เราคาดกำไรปกติ 3Q26 อยู่ที่ 122 ลบ. (+52.6% YoY, +9.5% QoQ) แรงหนุนจากยอดขายของธุรกิจหลักที่ขยายตัวดีและรับรู้รายได้สาขาเปิดใหม่ ขณะที่มองบริษัทมีโอกาสปรับเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้รับอานิสงส์ Multi-brand ที่ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มมากขึ้น ส่วน 4Q26 คาดกำไรทำนิวไฮต่อเนื่อง จากเข้าสู่ High Season ทั้งนี้เรามีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรเพื่อสะท้อนยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีเกินคาด โดยปี 2026 คาดมีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 485 ลบ. เติบโตเด่น 33%YoY ทั้งนี้จากโมเมนตัมกำไรที่เป็นขาขึ้น และมีฐานะการเงินแกร่ง อีกทั้งเมื่อปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2027 ที่หุ้นละ 40 บาท (อิงวิธี DCF) ยังมี Upside 23% และคาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2026 หุ้นละ 1.93 บาท คิดเป็น Div. Yield สูงราวปีละ 5.9% จึงคงแนะนำ “OUTPERFORM”
KLINIQ – 3Q-4Q26 คาดเดินหน้าทำนิวไฮ หนุนปี 2026 เติบโตเด่น

3Q26 คาดกำไรทำนิวไฮ เราคาด KLINIQ จะมีกำไรสุทธิ 3Q26 อยู่ที่ 122 ลบ. เติบโตเด่น 52.6%YoY และ 9.5%QoQ แรงหนุนจากรายได้รวมที่คาดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 38%YoY และ 7.4%QoQ หลังยอดขายสาขาเดิมมีแนวโน้มเติบโตสูง 29%YoY และ 10%QoQ เพราะมีการเพิ่มบริการใหม่ๆ ที่หลากหลายขึ้นและทำการตลาดได้ตรงกับเป้าหมายมากขึ้น อีกทั้งยังรับรู้รายได้สาขาใหม่ที่มีเพิ่มขึ้นจาก 3Q25 อีก 15 แห่ง และจาก 2Q26 อีก 10 แห่ง (3Q26 เปิดใหม่ 9 แห่ง ภายใต้แบรนด์ The Klinique 1 แห่ง, L.A.B.X 4 แห่ง, L Clinic 4 แห่ง และ Acne Labs+ Clinic 1 แห่ง) อีกทั้งคาดจะรับรู้รายได้จากศูนย์ศัลยกรรมที่เพิ่มขึ้น 30%YoY ขณะที่แม้ SG&A/Sales คาดสูงขึ้นเป็น 38.6% จาก 37.6% ใน 3Q25 และ 38.4% ใน 2Q26 จากมีค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่และเร่งทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย แต่คาดถูกชดเชยด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นเป็น 51.3% จาก 49.4% ใน 3Q25 และจาก 51.2% ใน 2Q26 หลังมีการเพิ่มขึ้นในผลประหยัดต่อขนาดและจำนวนลูกค้าที่ใช้หัตถการซึ่งมีมาร์จิ้นสูง
Multi-brand หนุนยอดขายดีเกินคาด KLINIQ มีโอกาสปรับเป้ารายได้ปีนี้ขึ้นจาก 4.5 พันลบ. เนื่องจากยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจหลักขยายตัวดีกว่าคาดทั้งกลุ่ม Aesthetic and Wellness และกลุ่ม Surgery ภายใต้กลยุทธ์ Multi-brand ที่ทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มมากขึ้น อีกทั้งยังได้อานิสงส์กระแสความต้องการดูแลตัวเองที่มีมากขึ้นและการเพิ่มบริการใหม่ๆ นอกจากนี้ปีนี้มีแผนจะขยายสาขาเพิ่มเป็น 18 แห่ง จากต้นปีที่วางแผนไว้ 10 แห่ง (9M69 ขยายสาขา 12 แห่ง) ซึ่งจะทำให้สิ้นปีนี้คาดมีสาขารวมครบ 100 แห่ง เพิ่มจาก 72 แห่งในปีก่อน ขณะที่แผนสร้าง รพ. ศัลยกรรมตกแต่งคาดใช้เวลาก่อสร้างราว 12-18 เดือน และจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2028 ซึ่งมองจะเป็น Catalyst สำคัญที่ช่วยปรับ Product Mix ให้มีสัดส่วนรายได้จากศัลยกรรมที่ชัดเจนขึ้น และลดพึ่งพิงรายได้จากการขยายสาขาคลินิกเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะส่งผลดีต่อศักยภาพทำกำไรในระยะยาว
ปรับเพิ่มประมาณกำไร 4Q26 คาดกำไรจะเดินหน้าทำนิวไฮต่อเนื่อง โดยเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากเข้าสู่ High Season เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการปรับภาพลักษณ์ต้อนรับปีใหม่และบริษัทมักจัดทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย อีกทั้งจะรับรู้รายได้จากการเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลการดำเนินงานของศูนย์ศัลยกรรมคาดจะดีขึ้นตามลำดับ เมื่อบวกกับ กำไรสุทธิ 9M26F ที่คาดจะคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 92% ของประมาณการทั้งปีซึ่งสูงเกินไปหลังรายได้และอัตรากำไรขั้นทำได้ดีกว่าคาด เพื่อสะท้อนปัจจัยบวกดังกล่าว เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรตั้งแต่ปี 2026 จากเดิมราว 32% โดยภายใต้ประมาณการใหม่คาดปี 2026 KLINIQ จะมีกำไรสุทธิ 485 ลบ. เติบโต 33%YoY และจะเติบโตต่อ 14%YoY ในปี 2027 ด้วยแรงหนุนจากกระแสดูแลสุขภาพและภาพลักษณ์ที่มีมากขึ้นในทุกเพศทุกวัย การเพิ่มบริการใหม่ๆ และการมีแผนขยายสาขาต่อเนื่อง
คงแนะนำ OUTPERFORM เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2027 ที่หุ้นละ 40 บาท อิงวิธี DCF (อิง WACC 9.2% และการเติบโตระยะยาว 1%) ยังมี Upside 23% และคาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2026 หุ้นละ 1.93 บาท คิดเป็น Div. Yield สูงปีละ 5.9% เมื่อบวกกับ โมเมนตัมกำไรขาขึ้น และมีฐานะการเงินแกร่ง โดยมีหนี้สินที่มีดอกเบี้ยจ่ายต่อทุนต่ำ 0.35 เท่า (Net Cash 124 ลบ.), เงินสดในมือ 771 ลบ. และ CFO ปีละ 600 ลบ. ซึ่งเพียงพอรองรับแผนลงทุนและจ่ายปันผล จึงคงแนะนำ OUTPERFORM
ความเสี่ยงที่สำคัญ ภาวะการแข่งขันในธุรกิจมีสูง, พฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีการรักษาดูแลความงามเปลี่ยนแปลงเร็ว ส่วนความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ ความปลอดภัยและการรักษาข้อมูลการรักษาของผู้มาใช้บริการ (S) รวมทั้งมีผู้ถือหุ้นใหญ่ถือหุ้นของบริษัทเกิน 50% (G)

