กลุ่มการแพทย์: สศช.ห่วงเงินเฟ้อการแพทย์ มองว่าภาครัฐควรมีกลไกควบคุมราคายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นในโรงพยาบาลเอกชน - คาดเป็น Negative sentiment แต่ไม่มีผลกระทบอย่างเป็นนัยยะสำคัญ เพราะเป็นแนวทางที่ปฏิบัติอยู่แล้ว (ที่มา: ไทยรัฐ)
Markets
News Update - การแพทย์ สศช.ห่วงเงินเฟ้อการแพทย์ มองว่าภาครัฐควรมีกลไกควบคุมราคายา - คาดเป็น Negative sentiment แต่ไม่มีผลกระทบอย่างเป็นนัยยะสำคัญ เพราะเป็นแนวทางที่ปฏิบัติอยู่แล้ว

ประเด็นข่าว:
- สภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ความเสี่ยงระบบสุขภาพไทย คือ ปัญหาเงินเฟ้อทางการแพทย์ ซึ่งสูงถึง 10.8% ในปี 2568 โดยคาดว่า ปี 2569 จะยังคงทรงตัว สอดคล้องเงินเฟ้อทางการแพทย์โลกที่อยู่ที่ 10.3%
- เงินเฟ้อทางการแพทย์คำนวณจากการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของระบบประกันสุขภาพเอกชน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากที่ผู้ป่วยใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนมากขึ้น เพราะโรงพยาบาลรัฐมีผู้ป่วยหนาแน่นมาก และรอคอยรักษานาน
- สศช. มองว่าภาครัฐควรมีกลไกควบคุมราคายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นในโรงพยาบาลเอกชนกำหนดให้เปิดเผยโครงสร้างต้นทุน และส่งเสริมการนำ AI มาใช้ลดต้นทุนการดำเนินงาน
มุมมองของเรา
- ประเด็นข่าวเรื่องการควบคุมราคายาและเวชภัณฑ์คาดเป็น Negative sentiment ต่อกลุ่มการแพทย์ แต่เรามองไม่ได้มีผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างเป็นนัยยะสำคัญ เพราะเป็นแนวทางที่ปฏิบัติอยู่แล้ว
- เพราะโรงพยาบาลเอกชนมีการปฏิบัติอยู่ตามประกาศ กกร. ปี พ.ศ. 2562 ให้ ยา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ของสถานพยาบาล เป็นสินค้าควบคุม ซึ่งมี 3 หลักการสำคัญคือ
1) การแจ้งราคา - โดยโรงพยาบาลเอกชนต้องแจ้งต้นทุนและราคาจำหน่ายยา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ให้กรมการค้าภายในทราบตามรายการที่กำหนด ซึ่งแต่ละโรงพยาบาลก็จะมีต้นทุนที่แตกต่างกันไป
2) การเปิดเผย - โรงพยาบาลเอกชนต้องทำ QR Code หรือเผยแพร่ข้อมูลการเปรียบเทียบราคายาและค่าบริการการเเพทย์บนเว็บไซด์ของกรมการค้าภายใน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบและเพิ่มทางเลือก และต้องประเมินค่ารักษาเบื้องต้นให้ผู้ป่วยทราบ
3) สิทธิในการซื้อยาจากภายนอก - ผู้ป่วยสามารถนำใบสั่งยาไปเลือกซื้อยาจากภายนอกได้ - ในเดือน ต.ค. ปี 2568 โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง (เช่น BDMS THG BCH RAM VIBHA PRINC และ CHG) ได้มีการทำ MOU กับกรมการค้าภายใน เพื่อร่วมกันทำโครงการสุขกาย สบายกระเป๋า ซึ่งจะมีการเปิดเผยราคายา แสดงราคายาและเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน สามารถเลือกซื้อยานอกโรงพยาบาล เป็นไปเพื่อลดค่าครองชีพของผู้บริโภค

