เราคาดว่ากำไรปกติ 3Q26 ของ GPSC จะเติบโต 35% YoY มาอยู่ที่ 1.3 พันลบ. จากผลขาดทุนของบริษัทร่วมในต่างประเทศที่ลดลง และความพร้อมในการเดินเครื่องที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้า Gheco-One อย่างไรก็ดี กำไรปกติมีแนวโน้มลดลง 25% QoQ จากอัตรากำไรของธุรกิจ SPP ที่ถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นและปริมาณขายไฟฟ้าในประเทศที่ลดลง เรายังคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ GPSC ด้วยราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ที่ 62 บาท อิงวิธี DCF (WACC 6.2%, อัตราการเติบโตระยะยาว 2%) โดยมีปัจจัยหนุนจากเป้าหมายการขยายกำลังการผลิตระยะยาวภายใต้ PDP2026 ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่ม data center และอัพไซด์ที่อาจเกิดขึ้นจากการเสนอขายหุ้น IPO ของ Avaada Energy ในปี 2027
GPSC – 3Q26F: คาดกำไรปกติเพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ

คาดกำไรปกติ 3Q26 จะเพิ่มขึ้น YoY แต่อ่อนตัวลง QoQ เราคาดว่ากำไรปกติ 3Q26 จะอยู่ที่ 1.3 พันลบ. เพิ่มขึ้น 35% YoY หลักๆ ได้รับแรงหนุนจากผลขาดทุนที่ลดลงอย่างมากจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม นอกชายฝั่ง CFXD และผลขาดทุนที่ลดลงของ Avaada Energy ส่งผลทำให้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 150 ลบ. จากที่เคยขาดทุน 415 ลบ. ใน 3Q25 นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า Gheco-One คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น YoY โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราการพร้อมจ่ายที่สูงขึ้น ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าที่ดีขึ้น และผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับถ่านหินที่ลดลง การฟื้นตัวดังกล่าวคาดว่าจะมากเกินพอชดเชยผลการดำเนินงานในประเทศที่อ่อนตัวลงใน 3Q26 โดยคาดว่าต้นทุนก๊าซที่เพิ่มขึ้น 28% YoY มาอยู่ที่ 397 บาท/mmBTU ปริมาณขายไฟฟ้าที่ลดลง 8% YoY และการหมดอายุของสัญญาขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ของโครงการ GSPP11 เฟส 1 ทำให้โดยรวมอัตรากำไรขั้นต้นลดลง 1.3ppt YoY มาอยู่ที่ 14.5% ขณะที่คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL จะลดลง YoY จากฐานสูง เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้าลดลง YoY ขณะที่เมื่อเทียบ QoQ เราคาดว่ากำไรปกติจะลดลง 25% QoQ โดยมีสาเหตุหลักมาจากความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ SPP ที่อ่อนแอลง เนื่องจากต้นทุนก๊าซเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น 11% QoQ ขณะที่ปริมาณขายไฟฟ้าลดลง 5% QoQ กดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 1.3ppt มาอยู่ที่ 14.5% เราคาดว่า GPSC จะรายงานกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 1.57 พันลบ. ลดลง 10% YoY และ 14% QoQ แม้ว่าจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Sheng Yang ประมาณ 222 ลบ. ใน 3Q26
คาดกำไรปกติ 4Q26 คาดอ่อนตัวลงทั้ง YoY และ QoQ เราคาดว่ากำไรปกติ 4Q26 ของ GPSC จะอ่อนตัวลงทั้ง QoQ และ YoY โดยมีสาเหตุหลักมากจากต้นทุน pool gas ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 440 บาท/mmBTU (เพิ่มขึ้น 11% QoQ และ 47% YoY) ขณะที่ค่า Ft ยังคงอยู่ที่ 16.23 สตางค์/หน่วย สำหรับงวดเดือนก.ย.-ธ.ค. 2026 ส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นกดดันอัตรากำไรของธุรกิจ SPP โดยตรง
แนวโน้มกำไรระยะกลางถึงยาวจะยังคงผลักดันจากแผน PDP2026 โดย GPSC คาดว่าความต้องการพลังงานสะอาดของประเทศจะเพิ่มขึ้น 50,000MW ภายในปี 2050 ภายใต้แผน PDP2026 ซึ่ง GPSC กำลังเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสจากการขยายกำลังการผลิตครั้งใหญ่ โดย GPSC ตั้งเป้าเข้าร่วมประมูลโครงการผลิตไฟฟ้าใหม่ภายใต้แผน PDP2026 และตั้งเป้าครองส่วนแบ่งอย่างน้อย 25% ของความต้องการไฟฟ้าสะอาด ซึ่งครอบคลุมทั้งโครงการพลังงานหมุนเวียน (พลังงานแสงอาทิตย์ ลม พลังน้ำ และระบบกักเก็บพลังงาน ESS) โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพื่อเสริมเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้า SMR เจเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งบริษัทมีความพร้อมที่จะเป็นผู้พัฒนา SMR ภาคเอกชนรายแรกของประเทศไทย ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 200–300MW ต่อแห่ง
Valuation และคำแนะนำ เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ GPSC โดยให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ที่ 62 บาท อิงวิธี DCF (WACC 6.2%, อัตราการเติบโตระยะยาว 2%) เรายังคงคาดว่า GPSC จะได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุน data center ในประเทศไทยและแผน PDP2026 ที่กำลังจะประกาศ ซึ่งจะสร้างอัพไซด์ให้กับกำไรจากการเพิ่มกำลังการผลิตภายในประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ รวมถึงอัพไซด์จากแผน IPO ของ AEPL ในปี 2027
ความเสี่ยง ต้นทุนเชื้อเพลิงสูงกว่าคาด การเลื่อนปรับค่า Ft ผลตอบแทนจากโครงการลงทุนใหม่ต่ำกว่าคาด และการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจัยเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

