Infineon ปรับขึ้นราคาชิปรอบสองและเตือนความเสี่ยงขาดแคลน สะท้อนอุปสงค์ชิปกำลังจากศูนย์ข้อมูล AI ที่แข็งแกร่งควบคู่กับสัญญาณฟื้นตัวของยานยนต์และอุตสาหกรรม โดย InnovestX มองเป็นบวกต่อ IFX จากอำนาจกำหนดราคาที่ดีขึ้น การใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น และต้นทุนโรงงานว่างที่คาดว่าจะลดจาก €650mn เหลือ €150mn แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากการเร่งสั่งซื้อและการฟื้นตัวของอุปสงค์ปลายทางที่อาจไม่ต่อเนื่อง
Infineon ขึ้นราคาชิปรอบสอง สะท้อนตลาดชิปกำลังเริ่มตึงตัวและวัฏจักรอุตสาหกรรมฟื้น

Infineon ขึ้นราคาชิปรอบสอง สะท้อนตลาดชิปกำลังเริ่มตึงตัวและวัฏจักรอุตสาหกรรมฟื้น
1) Infineon ขึ้นราคาและเตือนความเสี่ยงขาดแคลน
Infineon ประกาศปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์บางประเภทเป็นครั้งที่สองในปี 2026 พร้อมเตือนว่าอาจกลับมาใช้ระบบจัดสรรสินค้าให้ลูกค้า หากอุปทานชิปบางกลุ่มตึงตัวมากขึ้น โดยฝ่ายบริหารระบุว่าตลาดเป้าหมายของบริษัทเริ่มเปลี่ยนทิศทาง หลังจากเผชิญการเติบโตต่ำกว่าปกติต่อเนื่องราว 2 ปี
ก่อนหน้านี้ ความต้องการแข็งแกร่งกระจุกตัวอยู่ในชิปกำลังสำหรับระบบจ่ายไฟของศูนย์ข้อมูล ซึ่ง Infineon ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการมาหลายเดือน ขณะที่ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากตลาดยานยนต์และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญของบริษัท โดยธุรกิจยานยนต์คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของรายได้รวม
อีกปัจจัยบวกสำคัญคือการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยลดต้นทุนจากโรงงานที่ยังไม่ได้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพ โดย Infineon คาดว่าต้นทุนกำลังการผลิตว่างจะลดลงจากประมาณ €650mn ในปีงบประมาณปัจจุบัน เหลือราว €150mn ในปีงบประมาณถัดไป ซึ่งมีโอกาสช่วยหนุนอัตรากำไรอย่างมีนัยสำคัญ
2) สาเหตุของการขึ้นราคาและภาวะอุปทานตึงตัว
การขึ้นราคาครั้งนี้เกิดจากแรงกดดันทั้งด้านต้นทุนและอุปสงค์ โดยต้นทุนจากผู้รับจ้างผลิตชิป วัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่งปรับสูงขึ้น ขณะที่ความต้องการชิปกำลังจากศูนย์ข้อมูล AI เติบโตเร็วกว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่
พร้อมกันนี้ คำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มยานยนต์และโรงงานอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัว ทำให้กำลังการผลิตส่วนเกินลดลง และโรงงานกลับมาเดินเครื่องในระดับสูงขึ้น ความต้องการที่เกิดขึ้นพร้อมกันจากศูนย์ข้อมูล ยานยนต์ และภาคอุตสาหกรรม จึงเพิ่มความเสี่ยงที่ชิปบางประเภทจะกลับมาขาดแคลน และทำให้ผู้ผลิตมีอำนาจกำหนดราคามากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดยานยนต์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่แข็งแกร่งเท่ากลุ่มศูนย์ข้อมูล AI จึงต้องติดตามว่าคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นเกิดจากความต้องการปลายทางจริง หรือเป็นการเร่งสั่งซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอุปทาน
3) วิธีรับมือของ Infineon และผู้ซื้อชิป
Infineon มีแนวโน้มใช้การปรับราคาแบบเลือกเฉพาะผลิตภัณฑ์ โดยเน้นกลุ่มที่อุปสงค์แข็งแกร่งและกำลังการผลิตจำกัด พร้อมบริหารคำสั่งซื้อผ่านระบบจัดสรรสินค้า หากอุปทานตึงตัวมากขึ้น เพื่อให้สามารถส่งมอบชิปแก่ลูกค้ารายสำคัญและลูกค้าที่มีสัญญาระยะยาวก่อน
ในด้านการผลิต บริษัทมีแนวโน้มเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพโรงงานเดิมและเร่งใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่ให้เต็มมากขึ้น ซึ่งช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยและลดภาระต้นทุนโรงงานว่าง โดยไม่จำเป็นต้องเร่งลงทุนโรงงานใหม่ทั้งหมดในระยะสั้น
ส่วนลูกค้ากลุ่มยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล และอุตสาหกรรม ควรลดความเสี่ยงด้วยการทำสัญญาจัดซื้อระยะยาว กระจายแหล่งจัดหา เพิ่มผู้ผลิตสำรอง และออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถใช้ชิปทดแทนจากหลายผู้ผลิต แทนการเร่งสะสมสินค้าจำนวนมาก ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสินค้าคงคลังในภายหลัง
4) ใครได้รับผลกระทบบ้าง
ผลกระทบโดยตรง
กลุ่ม | หุ้นที่เกี่ยวข้อง | ผลกระทบ |
|---|---|---|
ผู้ผลิตชิปกำลัง | Infineon (IFX GR), STMicroelectronics (STM US), onsemi (ON US), NXP Semiconductors (NXPI US), Monolithic Power Systems (MPWR US) | ได้ประโยชน์จากราคาขายที่สูงขึ้น การใช้กำลังการผลิตดีขึ้น และต้นทุนโรงงานว่างลดลง โดยบริษัทที่มีสัดส่วนรายได้จากศูนย์ข้อมูล AI และระบบจ่ายไฟสูงมีแนวโน้มได้ประโยชน์มากกว่า |
ผู้ผลิตวัสดุและเวเฟอร์ชิปกำลัง | Coherent (COHR US), Soitec (SOI FP), GlobalWafers (6488 TT), Wolfspeed (WOLF US) | ความต้องการวัสดุสำหรับชิปกำลังและซิลิคอนคาร์ไบด์มีโอกาสเพิ่มขึ้น แต่ผลบวกขึ้นอยู่กับฐานะการเงินและความสามารถในการใช้กำลังการผลิต โดย Wolfspeed ยังมีความเสี่ยงเฉพาะบริษัทสูง |
ผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน | Volkswagen (VOW3 GR), Mercedes-Benz (MBG GR), BMW (BMW GR), Tesla (TSLA US), Continental (CON GR), Aptiv (APTV US) | เสี่ยงต่อต้นทุนชิปที่สูงขึ้นและการส่งมอบล่าช้า หากผู้ผลิตกลับมาใช้ระบบจัดสรรสินค้า โดยผลกระทบขึ้นอยู่กับความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนและระดับสินค้าคงคลัง |
ผู้ผลิตระบบไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ | Siemens (SIE GR), Schneider Electric (SU FP), ABB (ABBN SW), Rockwell Automation (ROK US) | อาจเผชิญต้นทุนชิปควบคุมกำลัง อินเวอร์เตอร์ และระบบขับเคลื่อนที่สูงขึ้น แต่บริษัทที่มีอำนาจกำหนดราคาสูงสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้บางส่วน |
ผู้ผลิตอุปกรณ์จ่ายไฟศูนย์ข้อมูล | Vertiv (VRT US), Eaton (ETN US), Delta Electronics (2308 TT), AcBel Polytech (6282 TT) | ได้ประโยชน์จากความต้องการระบบจ่ายไฟและการจัดการพลังงานที่เพิ่มขึ้น แม้ต้นทุนชิปกำลังอาจสูงขึ้นในระยะสั้น |
ผลกระทบทางอ้อม
กลุ่ม | หุ้นที่เกี่ยวข้อง | ผลกระทบ |
|---|---|---|
ผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตชิป | Applied Materials (AMAT US), Lam Research (LRCX US), KLA (KLAC US), ASM International (ASM NA) | มีโอกาสรับคำสั่งซื้อเพิ่ม หากผู้ผลิตชิปกำลังตัดสินใจขยายกำลังการผลิต แต่ผลบวกจะเกิดช้ากว่าผู้ผลิตชิปโดยตรง |
ผู้ให้บริการคลาวด์และศูนย์ข้อมูล | Microsoft (MSFT US), Amazon (AMZN US), Alphabet (GOOGL US), Meta Platforms (META US), Oracle (ORCL US) | ต้นทุนระบบจ่ายไฟและโครงสร้างพื้นฐานอาจเพิ่มขึ้น แต่ผลกระทบต่อกำไรโดยรวมยังจำกัดเมื่อเทียบกับขนาดการลงทุน AI |
ผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ | Arrow Electronics (ARW US), Avnet (AVT US), WPG Holdings (3702 TT) | อาจได้ประโยชน์จากราคาสินค้าคงคลังและความต้องการสำรองชิปที่สูงขึ้น แต่มีความเสี่ยงจากการสะสมสินค้ามากเกินไป หากอุปสงค์ชะลอลงภายหลัง |
5) ความเสี่ยง
ความเสี่ยงสำคัญคือการฟื้นตัวของอุปสงค์อาจไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะตลาดยานยนต์ที่ยังขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า การผลิตรถยนต์ และระดับสินค้าคงคลังของลูกค้า หากลูกค้าเร่งสั่งซื้อเพราะกังวลการขาดแคลน อาจทำให้เกิดคำสั่งซื้อซ้ำซ้อนและนำไปสู่การปรับลดคำสั่งซื้อในระยะถัดไป
การขึ้นราคาหลายรอบยังอาจกระตุ้นให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้ผู้ผลิตรายอื่น หรือเร่งปรับแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถใช้ชิปทดแทนได้มากขึ้น ซึ่งอาจจำกัดอำนาจกำหนดราคาในระยะยาว
Infineon ยังเผชิญความเสี่ยงจากการลงทุนกำลังการผลิตมากเกินไป หากอุปสงค์จาก AI ยานยนต์ หรือภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวเร็วกว่าคาด รวมถึงความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และผู้รับจ้างผลิตที่อาจอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
6) แนวโน้มอุตสาหกรรม
ข่าวดังกล่าวสะท้อนว่าวัฏจักรชิปกำลังเริ่มเปลี่ยนจากภาวะกำลังการผลิตส่วนเกิน ไปสู่ภาวะสมดุลหรือขาดแคลนในบางผลิตภัณฑ์ โดยมีความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก และเริ่มได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากภาคยานยนต์และอุตสาหกรรม
กลุ่มที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาด ได้แก่ ชิปสำหรับระบบจ่ายไฟศูนย์ข้อมูล ชิปแรงดันสูง ชิปซิลิคอนคาร์ไบด์ และชิปควบคุมพลังงาน เนื่องจากศูนย์ข้อมูล AI ต้องใช้พลังงานมากขึ้น และต้องการระบบแปลงไฟที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในทุกระดับ ตั้งแต่แหล่งจ่ายไฟจนถึงเซิร์ฟเวอร์
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของชิปยานยนต์รุ่นทั่วไปมีแนวโน้มเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่ากลุ่มศูนย์ข้อมูล เพราะยังต้องใช้เวลาในการลดสินค้าคงคลังและขึ้นอยู่กับยอดผลิตรถยนต์โลก จึงยังไม่ควรประเมินว่าการฟื้นตัวเกิดขึ้นเต็มรูปแบบในทุกผลิตภัณฑ์
7) มุมมอง InnovestX
InnovestX มองข่าวนี้เป็นบวกต่อ Infineon เนื่องจากสะท้อน 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ อำนาจกำหนดราคาที่ดีขึ้น การฟื้นตัวของอุปสงค์นอกตลาด AI และการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนกำลังการผลิตว่าง ซึ่งปัจจัยหลังมีความสำคัญต่อกำไรมากกว่าการขึ้นราคาเพียงอย่างเดียว เพราะช่วยลดต้นทุนคงที่ต่อหน่วยและหนุนอัตรากำไรจากการดำเนินงานโดยตรง
ในเชิงกลยุทธ์ เรามองบวกต่อหุ้นชิปกำลังที่มีสัดส่วนรายได้จากศูนย์ข้อมูล AI สูง มีผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดย Infineon และ onsemi มีโอกาสได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมและยานยนต์ ขณะที่ Monolithic Power Systems มีความเชื่อมโยงกับระบบจ่ายไฟศูนย์ข้อมูลโดยตรงมากกว่า
อย่างไรก็ตาม การเลือกลงทุนควรให้น้ำหนักกับบริษัทที่มีวินัยด้านการลงทุนและสามารถควบคุมสินค้าคงคลังได้ดี มากกว่าการไล่ซื้อหุ้นทั้งกลุ่ม เพราะความต้องการบางส่วนอาจเกิดจากการเร่งสั่งซื้อล่วงหน้า หากการฟื้นตัวของยานยนต์ไม่ต่อเนื่อง หรือความต้องการ AI ชะลอกว่าคาด อุตสาหกรรมอาจกลับมาเผชิญกำลังการผลิตส่วนเกินได้อีกครั้ง
โดยรวม InnovestX มองว่า Infineon เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้ประโยชน์โดยตรงที่สุดจากการลดต้นทุนกำลังการผลิตว่างและการปรับราคาขึ้น ขณะที่กลุ่มชิปกำลังสำหรับศูนย์ข้อมูลยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าชิปยานยนต์ทั่วไป แต่ควรติดตามคำสั่งซื้อปลายทาง ระดับสินค้าคงคลัง และการใช้กำลังการผลิต เพื่อประเมินความยั่งยืนของรอบขาขึ้นครั้งนี้
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

