Café Invest
Markets

INVX Macro Making Sense – 8 พ.ค. 2566

INVX Macro Making Sense – 8 พ.ค. 2566

ตลาดแรงงานสหรัฐ, วิเคราะห์ Yield Curve และดอกเบี้ยนโยบาย, ผลกระทบของนโยบายพรรคต่อเศรษฐกิจ

  • ตลาดแรงงานเดือน เม.ย. ร้อนแรงเกินคาด แต่ Fed ยังน่าจะคงดอกเบี้ย การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 2.53 แสนตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 1.8 แสนตำแหน่ง แต่หากหักตัวเลขที่ปรับลดลง (revise down) ในเดือน ก.พ. ที่ 7.8 หมื่นตำแหน่ง และ มี.ค. ที่ 7.1 หมื่นตำแหน่ง (รวม 1.49 แสนตำแหน่ง) แล้ว จะเหลือจ้างงานเพิ่มเพียงแค่ 1.04 แสนตำแหน่งเท่านั้น นอกจากนั้น หากพิจารณาค่าเฉลี่ยราย 3 เดือนแล้ว การจ้างงานเพิ่มขึ้น 2.22 แสนตำแหน่ง ลดลงต่อเนื่องจากเดือน ส.ค. ปี 2021 ที่ 7.08 แสนตำแหน่ง เรามองว่าตัวเลขการจ้างงานและตัวเลขค่าจ้างที่ปรับตัวดีขึ้นในเดือนนี้มีผลหลักจากการปรับตัวเลขเดือนก่อน ๆ ลง (revise down) ทำให้จ้างงานครั้งนี้ดูดีกว่าความจริงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม หากตลาดแรงงานยังแข็งแกร่งในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า อาจบ่งชี้ว่าโอกาสที่Fed จะลดดอกเบี้ยในปีนี้ลดลง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขตลาดแรงงานเป็น lagging indicator ขณะที่ตัวเลข ISM, PMI หรือยอดค้าปลีกที่เริ่มลดลงในปัจจุบันเป็นตัวบ่งชี้เศรษฐกิจได้ดีกว่า ซึ่งเรามองว่าในระยะต่อไป ตัวเลขต่าง ๆ จะชะลอลงมากขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงต่าง ๆ ที่มากขึ้น โดยเฉพาะด้านการเงิน ทำให้เรายังคงมุมมองว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวและ Fed จะลดดอกเบี้ยลงในปีนี้
  • วิเคราะห์ความสัมพันธ์เส้นผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐและดอกเบี้ยนโยบาย ทุกครั้งที่ Inverted Yield curve (IYC) เข้าสู่จุดต่ำสุด และเริ่มกลับมาเป็นปกติ เราจะเริ่มเห็นการยุติการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย และตามมาด้วยภาวะเศรษฐกิจถดถอยและการลดดอกเบี้ยทั้งสิ้น ดังนั้น เราจึงทำการศึกษาความสัมพันธ์ของการ IYCแตะจุดต่ำสุดและเริ่มกลับมาเป็นปกติ กับการเริ่มลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรก โดยเราพบว่า (1) น่าจะเห็นการลดดอกเบี้ยภายในปีนี้ (2) การลดดอกเบี้ย อาจใช้เวลานานถึงปี 2024-2025 (3) ระดับการลด อาจรวมถึงประมาณ 200-300 bps และ (4) ณ ปี 2025 เราอาจเห็นดอกเบี้ยนโยบายและพันธบัตร 2 ปี อยู่ที่ 1.5-2.0% ขณะที่ดอกเบี้ยพันธบัตร 10 ปีอยู่ที่ 3.5-4.0% ทั้งนี้ แม้เราจะไม่ได้ใช้ความสัมพันธ์เส้นผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐและดอกเบี้ยนโยบายเป็นโมเดลหลักในการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ แต่เราเชื่อว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเส้นผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐและดอกเบี้ยนโยบาย น่าจะสามารถทำให้เราเห็นภาพแนวโน้มทิศทางนโยบายการเงินและผลตอบแทนสินทรัพย์ได้ดีระดับหนึ่ง โดยหากสถานการณ์เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ การลงทุนในพันธบัตรระยะสั้น-กลาง (เช่น 2-5 ปี) จะให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด
  • วิเคราะห์ผลกระทบของนโยบายพรรคการเมืองต่อเศรษฐกิจ เราทำการศึกษาถึงนโยบายพรรคการเมืองเพื่อผลต่อเศรษฐกิจและผลต่อต้นทุนทางการคลังที่เพิ่มขึ้น เราพบว่า (1) นโยบายส่วนใหญ่เป็นนโยบายเชิงประชานิยม ที่เน้นการกระตุ้นการบริโภค รวมถึงสวัสดิการสังคมเป็นหลัก (2) นโยบายของพรรคการเมืองส่วนใหญ่ จะกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ (ถ้าทำทันที) ได้ประมาณ 0.7% GDP (3) ในส่วนของภาระทางการคลัง นโยบายต่าง ๆ จะทำให้ภาระทางการคลังเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.7% GDP และ (4) หากเปรียบเทียบกับงานวิจัยของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่ศึกษาผลกระทบของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในช่วง 5 ปีข้างหน้าต่อเศรษฐกิจไทย พบว่าด้วยวงเงินที่ใกล้เคียงกับที่พรรคการเมืองหาเสียง เศรษฐกิจไทยจะได้ผลกระทบโดยตรงระยะสั้นจากโครงการต่าง ๆ เป็นจำนวน 1.2% GDP และจะได้ผลกระทบจากความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น (Productivity)เพิ่มขึ้นถึงกว่า 73% ใน 5 ปีข้างหน้า

PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม Macro making sense 230508_T

INVX Macro Making Sense – 8 พ.ค. 2566 | Café Invest