KTC – 1Q67: credit cost เพิ่มขึ้นตามคาด – UNDERPERFORM (ราคาเป้าหมาย 40 บาท)
KTC – 1Q67: credit cost เพิ่มขึ้นตามคาด – UNDERPERFORM (ราคาเป้าหมาย 40 บาท)

ผลประกอบการ 1Q67 ของ KTC ออกมาตามคาด โดยสะท้อนถึง credit cost และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่สินเชื่อหดตัวลง เราปรับประมาณการกำไรปี 2567 ลดลง 4% หลักๆ เกิดจากการปรับประมาณการ credit cost เพิ่มขึ้น เราคาดว่ากำไรปี 2567 จะอยู่ในระดับทรงตัว เนื่องจาก NIM และ credit cost จะได้รับแรงกดดันจากมาตรการแก้หนี้เรื้อรังของธปท. และการปรับเพิ่มอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับบัตรเครดิต เรายังคงคำแนะนำ UNDERPERFORM สำหรับ KTC และปรับราคาเป้าหมายลดลงสู่ 40 บาท เนื่องจากกำไรมีแนวโน้มเติบโตเพียงเล็กน้อยและ valuation แพง 1Q67: กำไรตามคาด KTC รายงานกำไรสุทธิ 1Q67 จำนวน 1.8 พันลบ. (+2% QoQ, -4% YoY) เป็นไปตามที่ INVX และ consensus คาด รายการที่สำคัญ: คุณภาพสินทรัพย์: NPL ลดลง 14% QoQ โดยอัตราส่วน NPL ลดลง 19 bps QoQ credit cost เพิ่มขึ้น 66 bps QoQ (+111 bps YoY) สู่ 6.64% สูงกว่าคาด LLR coverage ลดลงจาก 400% ณ 4Q66 สู่ 354% เราปรับประมาณการ credit cost ปี 2566 เพิ่มขึ้นจาก 5.8% สู่ 6% การเติบโตของสินเชื่อ: -6% QoQ, +2% YoY NIM: NIM ใน 1Q67 ไม่สามารถเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าได้ เนื่องจากตั้งแต่ 1Q67 KTC ปรับดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินรวมเรียกเป็นดอกเบี้ย ในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ บรรทัด “รายได้ดอกเบี้ย” จึงแสดงผลรวมของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 18 bps QoQ Non-NII: ตัวเลข 1Q67 ไม่สามารถเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าได้ เนื่องจากตั้งแต่ 1Q67 KTC ปรับดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินรวมเรียกเป็นดอกเบี้ย ในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ บรรทัด “รายได้ดอกเบี้ย” จึงแสดงผลรวมของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้: -143 bps QoQ, +225 bps YoY opex ลดลง 2% QoQ (+19% YoY) ปรับประมาณการกำไรปี 2567 ลดลง เราปรับประมาณการกำไรปี 2567 ลดลง 4% เพื่อสะท้อนผลประกอบการ 1Q67 (หลักๆ เกิดจากการปรับประมาณการ credit cost เพิ่มขึ้น) โดยปัจจุบันคาดว่ากำไรปี 2567 จะอยู่ในระดับทรงตัว อันเป็นผลมาจากการเติบโตของสินเชื่อที่ 8% NIM ที่ลดลง 28 bps และ credit cost ที่เพิ่มขึ้น 52 bps คงคำแนะนำ UNDERPERFORM และปรับราคาเป้าหมายลดลงสู่ 40 บาท (อ้างอิง PBV ปี 2567 ที่ 2.6 เท่า) เนื่องจากกำไรมีแนวโน้มเติบโตเพียงเล็กน้อยและ valuation แพง ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: 1) ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากการปรับเพิ่มอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับบัตรเครดิตจาก 5% สู่ 8% ในปี 2567 และ 10% ในปี 2568 และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง 2) ความเสี่ยงด้าน NIM จากการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีก และ 3) มาตรการแก้หนี้ครัวเรือนของ ธปท. | |||
|---|---|---|---|
ท่านสามารถอ่านและดาวน์โหลดเอกสารได้จาก KTC240422_T
|
