอาจสูงจากการที่หุ้น ATAI ปรับขึ้นมากก่อนปิดดีล จึงต้องติดตามมูลค่าธุรกรรม เงื่อนไขการจ่ายเงิน และความคืบหน้าของการทดลองเป็นหลัก
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน มองว่า LLY ยังเหมาะเป็นหุ้นหลักในกลุ่มยาขนาดใหญ่ จากฐานรายได้ของธุรกิจโรคอ้วนและเบาหวานที่แข็งแกร่ง ขณะที่ดีล ATAI เป็นทางเลือกเพิ่มเติมต่อการเติบโตระยะยาว มากกว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรในทันที ส่วน ATAI เหมาะกับการเก็งกำไรตามราคาดีลและความสำเร็จของการเข้าซื้อ แต่มีความเสี่ยงสูง หากการเจรจาล่าช้า ถูกยกเลิก หรือราคาเสนอซื้อออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

