ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งที่ 3/2566 |
|---|
- คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.75% เป็น 2.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที โดยมองว่า
- เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง การส่งออกสินค้ามีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ด้านอัตราเงินเฟ้อยังมีความเสี่ยง แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลง แต่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังทรงตัวในระดับสูง
- การส่งออกทยอยฟื้นตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ และคาดว่าจะขยายตัวดีขึ้นในระยะต่อไป สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่แม้จะชะลอลงบ้างแต่ยังมีทิศทางขยายตัว
- เห็นควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเข้าสู่ระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ ในระยะยาวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยพร้อมที่จะปรับขนาดและเงื่อนเวลาของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไทยเปลี่ยนไปจากที่ประเมินไว้
- การขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นไปตามที่เราและตลาดได้มองไว้
- เนื้อหาในแถลงการส่วนใหญ่ไม่แตกต่างจากครั้งที่แล้ว บ่งชี้ว่า กนง. ยังไม่ปิดประตูการขึ้นดอกเบี้ยอีก แต่การปรับลดประมาณการเงินเฟ้อลง บ่งชี้ความจำเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยลดลง
- เรามองว่า ธปท. อาจให้ความสำคัญกับ (1) การชะลอตัวเศรษฐกิจโลก (โดยเฉพาะจีน) (2) ภาคการคลังที่จะตึงตัวขึ้นจากการบริหารราชการของรัฐบาลรักษาการและข้าราชการในกระทรวงต่าง ๆ ที่ชะลอโครงการเพื่อรอการอนุมัติจากรัฐบาล (3) ความเสี่ยงการเมืองโดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลที่อาจล่าช้า (4) ความเสี่ยงภัยแล้ง น้อยเกินไป
- อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวของ ดร. ปิติ ดิษยทัต เลขาฯ กนง. ส่งสัญญาณว่าภาพเศรษฐกิจและการเงินในอนาคตจะเริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้นทั้งในด้านขาลง (downside) และขาขึ้น (upside) ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อ และภาพนโยบายการเงินในระยะต่อไปจะอิงกับข้อมูลทางเศรษฐกิจที่จะเผยออกมาในอนาคตมากขึ้น (data dependent)
- ดังนั้น เรามองว่ากนง. จะพิจารณาความเสี่ยงมากขึ้นทั้งในด้านขาลงและขาขึ้น และเชื่อว่าโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปจะน้อยลง โดยการตัดสินใจจะอิงกับข้อมูล (data dependent) มากขึ้น ซึ่งเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงมากขึ้นตามมุมมองของเรา (โดยเรากำลังมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจลง) น่าจะเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายในรอบนี้
|
PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม Macr making sense 01062023