Huawei กำลังใช้ LogicFolding และ Tau Scaling Law เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพชิปโดยไม่ต้องพึ่งการลดขนาดการผลิตแบบเดิม ซึ่งเป็นความพยายามสำคัญในการลดข้อจำกัดจากมาตรการควบคุมของสหรัฐฯ หากเทคนิคนี้เดินหน้าสู่การผลิตจริง จะเป็นบวกต่อห่วงโซ่อุปทานจีนตั้งแต่ SMIC ในฐานะโรงงานผลิตชิป ไปจนถึง ASMPT, JCET และ Tongfu ในงานบรรจุภัณฑ์และทดสอบชิป ขณะที่ Innolight ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ของ Huawei แต่ความเสี่ยงหลักยังอยู่ที่การระบายความร้อนและ yield ซึ่งต้องพิสูจน์ในการผลิตเชิงพาณิชย์
Huawei LogicFolding โอกาสใหม่ของห่วงโซ่ชิปจีน

1) Huawei ใช้แนวทางใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพชิปโดยไม่ต้องรอเทคโนโลยีผลิตที่เล็กลง
- Huawei เปิดเผยข้อมูลของชิป Kirin 2026 ที่จะใช้ในมือถือเรือธงรุ่นถัดไป โดยใช้แนวคิด Tau Scaling Law และสถาปัตยกรรม LogicFolding ซึ่งไม่ได้เน้นลดขนาดทรานซิสเตอร์แบบเดิม แต่ปรับการจัดวางวงจรให้สัญญาณเดินทางสั้นลง ส่งผลให้ความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์เพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบกับ Kirin9030 Pro และลดการใช้พลังงานลง 41% ที่ระดับประสิทธิภาพเท่ากัน
2) LogicFolding คือการ “พับวงจร” เพื่อชดเชยข้อจำกัดด้านเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูง
- จุดสำคัญของเทคนิคนี้คือการจัดโครงสร้างวงจรใหม่ ลดระยะทางของสายสัญญาณลง 30% ลดจำนวน clock buffer มากกว่า 50% และลดความคลาดเคลื่อนของสัญญาณนาฬิกา 25% ทำให้ชิปทำงานเร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งเครื่อง EUV ซึ่งจีนยังเข้าถึงได้จำกัดจากมาตรการควบคุมของสหรัฐฯ แนวทางนี้จึงเป็นความพยายามของ Huawei ในการหาทาง “เพิ่มประสิทธิภาพด้วยการออกแบบและบรรจุภัณฑ์” มากกว่าการไล่ตาม node ที่เล็กลงเพียงอย่างเดียว
3) ห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องมีโอกาสได้ประโยชน์จากกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนขึ้น
- หาก LogicFolding เดินหน้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ จะทำให้ความต้องการในห่วงโซ่อุปทานจีนเพิ่มขึ้น ตั้งแต่โรงงานผลิตชิป บรรจุภัณฑ์ขั้นสูง การทดสอบ วัสดุ และการเชื่อมต่อความเร็วสูง เพราะเทคนิคดังกล่าวต้องการความแม่นยำสูงขึ้นในการผลิต การจัดวางหลายชั้น การควบคุมความร้อน และการรักษา yield ให้ดีพอสำหรับการผลิตจำนวนมาก
4) บริษัทที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ในห่วงโซ่ Huawei
บริษัท | บทบาทในห่วงโซ่อุปทาน | สินค้าที่เกี่ยวข้อง | เหตุผลที่ได้ประโยชน์ |
|---|---|---|---|
SMIC | โรงงานผลิตชิป | การผลิตชิป logic / mobile processor | หาก Huawei ต้องการผลิต Kirin รุ่นใหม่ในจีน SMIC มีบทบาทสำคัญในฐานะโรงงานผลิตหลัก โดยเฉพาะเมื่อจีนถูกจำกัดการเข้าถึงโรงงานและเทคโนโลยีต่างประเทศ |
ASMPT | อุปกรณ์บรรจุภัณฑ์และประกอบชิป | เครื่องมือ die bonding, advanced packaging, SMT | LogicFolding และการจัดโครงสร้างหลายชั้นทำให้ขั้นตอนประกอบและบรรจุภัณฑ์มีความซับซ้อนขึ้น เป็นบวกต่อผู้ขายเครื่องมือประกอบชิป |
JCET | บรรจุภัณฑ์และทดสอบชิป | advanced packaging, chiplet, system-in-package | ได้ประโยชน์หาก Huawei เพิ่มการใช้บรรจุภัณฑ์ขั้นสูงเพื่อชดเชยข้อจำกัดด้าน node และเพิ่มประสิทธิภาพชิป |
Tongfu Microelectronics | บรรจุภัณฑ์และทดสอบชิป | testing, packaging, chiplet-related services | มีโอกาสได้งานเพิ่มจากความต้องการทดสอบและประกอบชิปที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะชิปหลายชั้นหรือหลายส่วนประกอบ |
Innolight | การเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูง | optical module / optical transceiver | ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการขยายระบบ AI และคลัสเตอร์ประมวลผลของ Huawei เช่น Atlas 950 SuperPoD ซึ่งต้องการการส่งข้อมูลความเร็วสูงระหว่างชิปและระบบ |
5) มุมมองต่ออุตสาหกรรม จากมือถือ AI ไปสู่คลัสเตอร์ AI และโครงสร้างพื้นฐานจีน
- Huawei ไม่ได้ขยับเฉพาะชิปมือถือ แต่ยังเตรียมแสดง Atlas 950 SuperPoD ซึ่งใช้การ์ด Ascend NPU 8,192 ใบ และออกแบบมาสำหรับงาน AI neural networks และ machine learning ภาพนี้ชี้ว่าการพัฒนาเทคนิคผลิตชิปใหม่ของ Huawei อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่สมาร์ตโฟน แต่สามารถต่อยอดไปสู่ชิป AI, ระบบประมวลผลขนาดใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐาน AI ในจีนได้ด้วย
6) ความเสี่ยงสำคัญคือความร้อนและ yield
- แม้ Huawei ระบุว่าเส้นทางนี้มีความเป็นไปได้และคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ แต่การผลิตเชิงพาณิชย์ยังต้องแก้ปัญหาคอขวดหลายด้าน โดยเฉพาะการระบายความร้อนและ yield ซึ่งเป็นจุดสำคัญมากเมื่อชิปมีโครงสร้างซับซ้อนขึ้น หลายชั้นขึ้น และมีความหนาแน่นสูงขึ้น หากแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ ผลบวกต่อห่วงโซ่อุปทานอาจเกิดช้ากว่าที่ตลาดคาด
มุมมองของ InnovestX
- ประเด็น Huawei LogicFolding เป็นบวกต่อธีม China semiconductor localization โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตชิปและบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง เช่น SMIC, ASMPT, JCET และ Tongfu เพราะ Huawei ต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานในประเทศมากขึ้นเพื่อชดเชยข้อจำกัดด้าน EUV และเทคโนโลยีต่างประเทศ ส่วน Innolight ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการขยายคลัสเตอร์ AI และความต้องการส่งข้อมูลความเร็วสูง
- อย่างไรก็ตาม ควรระวังว่าข่าวนี้ยังอิงข้อมูลเชิงวิศวกรรมและบทความวิจัยที่ยังไม่ผ่าน peer review เต็มรูปแบบ จึงเหมาะกับการมองเป็นธีมระยะกลาง–ยาว มากกว่าปัจจัยเร่งกำไรทันที
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

