ผลประกอบการ IBM และ ServiceNow มีความแตกต่างภายในกลุ่มซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน โดย IBM ลดเป้ารายได้หลังลูกค้าโยกงบไปซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI และเลื่อนข้อตกลงเมนเฟรมกับซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ ServiceNow ยังรายงานรายได้และยอดสัญญาสูงกว่าคาด พร้อมสร้างมูลค่าสัญญาจาก AI มากกว่า $1bn ภาพรวมจึงชี้ว่าบริษัทซอฟต์แวร์ที่ช่วยลูกค้านำ AI ไปใช้งานจริงและวัดผลตอบแทนได้ มีแนวโน้มรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของงบเทคโนโลยีได้ดีกว่า
งบกลุ่มซอฟต์แวร์ IBM สะดุดจากการเลื่อนงบลงทุน ขณะที่ ServiceNow รับประโยชน์จาก AI

1. IBM ลดเป้ารายได้ หลังลูกค้าโยกงบไปซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI
- IBM รายงานรายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ $17.2 พันล้าน เพิ่มขึ้นเพียง 1% จากปีก่อน ขณะที่รายได้ซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้น 5% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด ส่วนธุรกิจให้คำปรึกษาทรงตัว และรายได้โครงสร้างพื้นฐานลดลง 7% โดยยอดขายเมนเฟรมลดลง 42% ส่งผลให้บริษัทลดเป้าการเติบโตของรายได้ทั้งปีเหลือ 4–5% จากเดิมมากกว่า 5% และลดเป้ารายได้ซอฟต์แวร์เหลือเติบโต 6–8%
2. การประชุมนักวิเคราะห์ของ IBM ชี้ว่าเป็นการเลื่อนคำสั่งซื้อ มากกว่าการสูญเสียลูกค้า
- ผู้บริหารระบุว่าในช่วงท้ายไตรมาส ลูกค้าหลายรายโยกงบไปซื้อเซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และหน่วยความจำก่อนราคาปรับขึ้น ทำให้ข้อตกลงซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่หลายรายการปิดไม่ทัน โดยประมาณ 1 ใน 3 ของรายการที่เลื่อนได้ปิดแล้วในช่วงต้นไตรมาส 3 จึงเป็นสัญญาณว่าความต้องการส่วนใหญ่ถูกเลื่อนออกไป ไม่ได้หายไป อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้จะขึ้นอยู่กับความเร็วในการปิดข้อตกลงที่เหลือ และการกลับมาของซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับเมนเฟรม
3. คุณภาพรายได้ซอฟต์แวร์ของ IBM ยังมีส่วนที่แข็งแกร่ง
- ประมาณ 80% ของรายได้ซอฟต์แวร์ IBM เป็นรายได้ประจำจากการสมัครใช้บริการและการใช้งานจริง ซึ่งยังเติบโตดี โดยรายได้ประจำต่อปีเพิ่มขึ้น 8% สู่ $24.6 พันล้าน ขณะที่ Red Hat เติบโต 11% และธุรกิจข้อมูลเติบโต 18% จุดอ่อนหลักมาจากซอฟต์แวร์ประมวลผลธุรกรรมที่ลดลง 9% ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเลื่อนซื้อเมนเฟรมมากกว่าการเปลี่ยนไปใช้คู่แข่ง อย่างไรก็ดี ธุรกิจให้คำปรึกษาที่ยังเติบโตเพียง 1% เป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
4. IBM รักษาเป้ากระแสเงินสดผ่านการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ
- แม้รายได้ต่ำกว่าคาด IBM ยังคงเป้ากระแสเงินสดอิสระเพิ่มขึ้นประมาณ $1 พันล้านในปีนี้ พร้อมเร่งลดค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีจากภายนอก ปรับปรุงห่วงโซ่อุปทาน และใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาซอฟต์แวร์ การขาย และงานบริหาร บริษัทคาดว่าอัตรากำไรก่อนภาษีจากการดำเนินงานจะขยายตัว 1 จุด % สะท้อนว่าผู้บริหารให้ความสำคัญกับการรักษากำไรและเงินสดระหว่างรอรายได้กลับมาเร่งตัว
5. ServiceNow สวนทางด้วยรายได้และยอดคำสั่งซื้อที่สูงกว่าคาด
- ServiceNow รายงานรายได้รวม $3.99 พันล้าน เพิ่มขึ้น 24% ขณะที่รายได้จากการสมัครใช้บริการเพิ่มขึ้น 24.5% สู่ $3.88 พันล้าน และมูลค่าสัญญาที่จะรับรู้เป็นรายได้ภายใน 12 เดือนเพิ่มขึ้น 21% สู่ $13.2 พันล้าน สูงกว่าที่ตลาดคาด บริษัทจึงปรับเพิ่มเป้ารายได้จากการสมัครใช้บริการทั้งปีเป็น $15.76–15.78 พันล้าน สะท้อนว่าความต้องการซอฟต์แวร์องค์กรยังแข็งแกร่งในบริษัทที่สามารถเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์เข้ากับการใช้งาน AI ได้โดยตรง
6. การประชุมนักวิเคราะห์ของ ServiceNow ยืนยันว่า AI เริ่มสร้างรายได้จริง
- มูลค่าสัญญารายปีจากผลิตภัณฑ์ AI ของ ServiceNow สูงกว่า $1 พันล้าน ขณะที่จำนวนลูกค้าที่นำผู้ช่วย AI ไปใช้งานจริงเพิ่มขึ้น 9 เท่าในช่วง 9 เดือน บริษัทสามารถปรับราคาผลิตภัณฑ์ AI เพิ่มขึ้นราว 20–30% และยังรักษาอัตราต่อสัญญาที่ 98% ผู้บริหารระบุว่าลูกค้าต้องการระบบที่ไม่ได้เพียงให้คำแนะนำ แต่สามารถดำเนินงาน ควบคุม และตรวจสอบตัวแทน AI ได้จริง ซึ่งเป็นจุดแข็งของระบบจัดการขั้นตอนการทำงานของบริษัท
7. ServiceNow ไม่พบสัญญาณว่าการลงทุนด้านฮาร์ดแวร์เบียดงบซอฟต์แวร์
- ต่างจาก IBM ผู้บริหาร ServiceNow ระบุว่ายังไม่เห็นวงจรการขายยาวขึ้นหรือผลกระทบจากการที่ลูกค้าโยกงบไปซื้อฮาร์ดแวร์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทอยู่ในส่วนที่ช่วยให้ลูกค้านำ AI ไปใช้จริง ควบคุมต้นทุน ดูแลความปลอดภัย และวัดผลตอบแทนได้ นอกจากนี้ ธุรกิจความปลอดภัยทางไซเบอร์ ระบบจัดการโครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารลูกค้ายังขยายตัวดี ทำให้บริษัทมีโอกาสเพิ่มรายได้จากลูกค้าเดิมได้ต่อเนื่อง
8. ServiceNow เติบโตแข็งแกร่ง แต่ต้นทุนให้บริการ AI เริ่มกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
- อัตรากำไรขั้นต้นปรับปรุงแล้วของ ServiceNow ลดลงเหลือ 78% จาก 81% เนื่องจากค่าใช้จ่ายผู้ให้บริการคลาวด์ การซื้อกิจการ และต้นทุนการประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้น บริษัทจึงลดเป้าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจสมัครใช้บริการเหลือ 81% อย่างไรก็ดี อัตรากำไรจากการดำเนินงานยังอยู่ที่ 29.5% และสูงกว่าเป้าหมาย จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและใช้ระบบอัตโนมัติภายในองค์กร
ตารางเปรียบเทียบผลประกอบการ IBM และ ServiceNow ไตรมาส 2 ปี 2026
รายการ | IBM | เทียบกับคาด | ServiceNow | เทียบกับคาด |
|---|---|---|---|---|
รายได้รวม | $17.16 พันล้าน | สูงกว่าคาดล่าสุด ที่ $16.86 พันล้าน แต่ต่ำกว่าคาดก่อนประกาศตัวเลขเบื้องต้น | $3.99 พันล้าน | สูงกว่าคาด ที่ $3.93 พันล้าน |
การเติบโตของรายได้รวม | +1% YoY | ต่ำกว่าระดับการเติบโตที่ตลาดเคยคาดก่อนการประกาศเตือน | +24% YoY | สูงกว่าคาด และสูงกว่ากรอบที่บริษัทให้ไว้ |
รายได้ซอฟต์แวร์/รายได้สมัครใช้บริการ | $7.76 พันล้าน | ต่ำกว่าคาด ที่ $7.99 พันล้าน | $3.88 พันล้าน | สูงกว่าคาด ที่ $3.81 พันล้าน |
การเติบโตของรายได้ซอฟต์แวร์/สมัครใช้บริการ | +5.1% YoY | ต่ำกว่าคาด โดยตลาดคาดการเติบโตราว 11% | +24.5% YoY | สูงกว่าคาด และสูงกว่ากรอบบริษัทประมาณ 1.5 จุด % |
รายได้ธุรกิจให้คำปรึกษา | $5.33 พันล้าน เพิ่มขึ้น 0.2% | ต่ำกว่าคาด ที่ $5.39 พันล้าน | ไม่มีรายการเทียบตรงกัน | — |
รายได้โครงสร้างพื้นฐาน | $3.84 พันล้าน ลดลง 7.4% | ต่ำกว่าคาด ที่ $3.96 พันล้าน และแย่กว่าคาดว่าจะลดลงราว 3% | ไม่มีรายการเทียบตรงกัน | — |
รายได้เมนเฟรม IBM Z | ลดลง 42% YoY | ต่ำกว่าคาดมาก และเป็นสาเหตุหลักของการประกาศเตือน | — | — |
มูลค่าสัญญาที่จะรับรู้ภายใน 12 เดือน | ไม่เปิดเผยในรูปแบบเดียวกัน | — | $13.2 พันล้าน เพิ่มขึ้น 21% | สูงกว่าคาด ที่ $12.99 พันล้าน |
มูลค่าสัญญาคงเหลือทั้งหมด | ไม่เปิดเผยในรูปแบบเดียวกัน | — | $29.0 พันล้าน เพิ่มขึ้น 21% | สูงกว่าคาดเล็กน้อย ที่ $28.8 พันล้าน |
กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว | $2.93 เพิ่มขึ้น 5% | ใกล้เคียงถึง สูงกว่าคาดล่าสุด ที่ราว $2.86 แต่ต่ำกว่าประมาณการก่อนประกาศเตือนบางชุด | $0.90 เพิ่มขึ้น 11% | สูงกว่าคาด ที่ $0.87 |
อัตรากำไรขั้นต้นปรับปรุงแล้ว | 59.4% จาก 60.1% | ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ที่ประมาณ 59.8% | 78.0% จาก 81.0% | ต่ำกว่าคาด ที่ 79.1% |
อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้ว | อัตรากำไรก่อนภาษี 19.2% | สูงกว่าคาด ที่ 18.8% | 29.5% | สูงกว่ากรอบบริษัท ประมาณ 3 จุด % |
กระแสเงินสดอิสระ | $2.54 พันล้าน ลดลง 11% | ต่ำกว่าคาด ที่ $2.95 พันล้าน | $634 ล้าน เพิ่มขึ้น 19% | ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ที่ $651 ล้าน |
แนวโน้มรายได้ทั้งปี | ลดเป้าเหลือเติบโต 4–5% จากเดิมมากกว่า 5% | ปรับลดคาดการณ์ แต่การลดเป้าน้อยกว่าที่ตลาดกังวล | เพิ่มเป้ารายได้สมัครใช้บริการเป็น $15.76–15.78 พันล้าน | สูงกว่าคาด ที่ $15.74 พันล้านเล็กน้อย |
แนวโน้มรายได้ไตรมาส 3 | คาดเติบโตใกล้เคียงกรอบทั้งปี | สะท้อนการฟื้นตัว แต่ยังต้องพิสูจน์การปิดข้อตกลง | $3.975–3.980 พันล้าน | ต่ำกว่าคาด ที่ $4.01 พันล้าน จากรายได้บางส่วนถูกรับรู้เร็วในไตรมาส 2 |
แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นทั้งปี | เน้นลดต้นทุนเพื่อรักษากำไรและกระแสเงินสด | ดีกว่ากังวลจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพ | 81% | ต่ำกว่าคาด ที่ 81.6% จากต้นทุนคลาวด์และการใช้ AI เพิ่มขึ้น |
ตัวอย่างหุ้นซอฟต์แวร์ที่มีลักษณะ ช่วยลูกค้านำ AI ไปใช้จริง เชื่อมเข้ากับขั้นตอนทำงาน และวัดผลลัพธ์ได้
หุ้น | บทบาทในการนำ AI ไปใช้จริง | เหตุผลที่รับมือการเปลี่ยนงบเทคโนโลยีได้ดี |
|---|---|---|
ServiceNow (NOW) | เชื่อม AI เข้ากับงานไอที งานบริการลูกค้า บุคคล ความปลอดภัย และการอนุมัติต่างๆ พร้อมควบคุมและวัดผลการทำงานของ AI | อยู่ในจุดที่เปลี่ยน AI จากโครงการทดลองไปสู่ระบบงานจริง โดยมูลค่าสัญญารายปีจาก AI เกิน $1 พันล้าน และการนำผู้ช่วย AI ไปใช้จริงเพิ่มขึ้น 9 เท่าใน 9 เดือน |
Salesforce (CRM) | ใช้ Agentforce ทำงานขาย บริการลูกค้า และการตลาดบนข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่ พร้อมคิดค่าบริการตามงานที่ AI ทำสำเร็จ | ลูกค้าสามารถวัดผลได้จากจำนวนงานที่ AI ดำเนินการ ไม่ได้จ่ายเพียงเพื่อเข้าถึงแบบจำลอง โดย Agentforce มีรายได้ประจำต่อปี $800 ล้าน เพิ่มขึ้น 169% และปิดสัญญาแล้วกว่า 29,000 รายการ |
Microsoft (MSFT) | นำ Copilot เข้าไปอยู่ใน Microsoft 365, Dynamics 365, Azure และระบบพัฒนาซอฟต์แวร์ | ได้เปรียบจากการฝัง AI ในเครื่องมือที่พนักงานใช้อยู่แล้ว ทำให้ลูกค้าเพิ่มงบแบบต่อยอดจากระบบเดิม โดยรายได้ Microsoft 365 Cloud เพิ่มขึ้น 19% และได้รับแรงหนุนจาก Copilot |
Snowflake (SNOW) | รวมข้อมูลขององค์กรให้อยู่ในระบบที่มีการควบคุม ก่อนนำไปสร้างผู้ช่วย AI และระบบวิเคราะห์ | แก้ปัญหาสำคัญก่อนใช้ AI คือข้อมูลกระจัดกระจายและขาดการควบคุม ปัจจุบันมีบัญชีกว่า 13,600 รายใช้ความสามารถด้าน AI และบริษัทปรับเพิ่มแนวโน้มรายได้ผลิตภัณฑ์ |
Datadog (DDOG) | ติดตามประสิทธิภาพ ต้นทุน ความผิดพลาด และความปลอดภัยของระบบ AI ที่เริ่มใช้งานจริง | ช่วยลูกค้าตอบคำถามว่า AI ทำงานได้ดีเพียงใด ใช้ทรัพยากรเท่าใด และสร้างปัญหาตรงไหน จึงมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อโครงการ AI ขยายจากการทดลองสู่ระบบจริง |
Palantir (PLTR) | เชื่อมแบบจำลอง AI กับข้อมูล กระบวนการตัดสินใจ และการปฏิบัติงานที่ซับซ้อนขององค์กร | จุดแข็งคือการทำโครงการร่วมกับลูกค้าแบบใกล้ชิดและมุ่งแก้ปัญหาที่มีผลต่อรายได้ ต้นทุน หรือประสิทธิภาพโดยตรง แต่ราคาหุ้นมักสะท้อนความคาดหวังสูง จึงต้องระวังด้านมูลค่า |
มุมมองของ InnovestX
- งบของ IBM และ ServiceNow ชี้ว่าความอ่อนแอของซอฟต์แวร์ไม่ได้เกิดขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม แต่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในงบเทคโนโลยีของลูกค้า IBM ได้รับผลกระทบจากซอฟต์แวร์ที่ผูกกับการซื้อเมนเฟรมและงบลงทุนขนาดใหญ่ ทำให้รายได้ผันผวนตามช่วงเวลาปิดข้อตกลง ขณะที่ ServiceNow อยู่ในส่วนที่ช่วยองค์กรนำ AI ไปใช้งาน ควบคุมขั้นตอนการทำงาน และสร้างผลตอบแทน จึงยังเพิ่มส่วนแบ่งงบได้
- เราจึงมองบวกต่อ ServiceNow มากกว่า IBM จากการเติบโตของรายได้ประจำ ยอดสัญญาที่แข็งแกร่ง และความชัดเจนในการสร้างรายได้จาก AI ส่วน IBM ควรรอหลักฐานการเร่งตัวของซอฟต์แวร์และการปิดข้อตกลงที่เลื่อนออกไปในครึ่งปีหลัง
- มุมมองต่ออุตสาหกรรมจาก IBM และ ServiceNow โดยกลุ่มที่น่าสนใจคือ NOW, CRM, MSFT และ SNOW เพราะผลิตภัณฑ์อยู่ใกล้กับขั้นตอนทำงานและข้อมูลของลูกค้า สามารถแสดงผลลัพธ์ได้จากเวลาที่ประหยัด ต้นทุนที่ลดลง ยอดขายที่เพิ่มขึ้น หรือจำนวนงานที่ AI ทำสำเร็จ จึงมีโอกาสได้รับงบประมาณต่อเนื่องแม้องค์กรปรับลดโครงการ AI ที่ยังไม่มีผลตอบแทนชัดเจน
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

