Café Invest
Research

KTB – 3Q26: กำไรสุทธิต่ำกว่าคาดจากกำไร FVTPL

KTB – 3Q26: กำไรสุทธิต่ำกว่าคาดจากกำไร FVTPL

กำไรสุทธิ 3Q26 ของ KTB ออกมาต่ำกว่า INVX คาดจากกำไร FVTPL แต่ออกมาตามตลาดคาด โดยสะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพ พร้อมกับ credit cost ที่ลดลง การฟื้นตัวของอัตราการเติบโตของสินเชื่อ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ทรงตัว รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (non-NII) ที่ทรงตัว และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (opex) ที่เข้มงวดขึ้น เราปรับประมาณการกำไรปี 2026F ลดลง 4% จากการปรับสมมติฐานกำไร FVTPL แต่คงประมาณการ DPS ปี 2026F ไว้ที่ 2.77 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6.4% เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ KTB โดยคงราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ไว้ที่ 49 บาท หนุนด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันที่ดี การฟื้นตัวของอัตราการเติบโตของสินเชื่อ และความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่ต่ำที่สุดในกลุ่มธนาคาร

3Q26: กำไรสุทธิต่ำกว่าคาดจากกำไร FVTPL กำไรสุทธิ 3Q26 อยู่ที่ 1.26 หมื่นลบ. (+4% QoQ, -14% YoY) ต่ำกว่า INVX คาด 10% แต่ออกมาตามตลาดคาด สาเหตุหลักมาจากกำไร FVTPL ที่ต่ำกว่าคาด โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

1) คุณภาพสินทรัพย์: อัตราส่วน NPL ทรงตัว QoQ ขณะที่ credit cost ลดลง 11 bps QoQ (-26 bps YoY) มาอยู่ที่ 0.84% ดีกว่าคาด LLR coverage ค่อนข้างทรงตัวที่ 202%

2) อัตราการเติบโตของสินเชื่อ: แข็งแกร่งกว่าคาด, +1.5% QoQ, +9.9% YoY และ +5.1% YTD โดยได้รับแรงหนุนหลักจากสินเชื่อภาครัฐ (+2.7% QoQ, +19.3% YoY, +9.9% YTD) สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (+2.9% QoQ, +4.8% YoY, +4.8% YTD) และสินเชื่อที่อยู่อาศัย (+1.2% QoQ, +6.3% YoY, +4% YTD)

3) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM): +2 bps QoQ (-30 bps YoY) อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น 3 bps QoQ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเพียง 1 bps QoQ

4) รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (non-NII): +1% QoQ (-14% YoY) ต่ำกว่าคาด กำไร FVTPL เพิ่มขึ้น 16% QoQ แต่ต่ำกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ โดยก่อนหน้านี้เราคาดว่า KTB จะมีกำไรจำนวนมากจากการวัดมูลค่ายุติธรรม (mark to market) เงินลงทุนใน THAI ซึ่งจะช่วยหนุนกำไร FVTPL อย่างมีนัยสำคัญ รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้น 1% QoQ (+6% YoY)

5) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้: -120 bps QoQ (+172 bps YoY) มาอยู่ที่ 40.1% ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (opex) ลดลง 2% QoQ และ 11% YoY

ปรับประมาณการกำไรปี 2026F ลดลง เราปรับประมาณการกำไรปี 2026F ลดลง 5% หลักๆ เกิดจากการปรับสมมติฐานกำไร FVTPL ปัจจุบันเราคาดว่ากำไรปี 2026F จะเพิ่มขึ้น 3% ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ 5% NIM ที่ลดลง 37 bps credit cost ที่ลดลง 19 bps มาอยู่ที่ 0.95% รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (non-NI) ที่เพิ่มขึ้น 7% และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (opex) ที่เข้มงวดขึ้น สำหรับ 4Q26F เราคาดว่ากำไรจะทรงตัว QoQ แต่จะเพิ่มขึ้น YoY (จาก ECL ที่ลดลง)

คงประมาณการ DPS ปี 2026F เรายังคงประมาณการ DPS ปี 2026F ไว้ที่ 2.77 บาท (เทียบกับ 2.67 บาท ในปี 2025) อ้างอิงอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 77% คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ดีที่ 6.4%

คงคำแนะนำ OUTPERFORM และราคาเป้าหมายเดิม เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ KTB และคงราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ไว้ที่ 49 บาท โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ การฟื้นตัวของอัตราการเติบโตของสินเชื่อ และความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่ต่ำที่สุดในกลุ่มธนาคาร

ความเสี่ยงสำคัญ: 1) ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว 2) ความเสี่ยงด้าน NIM จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 3) การขยายสินเชื่อได้ช้าลงเพราะความต้องการสินเชื่อต่ำและการแข่งขันสูง 4) ความเสี่ยงด้าน ESG จากการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct) และ 5) ความปลอดภัยทางไซเบอร์