Café Invest
Markets

INVX Macro Making Sense 15/07/2024 สรุปประเด็น Trumponomics 2 จีนเกินดุลการค้า การคาดการณ์ Third plenum

INVX Macro Making Sense 15/07/2024 สรุปประเด็น Trumponomics 2 จีนเกินดุลการค้า การคาดการณ์ Third plenum

Trumponomics2 อาจไม่เลวร้ายอย่างที่คนส่วนใหญ่คาดหวัง

•นิตยสาร The Economist ออกบทวิเคราะห์ถึงแนวนโยบายของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) โดยสรุปว่าแนวนโยบายโดยรวมอาจไม่ได้เลวร้าย อย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง ทั้งในแง่ว่าอาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ 100% อย่างที่หาเสียง ในขณะที่บางนโยบายอาจเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจก็อาจไม่ได้เกิดขึ้น 100% เช่นกัน โดยมีประเด็นน่าสนใจ 6 ประเด็น ได้แก่ (1) การยกเลิกกฎระเบียบ (Deregulation) (2) แนวนโยบายในด้านการลดภาษี (3) แนวนโยบายด้านกำแพงภาษีสินค้านำเข้า (4) ประเด็นเชิงห้วงเวลา (Timeline) โดยในปี 2025 (5) การแทรกแซงธนาคารกลาง และ (6) ได้แก่นโยบายการเนรเทศผู้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

•เราวิเคราะห์ว่า (1) มาตรการของทรัมป์จะสามารถทำได้หรือไม่ ขึ้นกับการที่พรรครีพับบริคกันได้ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนและวุฒิสภาหรือไม่ ซึ่งหากได้ทั้ง 2 สภา จะสามารถทำนโยบายตามที่หาเสียงได้มากขึ้น แต่หากไม่ได้ทั้ง 2 สภา ประเด็นที่ต้องจับตาที่สุดคือประเด็นด้านการคลัง (การเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะ (2) ประเด็นด้านการลดภาษีเงินได้เป็นการถาวร อาจสามารถทำได้หากทรัมป์แลกกับการที่ไม่ปรับลดทอนมาตรการสนับสนุนสวัสดิการรัฐของเดโมแครตมากนัก (3) มาตรการกำแพงภาษีสินค้านำเข้า เป็นไปได้ที่ทรัมป์อาจขึ้นเป็นภาษีของจีนเป็น 60% แต่การขึ้นภาษีสินค้าทั่วโลก 10% อาจทำได้ยาก หรือทำได้เป็นการชั่วคราว (4) ทรัมป์มีแรงจูงใจที่จะแทรกแซง Fed น้อยลง เนื่องจากในช่วงต่อไปเป็นช่วงดอกเบี้ยขาลง และ (5) เรามองว่าทรัมป์อาจเข้มงวดการอนุญาตผู้อพยพเข้าประเทศขึ้นได้บ้าง แต่การเนรเทศผู้อพยพออกไปเป็นจำนวนมากอาจทำได้ยาก ซึ่งทั้งหมดไม่น่าจะทำให้เงินเฟ้อสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

•ทั้งนี้ เรามองว่า 3 เสาหลักของ Trumponomics 2 ได้แก่ การลดกฎระเบียบ (Deregulation) แนวนโยบายด้านภาษีในประเทศ (ลดภาษีเป็นการถาวร) แนวนโยบายด้านจีนและโลก (หรือภาษีต่างประเทศ โดยจะเก็บภาษีจีน 60% โลก 10%)

จีนเกินดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์

•การส่งออกของจีนเดือน มิ.ย. ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง โดยอยู่ที่ 8.6% แต่นำเข้าปรับลดลงที่ -2.3% ทำให้เกินดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 9.9 หมื่นล้านดอลลาร์ เรามองว่า (1) การนำเข้าที่หดตัว บ่งชี้ถึงอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ และแสดงถึงความเสี่ยงเงินฝืดต่อเนื่อง (2) การส่งออกของจีนที่แข็งแกร่ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการกดค่าแรงเพื่อทำให้ต้นทุนสินค้าของจีนถูกกว่าประเทศอื่น ๆ ซึ่งจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจในประเทศอ่อนแอมากขึ้น และ (3) การเกินดุลการค้าจากความช่วยเหลือจากภาครัฐและการกดค่าแรง ทำให้ต่างชาติออกมาตรการด้านการค้าเพื่อตอบโต้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะสหรัฐเริ่มชะลอ รวมถึงความขัดแย้งทางการค้าที่รุนแรงขึ้น อาจเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการส่งออกจีนในช่วงครึ่งปีหลัง

การคาดการณ์แนวนโยบายเศรษฐกิจของจีนในการประชุม Third plenum

•การประชุมสุดยอด Third plenum ในช่วงสี่วัน (15-18 ก.ค.) เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน หลังวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นความเสี่ยง เรามองว่า มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลจะประกาศมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปภาคการคลังและให้อำนาจรัฐบาลท้องถิ่นในการหารายได้มากขึ้น การรวมตลาดแต่ละมณฑลเข้าด้วยกัน รวมถึงมาตรการที่จะเพิ่มกำลังแรงงาน เช่น การเพิ่มอายุเกษียณ จะให้ผลทางอ้อมกับเศรษฐกิจจีน ขณะที่มาตรการที่มีผลโดยตรง เช่น (1) การสนับสนุนกำลังซื้อประชาชน (2) การช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ (3) การปฏิรูปภาคการเงินนั้น ภาครัฐไม่น่าจะประกาศเพิ่มมาตรการช่วยเหลือมากขึ้น และ (4) การช่วยเหลือตลาดทุนนั้น ไม่น่าจะมีพัฒนาการเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ

ท่านสามารถอ่านและดาวน์โหลดเอกสารได้จาก Macro making sense 240715_T

INVX Macro Making Sense 15/07/2024 สรุปประเด็น Trumponomics 2 จีนเกินดุลการค้า การคาดการณ์ Third plenum | Café Invest