Café Invest
Markets

Alphabet 2Q26: งบโตแกร่งหนุนจาก AI Cloud แม้ CAPEX กดดัน FCF

GOOGLNASDAQNVDANASDAQAVGONASDAQ005930KRX
Alphabet 2Q26: งบโตแกร่งหนุนจาก AI Cloud แม้ CAPEX กดดัน FCF

Alphabet รายงานงบ 2Q26 ดีกว่าคาดจากการเติบโตโดดเด่นของ Google Cloud และธุรกิจโฆษณาที่ยังแข็งแรง แม้ CAPEX และกระแสเงินสดอิสระจะกดดันระยะสั้น แต่ยังสะท้อนการลงทุนเพื่อรองรับอุปสงค์ AI ที่สูงและมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนในระยะกลางถึงยาว

1) ผลประกอบการ: รายได้ดีกว่าคาด โดย Google Cloud เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

Alphabet รายงานผลประกอบการ 2Q26 ดีกว่าคาดในด้านรายได้ โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 24% YoY เป็น $119.8 พันล้าน สูงกว่าคาดราว 2.4% ขณะที่รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแบ่งรายได้ให้พันธมิตรเพิ่มขึ้น 27% เป็น $103.6 พันล้าน สูงกว่าคาดราว 2.5% กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 30% เป็น $40.8 พันล้าน ใกล้เคียงถึงดีกว่าคาดเล็กน้อย แม้อัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ 34.0% จะต่ำกว่าคาดเล็กน้อย

กำไรต่อหุ้นตามบัญชีอยู่ที่ $9.11 สูงกว่าคาด $2.90 อย่างมาก แต่ส่วนต่างดังกล่าวเกิดจากกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์ราว $99 พันล้าน จึงควรประเมินคุณภาพผลประกอบการจากรายได้ กำไรจากการดำเนินงาน และผลการดำเนินงานของ Google Cloud มากกว่าตัวเลขกำไรสุทธิตามบัญชี

รายการ

ผลประกอบการ 2Q26

เติบโต YoY

เทียบคาดการณ์

ประเมิน

รายได้รวม

$119.80 พันล้าน

+24%

สูงกว่าคาด $117.02 พันล้านราว 2.4%

ดีกว่าคาด

รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแบ่งรายได้ให้พันธมิตร

$103.62 พันล้าน

+27%

สูงกว่าคาด $101.07 พันล้านราว 2.5%

ดีกว่าคาด

กำไรจากการดำเนินงาน

$40.77 พันล้าน

+30%

สูงกว่าคาด $40.55 พันล้านราว 0.5%

ใกล้เคียงถึงดีกว่าคาดเล็กน้อย

อัตรากำไรจากการดำเนินงาน

34.0%

เพิ่มจาก 32.0%

ต่ำกว่าคาด 34.7% ราว 0.7 จุด

ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย

กำไรต่อหุ้นตามบัญชี

$9.11

+294%

สูงกว่าคาด $2.90 อย่างมาก

ดีกว่าคาด แต่มีรายการพิเศษ

เงินลงทุน

$44.92 พันล้าน

+100%

สูงกว่าคาด $44.15 พันล้านราว 1.7%

สูงกว่าคาด

กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

$39.10 พันล้าน

ยังแข็งแรง

กระแสเงินสดอิสระ

ติดลบ $5.90 พันล้าน

ลดลงจากปีก่อน

ต่ำกว่าคาด

ถูกกดดันจากเงินลงทุน

ผลประกอบการรายธุรกิจ

ธุรกิจ

ผลประกอบการ 2Q26

เติบโต YoY

เทียบคาดการณ์

ประเด็นสำคัญ

Google Search และอื่นๆ

$63.27 พันล้าน

+17%

ใกล้เคียงคาด $63.28 พันล้าน

AI ช่วยเพิ่มจำนวนคำค้นหาและประสิทธิภาพโฆษณา

YouTube Ads

$11.06 พันล้าน

+13%

สูงกว่าคาด $10.81 พันล้านราว 2.3%

ได้แรงหนุนจากโฆษณาแบบวัดผล โฆษณาแบรนด์ และฟุตบอลโลก

Google Cloud

$24.77 พันล้าน

+82%

สูงกว่าคาด $22.46 พันล้านราว 10.3%

เป็นธุรกิจที่ดีกว่าคาดมากที่สุด

กำไรจากการดำเนินงานของ Google Cloud

$8.81 พันล้าน

+211%

สูงกว่าคาด $6.91 พันล้านราว 27.5%

รายได้เติบโตและเกิดประโยชน์จากขนาด

อัตรากำไรของ Google Cloud

35.6%

เพิ่มจาก 20.7%

สูงกว่าคาดการณ์โดยนัย

ยืนยันว่าการลงทุน AI เริ่มสร้างผลตอบแทน

Google Advertising

$81.63 พันล้าน

+14%

สูงกว่าคาด $81.12 พันล้านราว 0.6%

Search และ YouTube ยังแข็งแรง

Subscriptions, Platforms and Devices

$12.91 พันล้าน

+15%

ต่ำกว่าคาด $13.06 พันล้านราว 1.1%

YouTube Premium และ Google One เติบโต

Other Bets

$382 ล้าน

+2.4%

ต่ำกว่าคาด $402 ล้านราว 5.0%

การขยาย Waymo ทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้น


โดยรวม ผลประกอบการจากธุรกิจหลักดีกว่าคาด โดยเฉพาะ Google Cloud ซึ่งรายได้สูงกว่าคาดกว่า 10% และกำไรจากการดำเนินงานสูงกว่าคาดเกือบ 28% ขณะที่ Search และ YouTube ยังเติบโตแข็งแรง จึงสะท้อนว่าทั้งธุรกิจโฆษณาเดิมและธุรกิจ AI Cloud สามารถเติบโตพร้อมกันได้

2) AI Cloud: การเติบโตไม่ได้มาจากโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว

  • Google Cloud เป็นจุดเด่นที่สุดของผลประกอบการ โดยรายได้เพิ่มขึ้น 82% YoY เป็น $24.77 พันล้าน และอัตรากำไรจากการดำเนินงานขยายจาก 7% เป็น 35.6% สะท้อนว่าการลงทุนในศูนย์ข้อมูล ชิป TPU ระบบเครือข่าย และแบบจำลอง AI ในช่วงก่อนหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นรายได้และกำไรที่ชัดเจน
  • การเติบโตครอบคลุมทั้ง AI Infrastructure และ AI Solutions ไม่ได้พึ่งพาการให้เช่ากำลังประมวลผลเพียงอย่างเดียว โดย Gemini ถูกนำไปใช้ใน Gemini Enterprise ระบบวิเคราะห์ข้อมูล ระบบรักษาความปลอดภัย และ Google Workspace ขณะที่เกือบ 90% ของบริษัทใน Fortune 100 ใช้ Gemini Enterprise และจำนวนลูกค้าใหม่ของ Cloud เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากปีก่อน
  • ยอดงานในมือของ Cloud เพิ่มขึ้นมากกว่า $50 พันล้าน QoQ เป็น $514 พันล้าน และบริษัทคาดว่าจะรับรู้มากกว่า 50% เป็นรายได้ในช่วง 24 เดือนข้างหน้า ช่วยเพิ่มความชัดเจนต่อการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทยังเริ่มรับรู้รายได้จากการขายระบบ TPU ให้ลูกค้านำไปติดตั้งในศูนย์ข้อมูลของตนเอง โดยรายได้ส่วนใหญ่จากสัญญาดังกล่าวจะรับรู้ในปี 2027
  • ในเชิงโครงสร้าง Google Cloud จึงกำลังขยายจากผู้ให้บริการ Cloud ไปสู่ผู้ให้บริการระบบ AI แบบครบวงจร ครอบคลุมชิป แบบจำลอง ข้อมูล ระบบรักษาความปลอดภัย ซอฟต์แวร์ และเครื่องมือสำหรับตัวแทนอัจฉริยะ ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ต่อลูกค้าและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งที่พึ่งพาฮาร์ดแวร์ภายนอกมากกว่า

3) แรงหนุนจาก Search, YouTube และฐานผู้ใช้ AI

  • ธุรกิจโฆษณายังเติบโตแข็งแรง โดย Search เพิ่มขึ้น 17% YoY เป็น $63.27 พันล้าน แม้ตลาดกังวลว่า AI Chatbot จะเข้ามาแทนที่การค้นหาแบบเดิม ฝ่ายบริหารระบุว่า AI Overviews และ AI Mode ช่วยเพิ่มจำนวนคำค้นหาโดยรวม และ Gemini ช่วยให้ระบบเข้าใจคำค้นหาที่ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้สามารถแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องและสร้างรายได้จากคำค้นหาที่เดิมสร้างรายได้ได้ยาก
  • YouTube Ads เพิ่มขึ้น 13% เป็น $11.06 พันล้าน ได้แรงหนุนจากโฆษณาแบบวัดผล โฆษณาแบรนด์ การรับชมผ่านโทรทัศน์ และฟุตบอลโลก ขณะที่ธุรกิจสมาชิกได้รับแรงสนับสนุนจาก YouTube Premium, YouTube Music และ Google One ซึ่งรวมบริการ AI
  • Gemini App มีผู้ใช้งานรายเดือน 950 ล้านราย ขณะที่ AI Mode มีผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่า 1 พันล้านราย และปริมาณการประมวลผลผ่าน API เพิ่มจาก 16 พันล้านเป็น 22 พันล้านโทเคนต่อนาที สะท้อนว่าการใช้งาน AI ของ Alphabet ขยายตัวทั้งในกลุ่มผู้บริโภค นักพัฒนา และลูกค้าองค์กร

4) แนวโน้ม: รายได้ยังแข็งแรง แต่ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นตามวงจรลงทุน

  • แนวโน้ม Google Cloud ยังเป็นบวก เนื่องจากอุปสงค์จากลูกค้าองค์กรและผู้พัฒนา AI ยังคงสูงกว่ากำลังประมวลผลที่บริษัทมีอยู่ Alphabet จึงเตรียมเพิ่มการใช้กำลังประมวลผลจากผู้ให้บริการภายนอกใน 3Q26 เพื่อรองรับลูกค้ารายใหญ่ระหว่างรอศูนย์ข้อมูลภายใน
  • การใช้กำลังประมวลผลจากภายนอกจะกดดันอัตรากำไรของ Cloud ในระยะสั้น เนื่องจากมีต้นทุนสูงกว่าการใช้โครงสร้างพื้นฐานของตนเอง อย่างไรก็ดี ฝ่ายบริหารมองว่าการยอมรับต้นทุนที่สูงขึ้นชั่วคราวมีความคุ้มค่า หากช่วยรักษาลูกค้ารายใหญ่และสร้างรายได้จากสัญญาหลายปี
  • ด้าน Search บริษัทจะเริ่มเผชิญฐานเปรียบเทียบที่สูงขึ้นใน 3Q26 ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร AI การตลาด ค่าเสื่อมราคา พลังงาน และการดำเนินงานศูนย์ข้อมูลจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงอาจทำให้อัตรากำไรของกลุ่มเติบโตช้ากว่ารายได้ในระยะสั้น

5) CAPEX เพิ่ม.....ส่งผลต่อแนวโน้มกำไรหรือไม่ ?

  • Alphabet ปรับเพิ่มกรอบเงินลงทุนปี 2026 เป็น $195–205 พันล้าน จากเดิม $180–190 พันล้าน และยืนยันว่าเงินลงทุนในปี 2027 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การลงทุนดังกล่าวจะส่งผลต่อกำไรและกระแสเงินสดผ่าน 3 ช่องทางสำคัญ ได้แก่ ค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น ค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายดำเนินงานศูนย์ข้อมูล รวมถึงต้นทุนทางการเงินจากการระดมทุนเพิ่มเติม
  • ดังนั้น การเพิ่ม CAPEX มีแนวโน้มกดดันกระแสเงินสดอิสระและอัตรากำไรในระยะสั้น โดย 2Q26 มีกระแสเงินสดอิสระติดลบ $5.9 พันล้าน แม้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังอยู่ที่ $39.1 พันล้าน และกระแสเงินสดอิสระย้อนหลัง 12 เดือนยังเป็นบวก $53.3 พันล้าน
  • อย่างไรก็ดี เรามองว่าไม่ควรลงโทษ GOOGL จากการเพิ่ม CAPEX เพียงอย่างเดียว เนื่องจากการลงทุนครั้งนี้แตกต่างจากการลงทุนที่ยังไม่เห็นอุปสงค์รองรับ โดย Alphabet มีหลักฐานว่ากำลังประมวลผลยังไม่เพียงพอ Google Cloud เติบโต 82% ยอดงานในมือเพิ่มเป็น $514 พันล้าน และอัตรากำไร Cloud ขยายเป็น 6% ซึ่งสะท้อนว่าเงินลงทุนในรอบก่อนเริ่มสร้างผลตอบแทนแล้ว
  • ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่า CAPEX สูงเกินไปหรือไม่ แต่เป็นอัตราผลตอบแทนที่บริษัทสร้างได้จากเงินลงทุน หาก Cloud สามารถรักษาการเติบโตในระดับสูง รับรู้ยอดงานในมือเป็นรายได้ และเพิ่มรายได้จาก TPU, Gemini Enterprise และบริการ AI ได้ต่อเนื่อง ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจะถูกชดเชยด้วยรายได้และกำไรที่สูงขึ้น
  • ตลาดอาจกังวลต่อกระแสเงินสดในระยะสั้น แต่ในเชิงพื้นฐาน การไม่ลงทุนเพียงพออาจเป็นความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากจะทำให้ Alphabet สูญเสียลูกค้า Cloud ความสามารถในการแข่งขันของ Gemini และส่วนแบ่งตลาด AI ให้แก่ Microsoft, Amazon, OpenAI และ Anthropic
  • เราจึงมอง CAPEX เป็นลบต่อกระแสเงินสดระยะสั้น แต่เป็นบวกต่อศักยภาพกำไรระยะกลางถึงยาว ตราบใดที่รายได้ Cloud และผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ลงทุนยังเติบโตตามที่ผลประกอบการไตรมาสนี้สะท้อน

6) ประเด็นสำคัญจาก Earnings Call

  • ฝ่ายบริหารมีมุมมองเชิงบวกต่อโอกาสระยะยาวของ AI มากขึ้นเมื่อเทียบกับหนึ่งปีก่อน โดยมองว่าการนำ AI ไปใช้ในกลุ่มผู้บริโภค องค์กร และนักพัฒนายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น บริษัทจึงพร้อมลงทุนต่อเนื่องตราบเท่าที่เห็นผลตอบแทนที่น่าสนใจ
  • Alphabet ยังคงอยู่ในภาวะกำลังประมวลผลไม่เพียงพอ แม้จะเพิ่มกำลังการผลิตอย่างมากตลอด 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทจึงต้องเพิ่มการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกในระยะสั้น เพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสจากลูกค้ารายใหญ่ที่มีความต้องการเร่งด่วน
  • ด้านแบบจำลอง บริษัทอยู่ระหว่างทดสอบ Gemini 3.5 Pro และเริ่มฝึก Gemini 4 พร้อมตั้งเป้าเร่งรอบการเปิดตัวแบบจำลองให้ใกล้เคียงรายเดือน อย่างไรก็ดี ฝ่ายบริหารยอมรับว่ายังต้องพัฒนาความสามารถด้านการเขียนโปรแกรมและตัวแทนอัจฉริยะให้แข่งขันกับ OpenAI และ Anthropic ได้ดีขึ้น
  • ด้าน TPU บริษัทให้ความสำคัญกับการใช้ชิปเพื่อพัฒนาแบบจำลองระดับแนวหน้าเป็นลำดับแรก ก่อนจัดสรรให้ Search, YouTube และ Cloud พร้อมขยายการขายระบบ TPU ให้ลูกค้านำไปติดตั้งในศูนย์ข้อมูลของตนเอง การขาย TPU ช่วยขยายตลาดของ Google Cloud และสร้างรายได้เพิ่มเติมนอกเหนือจากการให้บริการ Cloud แบบเดิม

7) ความเสี่ยง

  • ความเสี่ยงหลักคือรายได้จาก AI อาจเติบโตไม่ทันค่าเสื่อมราคา ค่าไฟฟ้า ต้นทุนดำเนินงานศูนย์ข้อมูล และค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร หากการเติบโตของ Cloud ชะลอลงหรือการรับรู้ยอดงานในมือล่าช้า อัตรากำไรและกระแสเงินสดอาจถูกกดดันมากกว่าที่ตลาดคาด
  • การแข่งขันด้านแบบจำลองยังรุนแรง โดย Gemini 3.5 Pro ล่าช้า ขณะที่ OpenAI, Anthropic และผู้พัฒนาจีนสามารถเปิดตัวแบบจำลองใหม่ได้อย่างรวดเร็วและมีต้นทุนต่ำลง Alphabet จึงต้องลงทุนทั้งด้านกำลังประมวลผล บุคลากร และผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
  • อีกความเสี่ยงคือ AI Search อาจเพิ่มจำนวนคำค้นหาแต่สร้างรายได้ต่อคำค้นหาได้ต่ำกว่ารูปแบบเดิม รวมถึงอาจลดจำนวนผู้ใช้งานที่คลิกออกไปยังเว็บไซต์ ซึ่งอาจกระทบระบบนิเวศของผู้เผยแพร่เนื้อหาและความสัมพันธ์กับผู้ลงโฆษณาในระยะยาว
  • นอกจากนี้ กำไรต่อหุ้นตามบัญชีในไตรมาสนี้ถูกหนุนด้วยกำไรจากเงินลงทุนขนาดใหญ่ จึงไม่ควรนำตัวเลขดังกล่าวไปประเมินแนวโน้มกำไรปกติโดยตรง

8) มุมมอง InnovestX

  • เรามองผลประกอบการครั้งนี้เป็นบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของ Alphabet เนื่องจาก Google Cloud เติบโตและทำกำไรดีกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยยืนยันว่าการลงทุน AI สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ กำไร และยอดงานในมือที่จับต้องได้ ขณะที่ Search ยังเติบโต 17% สะท้อนว่า AI ช่วยเพิ่มการใช้งานและประสิทธิภาพโฆษณามากกว่าจะเข้ามาทดแทนธุรกิจหลักในระยะใกล้
  • แม้ CAPEX ที่สูงขึ้นจะกดดันกระแสเงินสดและเพิ่มค่าเสื่อมราคา แต่เราไม่มองว่าเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะลดมุมมองต่อ GOOGL เนื่องจากบริษัทมีความต้องการใช้งานรองรับชัดเจน อยู่ในภาวะกำลังประมวลผลไม่เพียงพอ และมีอัตรากำไร Cloud ที่ขยายตัวอย่างมาก แตกต่างจากการลงทุนเชิงคาดการณ์ที่ยังไม่สามารถสร้างรายได้
  • เรายังมองบวกต่อ GOOGL ในเชิงโครงสร้างจากความแข็งแรงของ Search, YouTube, Google Cloud, TPU และฐานผู้ใช้ Gemini โดยความผันผวนของราคาหุ้นจากความกังวลเรื่อง CAPEX อาจเป็นโอกาสสะสม หากการเติบโตของ Cloud ยอดงานในมือ และรายได้จาก AI ยังคงสนับสนุนผลตอบแทนจากเงินลงทุน
  • ประเด็นที่ควรติดตามต่อ ได้แก่ อัตราการเติบโตของ Google Cloud อัตรากำไรหลังเพิ่มการใช้กำลังประมวลผลจากภายนอก การรับรู้ยอดงานในมือเป็นรายได้ ความคืบหน้าของ Gemini 4 และรายได้จากการขายระบบ TPU ในปี 2027

ภาพรวมผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของ Alphabet

การเพิ่ม CAPEX เป็น $195–205 พันล้านส่งผลบวกมากที่สุดต่อบริษัทที่มีสัดส่วนต่อฐานต้นทุนของ Alphabet สูงและเกี่ยวข้องโดยตรงกับศูนย์ข้อมูล ชิป AI หน่วยความจำ เซิร์ฟเวอร์ และระบบเครือข่าย โดยผู้ได้รับประโยชน์หลัก ได้แก่ NVIDIA, Broadcom, Hon Hai, SK Hynix, Celestica และ Samsung Electronics มากกว่าการกระจายมุมมองไปยังหุ้นโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดโดยไม่มีความเชื่อมโยงโดยตรง

บริษัท/กลุ่ม

สัดส่วนต่อฐานต้นทุน Alphabet

Read-across

เหตุผล

NVIDIA

11.90%

บวกมาก

เป็นผู้ขายรายใหญ่ที่สุดในห่วงโซ่อุปทาน Alphabet การเร่งลงทุน AI Compute หนุนความต้องการ GPU และระบบประมวลผล AI แม้ Alphabet จะใช้ TPU ของตนเองควบคู่กัน

Broadcom

9.61%

บวกมาก

ได้ประโยชน์จากชิปเฉพาะทาง ระบบเครือข่าย และส่วนประกอบสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยมีความเชื่อมโยงกับฐานต้นทุน Alphabet สูงเป็นอันดับต้น

Hon Hai Precision

5.19%

บวก

การขยายศูนย์ข้อมูลและระบบ AI หนุนคำสั่งผลิตเซิร์ฟเวอร์ แร็ก และการประกอบระบบ แม้อัตรากำไรของธุรกิจรับจ้างผลิตอาจต่ำกว่าผู้ผลิตชิป

SK Hynix

4.43%

บวกมาก

การเพิ่มกำลังประมวลผล AI สนับสนุนความต้องการ HBM และหน่วยความจำศูนย์ข้อมูล โดย SK Hynix มีสัดส่วนรายได้จาก Alphabet ราว 7.32%

Celestica

4.01%

บวก

มีโอกาสได้คำสั่งซื้อระบบเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์ศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น โดย Alphabet คิดเป็นราว 30.05% ของรายได้บริษัท จึงมีความอ่อนไหวต่อ CAPEX ของ Alphabet สูง

Samsung Electronics

1.92%

บวก

ได้ประโยชน์จากหน่วยความจำ ชิป และส่วนประกอบศูนย์ข้อมูล แต่สัดส่วนต่อฐานต้นทุน Alphabet ต่ำกว่า NVIDIA, Broadcom และ SK Hynix

Zhongji Innolight

1.12%

บวก

การขยายคลัสเตอร์ AI หนุนความต้องการโมดูลเชื่อมต่อด้วยแสง โดย Alphabet คิดเป็นราว 22.43% ของรายได้บริษัท

Tata Consultancy Services

1.01%

บวกจำกัด

การขยาย Cloud และ AI อาจเพิ่มความต้องการบริการเทคโนโลยีและการปรับระบบองค์กร แต่ผลบวกไม่ตรงเท่าผู้ผลิตฮาร์ดแวร์

Take-Two Interactive

0.98%

เป็นกลาง

ความเชื่อมโยงหลักไม่ได้มาจากโครงสร้างพื้นฐาน AI จึงไม่ใช่ผู้รับประโยชน์โดยตรงจาก CAPEX ศูนย์ข้อมูล

ZTE

0.83%

บวกจำกัด

อาจได้ประโยชน์จากอุปกรณ์เครือข่าย แต่ความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์และข้อจำกัดทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ความชัดเจนต่ำกว่า

AMD

0.70%

บวก

มีโอกาสได้ประโยชน์จากการกระจายแหล่งชิปประมวลผล แต่สัดส่วนต่อฐานต้นทุน Alphabet ปัจจุบันยังต่ำกว่า NVIDIA และ Broadcom อย่างมาก

Cisco Systems

0.68%

บวก

การขยายศูนย์ข้อมูลหนุนอุปสงค์ระบบเครือข่าย แม้สัดส่วนต่อฐานต้นทุน Alphabet ยังไม่สูง

Flex

0.63%

บวก

ได้ประโยชน์จากงานผลิตและประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับศูนย์ข้อมูลและระบบ AI

Lumentum

0.47%

บวก

การเพิ่มการเชื่อมต่อระหว่างชิปและศูนย์ข้อมูลหนุนความต้องการอุปกรณ์เชื่อมต่อด้วยแสง โดย Alphabet คิดเป็นราว 21.01% ของรายได้บริษัท

Arista Networks

0.45%

บวก

ได้ประโยชน์จากสวิตช์และเครือข่ายความเร็วสูงสำหรับคลัสเตอร์ AI แต่สัดส่วนต่อฐานต้นทุน Alphabet ในภาพยังต่ำกว่ากลุ่มหลัก

HCL Technologies

0.44%

บวกจำกัด

ได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายด้านบริการเทคโนโลยีและ Cloud แต่ไม่ใช่ผู้รับประโยชน์โดยตรงจากการซื้ออุปกรณ์ AI

Marvell Technology

0.32%

บวก

มีโอกาสได้ประโยชน์จากชิปเครือข่ายและการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูล แม้สัดส่วนปัจจุบันยังไม่สูง

Jabil

0.31%

บวก

การขยายฮาร์ดแวร์และศูนย์ข้อมูลสนับสนุนคำสั่งผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบประกอบ

MediaTek

0.29%

บวกจำกัด

มีความเชื่อมโยงกับ Alphabet ผ่านอุปกรณ์และชิปบางประเภท แต่ไม่ใช่แกนหลักของการลงทุน AI Data Center

Infosys

0.26%

บวกจำกัด

อาจได้ประโยชน์จากงานบริการ Cloud และการปรับใช้ AI ในองค์กร แต่ผลกระทบต่อรายได้มีแนวโน้มค่อยเป็นค่อยไป

Oracle

0.21%

เป็นกลางถึงบวกจำกัด

มีความเชื่อมโยงด้านซอฟต์แวร์และบริการ แต่ไม่ได้เป็นผู้รับประโยชน์หลักจาก CAPEX ของ Alphabet

Juniper Networks

0.22%

บวก

ได้แรงหนุนจากการขยายระบบเครือข่ายศูนย์ข้อมูล แต่สัดส่วนต่อฐานต้นทุน Alphabet ยังอยู่ในระดับต่ำ

Keysight Technologies

0.19%

บวก

การขยายชิปและระบบเครือข่ายเพิ่มความต้องการเครื่องมือทดสอบและตรวจวัด

Infineon Technologies

0.17%

บวกจำกัด

ได้ประโยชน์จากชิ้นส่วนกำลังและระบบควบคุม แต่ความเชื่อมโยงกับ CAPEX AI ยังน้อยกว่ากลุ่มชิปประมวลผลและหน่วยความจำ

Corning

0.17%

บวก

การขยายศูนย์ข้อมูลและเครือข่ายหนุนความต้องการใยแก้วนำแสงและอุปกรณ์เชื่อมต่อ

Coherent

0.16%

บวก

ได้ประโยชน์จากอุปกรณ์เชื่อมต่อด้วยแสงสำหรับศูนย์ข้อมูล AI แม้สัดส่วนต่อฐานต้นทุน Alphabet ปัจจุบันยังไม่สูง

  • เรามองว่า NVIDIA, Broadcom, SK Hynix, Hon Hai และ Celestica เนื่องจากมีทั้งสัดส่วนต่อฐานต้นทุน Alphabet สูงและมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการลงทุน AI Infrastructure ขณะที่ Zhongji Innolight และ Lumentum มีสัดส่วนรายได้จาก Alphabet สูง จึงมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อของ Alphabet มาก แม้สัดส่วนต่อค่าใช้จ่ายรวมของ Alphabet จะต่ำกว่า
  • สำหรับ AMD, Arista, Marvell, Cisco และ Coherent มุมมองยังเป็นบวก แต่ควรจัดเป็นผลประโยชน์ลำดับรอง เนื่องจากข้อมูลห่วงโซ่อุปทานปัจจุบันสะท้อนสัดส่วนต่อฐานต้นทุน Alphabet ต่ำกว่ากลุ่มหลักอย่างชัดเจน
  • โดยรวม การเพิ่ม CAPEX ของ Alphabet เป็นบวกต่อผู้ผลิตชิป AI หน่วยความจำ ผู้ประกอบระบบเซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์เชื่อมต่อศูนย์ข้อมูล โดยควรให้น้ำหนักตามสัดส่วนการเชื่อมโยงจริง มากกว่ามองบวกต่อหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้งกลุ่มในระดับเดียวกัน






ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Alphabet 2Q26: งบโตแกร่งหนุนจาก AI Cloud แม้ CAPEX กดดัน FCF | Café Invest