Café Invest
Research

GUNKUL – กำไรมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง

GUNKULSET
GUNKUL – กำไรมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง

เราคาดว่า GUNKUL จะมีอัตราการเติบโตของกำไรโดดเด่นที่สุดในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ 31% ในปี 2026 โดยได้รับแรงหนุนจาก backlog ณ สิ้นปี 2026 ที่คาดว่าจะอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 5-6 พันลบ. ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตประกอบด้วยโครงการขยายและปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าในพื้นที่ EEC ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ โครงการ smart grid การเจรจาจัดหาไฟฟ้าภายใต้รูปแบบ Direct PPA กับลูกค้ากลุ่ม data center และการเปิดประมูลโรงไฟฟ้าภายใต้แผน PDP2026 ที่กำลังจะมาถึง ด้วยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนเพียง 0.9 เท่า และความได้เปรียบจากการผลิตเองภายในบริษัท ทำให้ GUNKUL มีความพร้อมสำหรับการประมูลในอนาคต เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM และราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ที่ 6.2 บาท อิงวิธี DCF (WACC 7.2%, terminal growth 3%) โดย GUNKUL ยังคงเป็นหุ้นม้ามืด (wild card pick) ของเราในกลุ่มโรงไฟฟ้า

สรุปสาระสำคัญจากการประชุม ผู้บริหารของ GUNKUL คาดว่าจะเห็นอัพไซด์เพิ่มเติมจากหลายมาตรการของรัฐที่เร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ได้แก่  1) รายได้จากธุรกิจ EPC ที่เพิ่มขึ้นจากโครงการขยายและปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า ทั้งงบขยายและปรับปรุงระบบสายส่งรองรับ data center ใน EEC จำนวน 3.1 หมื่นลบ. (กกพ.กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็น) รวมถึงงบที่จะสรรจัดมาจาก พ.ร.ก. 2 แสนล้านบาท เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ที่คาดว่าจะมีการลงทุน smart grid มากขึ้น รวมถึงโครงการโซลาร์รูฟท็อป 1 ล้านหลัง (คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนประมาณ 1.5 แสนลบ.) และงบการปรับปรุงสายส่งระยะยาว 10 ปี (ปี 2026-30) จำนวน 1.06 แสนลบ. รวมถึงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงต่างๆ; 2) อัพไซด์จากการประมูลโรงไฟฟ้าใหม่หลัง PDP2026 กำลังจะเปิดรับฟังความคิดเห็นวันที่ 8 ก.ย. นี้  ซึ่งคาดว่าจะได้รับอนุมัติจากครม. ภายในเดือนพ.ย. 2026 และจะเริ่มทยอยเปิดประมูลในปี 2027 โดย GUNKUL ยังสนใจที่จะร่วมประมูล โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (ในอดีตที่ผ่านมาทาง GUNKUL มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10%); และ 3) Direct PPA มากกว่า 2,000MW (เม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นลบ.) โดย GUNKUL อยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้า data center หลายราย ซึ่งทั้งหมดนี้เราคาดว่าจะเพิ่มอัพไซด์ให้กับ GUNKUL โดยโครงการส่วนใหญ่จะเปิดประมูลอย่างมีนัยสำคัญในปี 2027  และผู้บริหารคาดว่าจะมี backlog ณ สิ้นปี 2026 ที่ 5-6 พันลบ. ช่วยหนุนรายได้ในปี 2027 เพิ่มเติมด้วย ในฐานะที่ GUNKUL เป็นผู้นำตลาดในประเทศด้านงาน EPC โรงไฟฟ้าและพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีปัจจัยหนุนจากความได้เปรียบด้านต้นทุนจากการผลิตเองภายในบริษัทและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง (อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อที่ 0.9 เท่า เทียบกับ debt covenant ที่ 3 เท่า) GUNKUL จึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะชนะประมูลโครงการใหม่ๆ

คาดแนวโน้มยังคงเป็นบวกใน 3Q26 โดยได้รับแรงหนุนจากการรับรู้รายได้จาก backlog ที่แข็งแกร่งในธุรกิจ EPC และธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงการประมูลที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้โครงการ renewable big lot phase 1 โครงการปรับปรุงและยกระดับระบบสายส่งไฟฟ้าที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และโครงการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย (grid modernization) นอกจากนี้ เราคาดว่ากำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมของ GUNKUL จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากอานิสงส์ความเร็วลมที่สูงขึ้นในช่วง 3Q26TD

มูลค่าเหมาะสมและคำแนะนำ เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ GUNKUL โดยให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ที่ 6.2 บาท  อิงวิธี DCF  (WACC ที่ 7.2% , terminal growth 3%) เราชอบ GUNKUL เนื่องจากบริษัทมีแนวโน้มที่จะรายงานกำไรเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มที่ 31% ในปี 2026 และเติบโตต่อเนื่องที่ 12% และ 38% ในปี 2027-28 จากโครงการใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทย รวมถึงการรับรู้รายได้ใหม่จากโครงการโซลาร์ลอยน้ำในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ใน 4Q27

ความเสี่ยงสำคัญ: ผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงการใหม่ต่ำกว่าคาด และการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ ความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ ผลกระทบทางสังคมจากการขยายธุรกิจ EPC