KTC – 1Q66: ผลประกอบการเป็นไปตามคาด – UNDERPERFORM (ราคาเป้าหมาย 52 บาท)

ผลประกอบการ 1Q66ของ KTC ออกมาตามคาด โดยสะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ในระดับทรงตัวพร้อมกับ credit cost ที่ลดลง การหดตัว QoQ ของสินเชื่อ NIM ที่ลดลง และ non-NII ที่ลดลง เราคาดว่ากำไรจะเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงจาก 20% ในปี 2565 สู่ 9% ในปี 2566 เรามองว่า valuation ของ KTC ไม่น่าสนใจ ดังนั้นจึงคงเรทติ้งไว้ที่ UNDERPERFORM และคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 52 บาท
1Q66: ผลประกอบการเป็นไปตามคาด KTC รายงานกำไรสุทธิ 1Q66 จำนวน 1.87 พันลบ. (+10% QoQ, +7% YoY) เป็นไปตามที่เราคาดการณ์
รายการสำคัญ:
1) คุณภาพสินทรัพย์: อัตราส่วน NPL เพิ่มขึ้น 10 bps QoQ credit cost ลดลง 50 bps QoQ (+66 bps YoY) สู่ 5.33% LLR coverage ลดลงจาก 476% ณ 4Q65 สู่ 462%
2) การเติบโตของสินเชื่อ: -1% QoQ, +14% YoY สินเชื่อบัตรเครดิตหดตัวลง 3% QoQ (+17% YoY) สินเชื่อส่วนบุคคลอยู่ในระดับทรงตัว QoQ (+11% YoY) ยอดลูกหนี้ใหม่ของสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน มีจำนวน 334 ลบ. (เทียบกับเป้าหมายปี 2566 ที่ 9 พันลบ.) และยอดลูกหนี้ใหม่ของสินเชื่อรถขนาดใหญ่ที่ใช้ในอุตสาหกรรม (commercial loan) มีจำนวน 944 ลบ. (เทียบกับเป้าหมายปี 2566 ที่ 3 พันลบ.)
3) NIM: -40 bps QoQ โดยเกิดจากผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อที่ลดลง 39 bps QoQ และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 8 bps QoQ
4) Non-NII: -5% QoQ (+11% YoY) โดยเกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ลดลงตามฤดูกาล (-4% QoQ, +18% YoY)
5) อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้: -362 bps QoQ (เพราะปัจจัยฤดูกาล), -79 bps YoY สู่ 32.78%
แนวโน้มกำไร 2Q66 และปี 2566 กำไร 1Q66 คิดเป็นสัดส่วน 24% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา สำหรับ 2Q66 เราคาดว่ากำไรจะอยู่ในระดับที่ค่อนข้างทรงตัว YoY และ QoQ สำหรับปี 2566 KTC ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ 15% อัตราการเติบโตของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ 10% และคุณภาพสินทรัพย์ทรงตัว เป้าหมายอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ 15% ประกอบด้วยอัตราการเติบโตของสินเชื่อส่วนบุคคลที่ 7% ยอดลูกหนี้ใหม่ของสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน จำนวน 9 พันลบ. และยอดลูกหนี้ใหม่ของ commercial loan จาก KTBL จำนวน 3 พันลบ. เราคาดว่ากำไรจะเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงจาก 20% ในปี 2565 สู่ 9% ในปี 2566 โดยเกิดจากสินเชื่อที่เติบโต 15% NIM ที่ลดลง 38 bps และ credit cost ในระดับทรงตัว
คงเรทติ้ง UNDERPERFORM เรายังคงเรทติ้ง UNDERPERFORM สำหรับ KTC และคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 52 บาท (3.8 เท่าของประมาณการ BVPS ปี 2566) เพราะ valuation แพง
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: 1) ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากเงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว 2) ความเสี่ยงด้าน NIM จากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และ 3) ความเสี่ยงด้านกฎหมายจากการที่ ธปท.ตั้งเป้าให้สถาบันการเงินชะลอการปล่อยสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันเพื่อสกัดหนี้ครัวเรือน
PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม KTC230419_T
