Huawei เปิดตัว OPEN NPO ร่วมกับพันธมิตรกว่า 20 ราย เพื่อสร้างมาตรฐานกลางของเทคโนโลยีเชื่อมต่อด้วยแสงใกล้ชิป ซึ่งเป็นทางผ่านสำคัญระหว่างโมดูลแสงแบบเดิมกับ CPO สำหรับศูนย์ข้อมูล AI รุ่นใหม่ โครงการจะเริ่มออกมาตรฐานในไตรมาส 3 ปี 2026 และผลักดันการใช้งานขนาดใหญ่ในปี 2027 ประเด็นนี้เป็นบวกต่อหุ้นจีนในกลุ่ม optical interconnect โดยเฉพาะ Accelink, HG Tech, Huafeng Technology และ Luxshare แต่ผลบวกเชิงรายได้น่าจะค่อย ๆ เห็นชัดในระยะกลางมากกว่าทันที
Huawei เปิด OPEN NPO เร่งมาตรฐาน Optical Interconnect จีน รับยุคศูนย์ข้อมูล AI

1) Huawei เปิดตัว OPEN NPO ร่วมกับพันธมิตรกว่า 20 ราย
- Huawei ร่วมกับ China Mobile Research Institute, JD Cloud, Baidu, China Electronics Standardization Institute และพันธมิตรกว่า 20 ราย เปิดตัวโครงการ OPEN NPO พร้อมจัดตั้งมาตรฐาน NPO Optical Interconnect MSA ครั้งแรกของจีน เป้าหมายคือสร้างมาตรฐานกลางสำหรับเทคโนโลยีเชื่อมต่อด้วยแสงใกล้ชิป เพื่อให้สินค้าจากหลายผู้ผลิตสามารถทำงานร่วมกันได้ และช่วยเร่งการใช้งานเชิงพาณิชย์ของโครงสร้างพื้นฐาน AI รุ่นใหม่
2) NPO คืออะไร?
- NPO หรือ Near-Packaged Optics เป็นเทคโนโลยีที่วางระบบเชื่อมต่อด้วยแสงไว้ใกล้ชิปมากขึ้น โดยอยู่กึ่งกลางระหว่าง โมดูลแสงแบบเสียบได้ทั่วไป กับ CPO หรือการรวมระบบแสงเข้าใกล้ชิปมากกว่าเดิม จุดเด่นของ NPO คือช่วยลดการใช้พลังงาน ลดความหน่วง เพิ่มความหนาแน่นของการส่งข้อมูล และยังดูแลซ่อมบำรุงได้ง่ายกว่า CPO ในระยะเริ่มต้น จึงถูกมองเป็นทางผ่านสำคัญสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ก่อนที่ CPO จะใช้แพร่หลายมากขึ้นราวปี 2028
3) ทำไม NPO สำคัญต่อศูนย์ข้อมูล AI และซูเปอร์โหนด
- การฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ต้องใช้ชิปจำนวนมากทำงานร่วมกัน ปัญหาสำคัญจึงไม่ใช่แค่พลังประมวลผลของชิป แต่รวมถึง “การส่งข้อมูลระหว่างชิป” ที่ต้องเร็ว ใช้พลังงานต่ำ และมีความหน่วงน้อย เทคโนโลยี NPO จึงตอบโจทย์การสร้าง ซูเปอร์โหนด และศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่ระดับกิกะวัตต์ เพราะช่วยให้ระบบเชื่อมต่อมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และรองรับการขยายคลัสเตอร์ AI ขนาดใหญ่ในอนาคต
4) มาตรฐาน MSA ช่วยแก้ปัญหาสินค้าเข้ากันไม่ได้
- ปัจจุบันอุตสาหกรรม NPO ยังมีปัญหาหลัก ได้แก่ มาตรฐานจุดเชื่อมต่อไม่เหมือนกัน สินค้าจากแต่ละผู้ผลิตใช้งานร่วมกันได้ยาก และการประสานงานในห่วงโซ่อุปทานยังไม่มีประสิทธิภาพ การทำ MSA จึงเป็นการสร้างมาตรฐานร่วม ทั้งด้านกลไก ไฟฟ้า จุดเชื่อมต่อ การจัดการ และการทดสอบ เพื่อให้ผู้ผลิตหลายรายสามารถพัฒนาสินค้าให้เข้ากันได้ ลดต้นทุนการทดสอบซ้ำ และเร่งการใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์
5) แผนงานชัดเจน: ออกมาตรฐานปี 2026 และเร่งใช้งานปี 2027
- โครงการ OPEN NPO มีแผนออกข้อกำหนดทางเทคนิครุ่นแรกในไตรมาส 3 ปี 2026 พร้อมทดสอบตัวอย่างสินค้า NPO และตัวเชื่อมต่อไฟฟ้าในหลายสถานการณ์ จากนั้นในครึ่งแรกปี 2027 จะปรับปรุงระบบความร่วมมือ มาตรฐาน และระบบนิเวศของอุตสาหกรรม เพื่อผลักดัน NPO ไปสู่การใช้งานขนาดใหญ่ ซึ่งหมายความว่าผลบวกเชิงรายได้ของห่วงโซ่อุปทานอาจเริ่มชัดขึ้นตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
ตารางสรุปประเด็นสำคัญ OPEN NPO
หัวข้อ | รายละเอียด | ความหมาย / ผลกระทบ |
|---|---|---|
โครงการที่เปิดตัว | Huawei ร่วมกับพันธมิตรกว่า 20 ราย เปิดโครงการ OPEN NPO และจัดตั้ง NPO Optical Interconnect MSA ครั้งแรกของจีน | เป็นการสร้างมาตรฐานกลางของเทคโนโลยีเชื่อมต่อด้วยแสงใกล้ชิป |
พันธมิตรสำคัญ | เช่น China Mobile Research Institute, JD Cloud, Baidu, China Electronics Standardization Institute และผู้เล่นในห่วงโซ่อุปทานหลายราย | สะท้อนว่าโครงการนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของ Huawei รายเดียว แต่เป็นความร่วมมือทั้งระบบนิเวศ |
NPO คืออะไร | NPO หรือ Near-Packaged Optics คือการนำระบบเชื่อมต่อด้วยแสงไปไว้ใกล้ชิปมากขึ้น | เป็นเทคโนโลยีกึ่งกลางระหว่าง โมดูลแสงแบบเสียบได้ กับ CPO |
จุดเด่นของ NPO | ใช้พลังงานต่ำลง, ความหน่วงต่ำ, ความหนาแน่นสูง, ความน่าเชื่อถือดีขึ้น | เหมาะกับศูนย์ข้อมูล AI และซูเปอร์โหนดที่ต้องเชื่อมชิปจำนวนมากเข้าด้วยกัน |
ปัญหาที่ NPO ต้องแก้ | มาตรฐานจุดเชื่อมต่อยังไม่เหมือนกัน, สินค้าเข้ากันได้ไม่ดี, ห่วงโซ่อุปทานยังประสานกันไม่พอ | การมี MSA จะช่วยให้ผู้ผลิตหลายรายพัฒนาสินค้าให้ใช้งานร่วมกันได้ |
ประโยชน์ของ MSA | กำหนดมาตรฐานร่วมด้านโครงสร้าง, ไฟฟ้า, จุดเชื่อมต่อ, การจัดการ และการทดสอบ | ช่วยลดต้นทุนการพัฒนา ลดการทดสอบซ้ำ และเร่งการใช้งานเชิงพาณิชย์ |
แผนงานปี 2026 | ออกข้อกำหนดทางเทคนิครุ่นแรกใน ไตรมาส 3 ปี 2026 และทดสอบตัวอย่างสินค้า | เป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนจากแนวคิดสู่การใช้งานจริง |
แผนงานปี 2027 | ปรับปรุงกลไกความร่วมมือและระบบนิเวศ เพื่อผลักดันการใช้งานในวงกว้างใน ครึ่งแรกปี 2027 | รายได้ของผู้เล่นในห่วงโซ่อุปทานน่าจะเริ่มเห็นผลชัดขึ้นตั้งแต่ปี 2027 |
บทบาทในยุค AI | รองรับการสร้างคลัสเตอร์ AI ขนาดใหญ่, ซูเปอร์โหนด, และศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่ | เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการขยายกำลังประมวลผล AI |
ความสัมพันธ์กับ CPO | NPO ไม่ได้แทน CPO ทันที แต่เป็น “ทางผ่าน” สำคัญก่อนการใช้ CPO ขนาดใหญ่ | ตลาดคาดว่า Pluggable, NPO และ CPO จะอยู่ร่วมกันอีกหลายปี |
ทิศทางอุตสาหกรรม | การแข่งขันจะย้ายจากการขายชิ้นส่วนเดี่ยว ไปสู่ความสามารถด้านการรวมระบบ | ผู้ที่ได้เปรียบจะเป็นบริษัทที่มีทั้งความสามารถด้านชิ้นส่วนและวิศวกรรมระบบ |
6) บริษัทที่อยู่ในระบบนิเวศมีหลายกลุ่ม ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตโมดูลแสง
- พันธมิตรในโครงการนี้ครอบคลุมหลายส่วนของห่วงโซ่อุปทาน เช่น ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่าย ผู้ผลิตโมดูลแสง ผู้ผลิตตัวเชื่อมต่อไฟฟ้า ผู้ผลิตชิปแสง และผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล ตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ H3C ในเครือ Unisplendour, HG Genuine ในเครือ HG Tech, Huafeng Technology ผู้เชี่ยวชาญด้านตัวเชื่อมต่อและสายสัญญาณ, Lightelligence ที่มีบทบาทในตลาด optical interconnect สำหรับ scale-up ในจีน และ Luxshare Technology ในเครือ Luxshare Precision ที่มีโมดูลแสง silicon photonics ระดับ 800G
7) หุ้นที่ได้ประโยชน์ตรงสุดคือกลุ่มที่อยู่ใกล้ Huawei Ecosystem
- หุ้นที่ตลาดจับตา ได้แก่ Accelink Technologies, HG Tech / Huagong Tech, Sichuan Huafeng Technology, Zhongji Innolight และ Eoptolink Technology แต่ในเชิงความเชื่อมโยงกับ OPEN NPO กลุ่มที่ตรงที่สุดคือ Accelink, HG Tech / Huagong Tech และ Huafeng Technology เพราะมีบทบาทในกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาและอาจได้โอกาสจากมาตรฐาน NPO ของ Huawei โดยตรง ขณะที่ Innolight และ Eoptolink ยังเป็นผู้นำในธีมโมดูลแสงโดยรวม แต่ไม่ได้ถูกระบุชัดในกลุ่มผู้ก่อตั้ง จึงอาจมีความเชื่อมโยงกับโครงการนี้น้อยกว่า
8) Pluggable, NPO และ CPO จะอยู่ร่วมกันอีกระยะ
- มุมมองจากสถาบันวิจัยชี้ว่าเทคโนโลยี โมดูลแสงแบบเสียบได้, NPO และ CPO มีแนวโน้มอยู่ร่วมกันไปอีกหลายปี โดยโมดูลแสงแบบเดิมยังใช้ได้ในหลายระบบ ส่วน NPO จะเป็นทางเลือกสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะให้สมดุลระหว่างความหนาแน่นของแบนด์วิดท์ การใช้พลังงาน และการซ่อมบำรุง ขณะที่ CPO น่าจะเป็นปลายทางระยะยาวเมื่อระบบพร้อมมากขึ้น โดยคาดว่าการใช้งาน CPO ขนาดใหญ่อาจเริ่มเห็นชัดราวปี 2028
9) การแข่งขันจะย้ายจากชิ้นส่วนเดี่ยวสู่ความสามารถระดับระบบ
- เมื่อเข้าสู่ยุค NPO และ CPO การแข่งขันจะไม่ใช่แค่ใครขายโมดูลแสงได้มากกว่า แต่จะขยับไปสู่ความสามารถระดับระบบ เช่น optical engine, แหล่งกำเนิดแสงภายนอก, การจัดการใยแก้วนำแสง, ตัวเชื่อมต่อความหนาแน่นสูง, การประกอบขั้นสูง และการผสานระบบเข้ากับอุปกรณ์สวิตช์และเซิร์ฟเวอร์ ผู้ผลิตที่มีความสามารถด้านวิศวกรรมระบบและการรวมชิ้นส่วนจะมีโอกาสได้เปรียบมากขึ้น
ตารางหุ้น / บริษัทที่เกี่ยวข้อง
กลุ่ม | บริษัทที่เกี่ยวข้อง | บทบาท / มุมมอง |
|---|---|---|
ได้ประโยชน์ตรงจาก Huawei ecosystem | Accelink Technologies, HG Tech / Huagong Tech, Sichuan Huafeng Technology | มีความเชื่อมโยงกับโครงการ OPEN NPO มากกว่าเพื่อน และมีโอกาสได้ประโยชน์จากการพัฒนา NPO เชิงพาณิชย์ |
ได้ประโยชน์จากธีม optical interconnect โดยรวม | Zhongji Innolight, Eoptolink Technology | ยังได้ประโยชน์จากการขยายศูนย์ข้อมูล AI และความต้องการโมดูลแสง แต่ความเชื่อมโยงกับ OPEN NPO อาจไม่ตรงเท่ากลุ่มแรก |
ผู้เล่นด้านอุปกรณ์ / ระบบ | H3C (ในเครือ Unisplendour), Luxshare Precision | ได้ประโยชน์จากการพัฒนาอุปกรณ์ เครือข่าย ตัวเชื่อมต่อ และการรวมระบบ |
ผู้เล่นด้านศูนย์ข้อมูล / ผู้ใช้งานปลายทาง | China Mobile, JD Cloud, Baidu | เป็นกลุ่มผู้ผลักดันความต้องการใช้งานจริงในศูนย์ข้อมูล AI และซูเปอร์โหนด |
มุมมองของ InnovestX
- ประเด็นนี้เป็นบวกต่อห่วงโซ่ Optical Interconnect, Optical Module, Connector, Silicon Photonics และ AI Data Center ของจีน เพราะ OPEN NPO ช่วยวางมาตรฐานกลางให้เทคโนโลยี NPO เดินหน้าเชิงพาณิชย์ได้เร็วขึ้น
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ตรงสุดคือกลุ่มที่อยู่ในระบบนิเวศของ Huawei และมีบทบาทในมาตรฐานนี้ เช่น Accelink Technologies, HG Tech / Huagong Tech, Sichuan Huafeng Technology, Luxshare Precision และ Unisplendour ผ่าน H3C
- ส่วน Zhongji Innolight และ Eoptolink ยังได้ประโยชน์จากธีม optical module และ AI data center โดยรวม แต่ความเชื่อมโยงกับ OPEN NPO ของ Huawei อาจไม่ตรงเท่ากลุ่มผู้ร่วมโครงการ ทั้งนี้ผลบวกเชิงรายได้มีแนวโน้มชัดขึ้นในปี 2027 มากกว่าระยะสั้น
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

