KBANK เปิดเผยเป้าหมายทางการเงินปี 2566 โดยเป้า NIM และ credit cost ค่อนข้างเป็นลบมากกว่าที่เราคาดการณ์ รวมถึงคุณภาพสินทรัพย์แย่กว่าคาด เรายังคงเรทติ้ง NEUTRAL สำหรับ KBANK โดยปรับราคาเป้าหมายลดลงจาก 173 บาท สู่ 163 บาท เพื่อสะท้อนการปรับประมาณการกำไรปี 2566 และปี 2567 ลดลงปีละ 12% ซึ่งหลักๆ เกิดจากการปรับประมาณการ credit cost และ NIM
บทวิเคราะห์รายบริษัท : KBANK

KBANK เปิดเผยเป้าหมายทางการเงินปี 2566 โดยเป้า NIM และ credit cost ค่อนข้างเป็นลบมากกว่าที่เราคาดการณ์ รวมถึงคุณภาพสินทรัพย์แย่กว่าคาด เรายังคงเรทติ้ง NEUTRAL สำหรับ KBANK โดยปรับราคาเป้าหมายลดลงจาก 173 บาท สู่ 163 บาท เพื่อสะท้อนการปรับประมาณการกำไรปี 2566 และปี 2567 ลดลงปีละ 12% ซึ่งหลักๆ เกิดจากการปรับประมาณการ credit cost และ NIM
ตั้งเป้า credit cost ลดลงเล็กน้อยในปี 2566 KBANK ตั้งเป้า credit cost ที่ 1.75-2% ในปี 2566 เทียบกับ 2.11% ในปี 2565 ซึ่งค่อนข้างเป็นลบมากกว่าตัวเลขที่เราคาดการณ์ไว้ที่ 1.8% ดังนั้นเราจึงปรับประมาณการ credit cost ปี 2566 เพิ่มขึ้นสู่ 2% เป้าหมายดังกล่าวครอบคลุมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การล้างหนี้ด้อยคุณภาพออกจากบัญชีงบดุลเชิงรุก (ขาย NPL ให้กับ JK AMC และตัดหนี้สูญ) และแผนเจาะตลาดสินเชื่อขนาดเล็ก (small ticket) และสินเชื่อดิจิทัล KBANK วางแผนเล้างหนี้ด้อยคุณภาพออกจากบัญชีงบดุลให้แล้วเสร็จในปีนี้ ช้ากว่าที่เราคาดการณ์ไว้ 1 ปี ธนาคารตั้งเป้าอัตราส่วน NPL ที่ <3.25% ภายในสิ้นปี 2566 เทียบกับ 3.2% (ตามการคำนวณของธนาคาร) ณ สิ้นปี 2565 NPL ไหลเข้าในปี 2565 20% เกิดจากสินเชื่อที่มีปัญหาอยู่แล้วก่อนเกิดสถานการณ์ COVID, 50% เกิดจากผลกระทบ COVID, 20% เกิดจากการปล่อยสินเชื่อขนาดเล็กรายใหม่ 20% และ 10% เกิดจากธุรกิจปกติ สัดส่วนสินเชื่อที่มีการปรับโครงสร้างหนี้แบบเบ็ดเสร็จเพิ่มขึ้นจาก 6.3% ณ 3Q65 สู่ 6.9% ณ 4Q65 LINE BK (บริษัทย่อยที่ KBANK ถือหุ้น 50%) มี credit cost สูงมากที่ 24% ในปี 2565 และคาดว่าจะลดลงสู่ 20% สินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ราว 20% อยู่ในภาคการส่งออก ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเผชิญแรงต้านจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 5-7% ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการของเราที่ 6% เทียบกับ 3% (6% ถ้าไม่รวม NPL ที่ตัดจำหน่ายออกไป) ในปี 2565 สำหรับปี 2566 KBANK ตั้งสินเชื่อบรรษัทธุรกิจเติบโต 4-6% สินเชื่อธุรกิจ SME เติบโต 1-2% และสินเชื่อลูกค้าบุคคลเติบโต 2-4% ธนาคารคาดว่าการเติบโตของสินเชื่อบรรษัทธุรกิจส่วนใหญ่จะเกิดจากธุรกิจโรงแรมและการบริการ ค้าปลีก และอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการขยายสินเชื่อในตลาดภูมิภาคไปสู่เวียดนาม อินโดนีเซีย และจีน
เป้า NIM แย่กว่าคาด KBANK ตั้งเป้า NIM ปี 2566 ที่ 3.3-3.45% เทียบกับ 3.34% ในปี 2565 ซึ่งแย่กว่าที่เราคาดการณ์ เป้าหมายดังกล่าวอิงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.75% ณ สิ้นปี 2566 (โดยอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยใน 2H66 เพื่อรับมือกับแรงต้านจากเศรษฐกิจโลก) แนวโน้มที่จะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เพิ่มขึ้น และการหันมาปล่อยสินเชื่อบรรษัทธุรกิจเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับชะลอการปล่อยสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกันที่ให้ผลตอบแทนสูง เราปรับประมาณการ NIM ปี 2566 ลดลง 5 bps โดยคาดว่า NIM จะขยายตัว 22 bps ซึ่งดีกว่าเป้าหมายของธนาคาร
รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิทรงตัว KBANK ตั้งเป้ารายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิในระดับทรงตัวในปี 2566 ธนาคารคาดว่าค่าธรรมเนียมรับจากการทำธุรกรรมจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่จะขยายธุรกิจ wealth management ในปี 2566 ด้วยรูปแบบการขายและบริการใหม่ๆ ธนาคารเชื่อว่ารายได้จากการรับประกันภัยสุทธิทำจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2565 และจะค่อยๆ ฟื้นตัวในปี 2566
อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ค่อนข้างทรงตัว KBANK ตั้งเป้าอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ทรงตัวอยู่ที่ low to mid 40% ในปี 2566 สอดคล้องกับประมาณการของเรา
คงเรทติ้ง NEUTRAL ด้วยราคาเป้าหมายที่ปรับลดลง เรายังคงเรทติ้ง NEUTRAL สำหรับ KBANK ด้วยราคาเป้าหมายที่ปรับลดลงจาก 173 บาท สู่ 163 บาท (0.72 เท่าของประมาณการ BVPS ปี 2566) เนื่องจากเราปรับประมาณการกำไรปี 2566 และปี 2567 ลงลงปีละ 12% ซึ่งหลักๆ เกิดจากการปรับประมาณการ credit cost และ NIM
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: 1) ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากเงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และ 2) ผลกระทบจาก Fintech
