กำไรสุทธิ 3Q67 ที่ 216 ล้านบาท ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยลดลง 58% YoY และ 66% QoQ เนื่องจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและยอดขายผลิตภัณฑ์ high-margin HDI
KCE - 3Q67: กำไรสุทธิต่ำกว่า INVX และตลาดคาด

KCE รายงานกำไรสุทธิ 3Q67 ที่ 216 ลบ. ตำกว่าที่ INVX และตลาดคาด โดยกำไรสุทธิลดลง 58% YoY และ 66% เพราะได้รับผลกระทบจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและยอดขายผลิตภัณฑ์ high-margin HDI ที่ลดลง ซึ่งทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 20.2% ใน 3Q67 (เทียบกับ 22.0% ใน 3Q66 และ 24.8% ใน 2Q67) เราคาดว่าผลประกอบการจะมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าลงและมีการติดตั้งเครื่องจักรใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ PCB เกรดพิเศษ (HDI) ที่มีมาร์จิ้นสูง เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2567 ลดลง 22% และปี 2568 ลดลง 19% เพื่อสะท้อนถึงผลประกอบการที่อ่อนแอกว่าคาด อย่างไรก็ตาม เรายังคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ KCE โดยปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 40 บาท อ้างอิง PE 25 เท่า หรือ -1SD ของ PE เฉลี่ย 5 ปี
ผลประกอบการอ่อนแอเพราะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า KCE รายงานกำไรสุทธิ 3Q67 ที่ 216 ลบ. ต่ำกว่าที่ INVX และตลาดที่คาดไว้ที่ ~500 ล้านบาท หลักๆ มาจากผลกระทบค่าเงินบาทที่แข็งค่าทำให้มีการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 170 ลบ. ใน 3Q67 หากตัดรายการพิเศษออกไป กำไรปกติ 3Q67 ยู่ที่ 386 ลบ. ลดลง 18% YoY และ 27.3% QoQ เนื่องจากผลกระทบค่าเงินบาทแข็งค่าทำให้ยอดขายในรูปสกุลเงินบาทลดลง 12.1% YoY และ 5.2% QoQ รวมถึงปริมาณขายผลิตภัณฑ์ PCB ลดลง 6.4% QoQ เพราะยอดขาย HDI PCB ลดลง 15.8% QoQ เนื่องจากทาง KCE มีการปรับเปลี่ยน line การผลิตนำเครื่องจักรใหม่ที่มีประสิทธิภาพมาทดแทนเครื่องจักรเก่า ซึ่งทางบริษัทคาดว่าจะเปลี่ยนเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงเหลือ 20.2% ใน 3Q67 จาก 24.8% ใน 2Q67 และ 22.0% ใน 3Q66 หลักๆ ยังเป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า และต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งจากสต๊อกที่มีต้นทุนสูงช่วงต้นไตรมาส รวมถึงราคาทองแดงที่เป็นวัตถุติบหลักก็ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 1.9% QoQ เช่นกัน
ยอดขายแยกตามภูมิภาค ยอดขายที่ส่งไปยุโรปลดลง 11.23% QoQ (ปริมาณขายลดลง 15.8% QoQ) และยอดขายส่งไปที่ประเทศจีนลดลง 17.6% QoQ (ปริมาณขายลดลง 19.2% QoQ) ส่วนยอดขายที่สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.9% QoQ (ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 1% QoQ) และยอดขายภายในประเทศเพิ่มขึ้น 38.2% QoQ (ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 33.4% QoQ) เราคาดว่าลูกค้าที่ประเทศจีนบางส่วน (ประมาณ 2 แสนตร.ฟุตใน 3Q67) ของ KCE ได้มีการย้ายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทย และทาง KCE ส่งของไปที่ประเทศไทยแทนการส่งออกไปประเทศจีน จากการลดแรงกระเพื่อมจากสหรัฐฯ ที่จะมีมาตรการกีดกันทางการค้ากับประเทศจีนมากขึ้น
แนวโน้ม 4Q67 เราคาดว่ากำไรปกติของ KCE จะปรับตัวดีขึ้น QoQ ใน 4Q67 หลังเงินบาทเริ่มมีทิศทางที่อ่อนค่าลงแล้วกว่า 3.9% QTD มาอยู่ที่ 34.9 บาท/US$ รวมถึงการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรทันสมัยที่คาดว่าจะเสร็จภายในสิ้นปี 2567 เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ high-margin HDI ที่มีคำสั่งซื้อล่วงหน้าอยู่ แต่ทาง KCE ผลิตไม่ทัน เราจึงคาดว่า 3Q67 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี
ปรับประมาณการปี 2567-2568 ลดลง เราปรับประมาณการกำไรปี 2567 ลดลง 22% และปี 2568 ลดลง 19% เพื่อสะท้อนรายได้และปริมาณการผลิตที่ลดลง และปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24% มาอยู่ที่ 22.6% ในปี 2567 และจาก 24.5% มาอยู่ที่ 23.5% ในปี 2568
Valuation และคำแนะนำ เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงมาแรงสะท้อนประเด็นลบไปมากแล้ว ขณะที่เรามอง sentiment เชิงบวกมากขึ้นต่อค่าเงินบาทอ่อนค่า และผลการดำเนินงานที่คาดว่าจะฟื้นตัว เราจึงคงตำแนะนำ OUTPERFORM โดยปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 40 บาท อ้างอิง PE 25 เท่า หรือ -1SD ของ PE เฉลี่ย 5 ปี
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงในกำลังซื้อ อุตสาหกรรมยานยนต์ที่อ่อนแอกว่าคาด ต้นทุนวัตถุดิบ (ทองแดงและอีพ็อกซีเรซิน) ที่สูงขึ้น และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ประเด็นด้าน ESG ที่สำคัญ ได้แก่ การจัดการแรงงาน และซัพพลายเออร์

